ปัจจุบันนี้เราพูดได้อย่างเต็มปากว่าโลกที่เราอยู่ทุกวันนี้เป็นโลกไร้พรมแดน เราสามารถไปมาหาสู่กันได้เกือบจะทุกทวีปทั่วโลก วงการการบินนั้นเติบโตไปแบบก้าวกระโดด เราสามารถบินไปยังประเทศต่าง ๆ ได้ภายในระยะเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง พอวงการการบินนั้นเติบโตสิ่งที่โตมาด้วยนั้นคือการท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศแม่อย่างประเทศจีนที่หลั่งไหลเข้ามาเที่ยวที่ไทยเป็นจำนวนมาก ดังนั้นคนไทยอย่างเราที่เป็นเจ้าบ้าน เมื่อเเขกมาเยือนเราก็ต้องจำเป็นที่จะรู้ว่า คนนั้นแท้จริงแล้วคนจีนมีลักษณะหรือนิสัยยังไง? โดยวันนี้ผมจะมาแชร์เรื่องราวเกี่ยวกับ 6 ข้อเท็จจริงที่อาจจะทำให้คุณรู้จัก "คนจีน" มากขึ้น ผมจะอ้างอิงข้อมูลต่าง ๆ ที่ผมจะเขียนในบทความนี้จากประสบการณ์ของผมที่ผมได้มีโอกาสไปเรียนต่อที่ประเทศจีนนะครับ จะมีอะไรกันบ้างที่จะทำให้เราคนไทยที่จะได้รู้จักคนจีนเพิ่มมากขึ้นมาดูกันเลยครับ1. คนจีนส่วนมากไม่ได้นิสัยเสียอย่างที่เราคิด ข้อนี้สำคัญครับ เพราะในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมาในไทยเราได้มีข่าวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวในประเทศไทย แล้วทำกริยาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จนเป็นที่โด่งดังในโซเชียลในหลาย ๆ เรื่อง อันนี้ผมไม่เถียงครับ แต่เราก็ไม่สามารถไปเหมารวมว่าคนทั้งประเทศของเขาจะเป็นเช่นนั้นนะครับ คนจีนส่วนมาก ย้ำนะครับว่าส่วนมากจะใจดีมากครับ ถึงเขาจะพูดเสียงดัง เเต่เราก็ต้องเข้าใจว่ามันคือวัฒนธรรมของเขา เราคนไทยไม่พูดเสียงดัง แต่จะไปว่าเขาพูดเสียงดังตะโกนโวยวาย แบบนั้นไม่ได้ครับ ถ้าเราเข้าใจว่ามันคือวัฒนธรรมของเขา และต้องยอมรับในวัฒนธรรมของเขาครับ อีกอย่างเราเป็นคนไทย ถ้าอยู่ในประเทศจีน หรือถ้าได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จีน ผมว่าร้อยทั้งร้อยเลยครับ ถ้าบอกว่าเรามาจากประเทศไทย เขาจะใจดีกับเรามากเป็นพิเศษครับ เพราะคนไทยที่อยู่ที่จีนจะสังเกตง่ายมาก ๆ ครับ เพราะคนไทยเป็นคนยิ้มเก่ง อารมณ์ดี เขาเลยจะชอบมาก ๆ ครับ และเเน่นอนถ้าเรามีปัญหาหรือเกิดปัญหาต่าง ๆ เขายินดีและเต็มใจที่จะช่วยเหลือเราอย่างแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นแล้ว เมื่อเขาเข้ามาเที่ยวที่ไทย ถึงแม้ว่าเขาจะทำอะไรก็ช่างในสิ่งที่เราไม่พอใจ เเต่จงคิดไว้เสมอว่าเขาไม่ได้เป็นกันทุกคน ยังมีคนจีนคนอื่น ๆ ที่นิสัยดี ถึงดีมาก นั้นมีอยู่อีกเยอะครับ ก็เหมือนกับคนไทยที่มีคนที่นิสัยดีกับไม่ดีปนกันไปครับ ถ้าถามผมตรง ๆ ในข้อนี้ผมตอบได้เลยว่าคนจีนนั้นไม่ได้นิสัยเสียทุกคนครับ ไทยจีนพี่น้องกัน ประโยคนี้ยังใช้ได้อีกนานครับ2. คนจีนส่วนมากจะไม่ค่อยได้ภาษาต่างประเทศ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยครับว่าข้อนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะดูถูกเลยครับ แต่ที่มีข้อนี้มาคือผมมีประสบการณ์ตรงมาในเรื่องนี้ ผมต้องยอมรับเลยนะครับว่าคนจีนส่วนมากจะไม่ค่อยได้ภาษาอังกฤษครับ เป็นเพราะประชากรของเขาเยอะครับ ถ้าจะเอามาเทียบว่าไทยกับจีน ประเทศไหนพูดภาษาอังกฤษดีกว่ากัน แบบนี้ไม่ได้ครับ เพราะแค่เทียบจำนวนประชากรต่อรายหัวคนที่ได้ภาษาอังกฤษก็เทียบไม่ได้เเล้วครับ เพราะฉะนั้นจะเอามาเทียบตรง ๆ แบบนี้ไม่ได้ แล้วเทียบยังไงละ? ก็ไม่ต้องเทียบครับ เพราะคนจีนส่วนมากเขาจะพึ่งพาตัวเอง หาเอง ผลิตเอง ขายเอง ใช้เอง ในประเทศเป็นหลัก ดังนั้นบริษัทต่าง ๆ จะไม่ค่อยได้เข้าไปมีมาร์เก็ตเเชร์มากเท่าไหร่ในตลาดจีนครับ หรือถ้ามีฐานการผลิตที่จีนส่วนมากคนต่างประเทศที่ไปอยู่เขาจะเรียนภาษาจีนกันครับ และอีกอย่างพนักงานทั้งหมดที่ทำงานใช้คนงานเป็นคนจีน ดังนั้นวัฒนธรรมองค์กรจึงใช้ภาษาจีนเป็นหลักครับ ดังนั้นแล้ว เมื่อคนจีนมาไทย แล้วเราพูดอังกฤษใส่เขาแล้วเขาไม่พูดด้วย อย่าไปว่าเขาหยิ่งหรือเขาไม่อยากพูดภาษาอังกฤษ อยากพูดแต่ภาษาตัวเอง ไม่ใช่นะครับ ขอแค่เข้าใจจุดนี้ก็พอแล้วครับ เพราะทุกวันนี้แอปแปลภาษาก็สามารถช่วยได้เป็นอย่างมากครับ3. ว่าด้วยเรื่องการเข้าห้องน้ำของคนจีน อันนี้ต้องยอมรับเลยนะครับว่า ชื่อเสียงห้องน้ำที่จีนเป็นแบบไหน ผมยืนยันว่ามันเป็นแบบนั้นครับ ตอนไปแรก ๆ ผมตกใจมาก คือผมไม่เข้าเลย ผมยอมรับตรงนี้เลยนะครับว่าผมไม่เข้า ผมยอมกลั้นไว้เกือบ 3 ชั่วโมงบนรถเพื่อจะกลับมาเข้าที่ห้องตัวเอง ฟังอย่างนี้แล้วหลายคนตกใจ ไม่อยากไปจีนล่ะ แต่เดี๋ยวก่อนครับ มันไม่ใช่ทุกที่ครับ และมันก็ไม่ใช่ทุกครั้งที่เราจะเข้าแล้วเจอแบบนั้น ตอนนี้ประเทศจีนเปลี่ยนไปมากครับ เขามีการพัฒนาในเรื่องนี้แล้ว บางห้องน้ำที่ผมเคยไปเข้า ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นตรง People's Square ที่เซี่ยงไฮ้ครับ ยอมรับเลยว่าหรูหรามาก หรูกว่าประเทศไทยอีก ไฟเปิดปิดอัตโนมัติเมื่อเราล็อกห้องน้ำ พอเปิดกลอนล็อกห้องน้ำเท่ากับการกดชักโครก พอมาที่กระจกล้างมือปรับแสงกระจกให้ความสว่างพอดีกับเรา คือพอผมเข้าที่นี่ ทุกอย่างที่เกี่ยวกับห้องน้ำในจีนในหัวผมได้เปลี่ยนไปเลย เพราะถ้าเราจะไปเจอแบบเเย่จริง ๆ ผมว่าน่าจะเป็นห้องน้ำที่คนจะใช้กันเยอะ ๆ มากกว่าครับ เช่น สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ เพราะคนที่ไปตรงนี้คงไม่ได้ใครมานั่งห่ว่าห้องน้ำดี ๆ อยู่ตรงไหนถูกไหมครับ เอาเป็นว่าเรื่องห้องน้ำ ผมยืนยันเลยนะครับว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว เพราะเขาก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเช่นกันครับ ถ้าใครกลัวที่จะไปเที่ยวจีน แค่เรื่องห้องน้ำ หายห่วงได้เลยครับ เปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ ครับ4. คนจีนส่วนมากใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก จากที่ผมได้ไปอยู่ที่ประเทศจีน ผมสังเกตได้เลยว่าคนที่จีนเป็นคนที่ชอบใช้ขนส่งสาธารณะเป็นหลักครับ อาจจะเพราะราคาระบบขนส่งสาธารณะของบ้านเขามันถูกครับ จึงเป็นเหตุผลที่คนใช้เยอะครับ อีกอย่างถนน หนทางที่จีนก็ถูกออกแบบผังเมืองมาอย่างดี แก้ไขปัญหารถติด รถในเมืองไม่วุ่นวายมากเพราะมีระบบการจัดการที่ดี เมืองที่ผมอยู่แทบจะไม่มีรถคิดครับ ถ้าติดก็แค่ไม่กี่นาที ถึงไม่ถือว่านานจนเบื่อเหมือนบ้านเรา และผมสังเกตการจากที่ผมได้ไปเที่ยวในหลาย ๆ เมือง คนจีนก็ยังใช้รถสาธารณะใช้การเดินทางนะครับ คืออาจจะไม่ทั้งหมดครับ แต่ส่วนมากคนจะไม่ใช้รถส่วนตัวครับ ผมอิงจากตารางการเดินรถที่ออกแบบถี่มาก คือแบบ 15 นาที 1 ครั้ง และในแต่ละครั้งคือเต็มทุกที่นั่งครับ ถ้าจะตอบว่าก็คนเขามีเยอะก็อาจจะถูกครับ แต่ถ้ามีเยอะถ้าไม่ชอบมาเจอคนเยอะ ทำไมไม่ใช้รถส่วนตัวละครับ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะเดินทางโดยขนส่งสาธารณะอยู่ครับ อีกอย่างหนึ่งครับที่ผมสังเกตนอกจากราคาของระบบขนส่งสาธารณะของงเขาจะถูกแล้ว ที่จีนจะมีส่วนลดเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้อีกครับ ถือว่าเป็นสวัสดิการ เช่น คนทำงาน คนสูงอายุ หรือนักเรียนนักศึกษา ก็จะได้รับส่วนลดลงไปอีกครับ ถือว่าเป็นรูปแบบในการจูงใจให้ผู้คนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะแบบยั่งยืนและเห็นผมเร็วที่สุดครับ เเละเหตุผลสุดท้าย คือประเทศจีนใหญ่ครับ การเดินทางแค่ระหว่างเมืองนั้นก็ใช้เวลาอยู่มากแล้วครับ อย่าถามว่าถ้าข้ามไปหลาย ๆ มณฑลเลยครับ นั่งจนรากงอกแน่ ๆ ดังนั้นเมื่อมันไกลและใช้เวลาพอสมควร เขาจึงเลือกที่จะนั่งรถโดยสารมากกว่าครับ เพราะมีคนขับให้ นอนหลับได้สบาย ไม่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งขับรถไปเอง ตรงนี้ผมอิงจากคำพูดของเพื่อนคนจีนของผมมาพูดนะครับ เขาถูกปลูกฝังมาแบบนี้จริง ๆ ครับ บางคนถือว่าเป็นคนรวยคนหนึ่งเลย แต่ก็ยังนั่งรถเมล์ปกติทั่วไป เขาใช้ชีวิตกันอย่างนี้จริง ๆ ครับ5. คนจีนชอบเดินมาก และเดินไวด้วย ข้อนี้ก็ต้องยอมรับให้เขาเลยนะครับ เอาง่าย ๆ แค่เรียนในมหาลัยคนยังเดินไปเรียน ยังเดินไปทานข้าวที่โรงอาหาร ยังเดินไปตึกหอสมุด ยังเดินไปซื้อของตามร้านค้าต่าง ๆ ถามจริง ๆ ครับว่าตอนนี้ในมหาลัยในไทยยังมีคนเดินแบบนี้อยู่ไหนครับ และจะมีสักกี่คน ที่จีนนี่ไม่ใช่เดินคนสองคนนะครับ เดินจนชนกันครับ เขารักในการเดินมากครับ จึงไม่แปลกที่ผมจะพูดถัดไปคือ พอเขาซึมซับการเดินแบบนั้นมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เขาค่อนข้างที่จะมีกำลังขาในช่วงแก่ตัวลงแล้วครับ อันนี้น่าประหลาดใจมากครับ คือผมได้มีโอกาสไปเที่ยวเขาหวงชาน ซึ่งมันต้องเดินขึ้นเป็นสิบ ๆ โล เชื่อไหมครับนอกจากชาวต่างชาติที่เห็นแล้ว คุณลุง คุณป้า รวมไปถึงคุณตา คุณยาย คนจีนเต็มเขากันไปหมดครับ คือสภาพถ้าเป็นคนไทยเดินแค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็ไม่น่ารอดแล้ว แต่นี่ขึ้นไปบนยอดเขาขนาดผมเป็นวัยรุ่นอยู่เรายังแทบจะไม่ไหว แต่พวกรุ่นเดอะทั้งหลายมีแรงเยอะกว่าเราอีกครับ จึงเป็นที่มาของข้อนี้ที่ผมในคนจีนเป็นประเทศที่เยอะที่สุดประเทศหนึ่งเลยครับ อีกอย่างคนจีนชอบเดินไม่พอ พี่แกยังติดสปีดอีกนะครับ คือเดินเยอะไม่พอแถมเดินเร็วอีกต่างหากครับ ถ้าใครได้โอกาสไปจีนลองสังเกตอย่างที่ผมบอกไปดูนะครับว่าจะตรงกันไหม6. คนจีนวัยรุ่นส่วนมากใช้ไอโฟน เล่นโซเชียล และติดโทรศัพท์เป็นอย่างมาก อันนี้เป็นความคิดส่วนตัวนะครับเท่าที่ผมสังเกตในมหาวิทยาลัยที่ผมเรียน คือวันรุ่นคนจีนจะใช้ไอโฟนเป็นหลักครับ ซึ่งน่าแปลกนะครับว่าทำไมเขาถึงไม่ใช่เเบรนด์โทรศัพท์ของเขาเอง อย่างเช่น เสี่ยวหมี่ หรือหัวเว่ย เป็นต้น อันนี้ผมก็ได้แต่สงสัยแต่ก็ไม่เคยได้ลองถามเพื่อนคนจีนดูนะครับ กลัวเขาว่าให้เพราะมันคือเรื่องส่วนของเขาที่เขาจะเลือกว่าจะใช้อะไร อีกอย่างที่ตามมากับโทรศัพท์คือโซเชียลมีเดียครับ ซึ่งอย่างที่เรารู้กันว่าที่ประเทศจีนเราไม่สามารถที่จะเล่น Facebook, Instagram, twitter, google หรืออะไรอีหลาย ๆ อย่างได้ แต่คนจีนส่วนมากจะแอบโหลด VPN มาเล่นเพื่ออัพเดทข่าวสารสถานการณ์รอบโลกครับ โดยเฉพาะที่ไทย ตอนนี้ซีรี่ส์เพราะเราคู่กันกำลังดัง ประเทศแม่อย่างจีนก็มาซับพอร์ตอย่างเยอะครับ ซึ่งประเทศเขาเล่นไม่ได้นะครับ แต่เขาก็ยังหาลู่ทางเพื่อมาอัพเดทในฐานะแฟนคลับคนหนึ่งครับ ตัวอย่างนี้น่าจะเห็นได้ชัดนะครับว่าคนจีนก็ติดโซเชียลมาก และที่สำคัญติดโทรศัพท์มากเช่นกันครับ แทบจะไม่วางเลยก็ว่าได้ แต่ก้ไปว่าเขาไม่ได้นะครับ เพราะคนจีนนี่ทุกอย่างอยู่ในมือถือของจริง เพราะเขาใช้ Cashless ในการจ่ายเงินครับ เเค่ถือโทรศัพท์ออกนอกบ้านเครื่องเดียวก็อยู่รอดแล้วครับ จึงไม่แปลกที่เขาจะติดโทรศัพท์มาก ๆ ครับ7. คนจีนชอบผลิตของแปลก ๆ ออกมาใช้เพื่อความสะดวกสบาย ข้อนี้ผมเอาไปข้อแถมละกันนะครับ จากที่ผมไปอยู่มานานทำให้ผมได้เห็นของใช้ต่าง ๆ ที่ไม่เคยเห็นในไทยมาก่อน อย่างเช่นอันนี้ผมชอบมากเลยครับ และผมจัดมาหลายอันด้วย มันคือผ้าที่ใช้กันแดดเวลาเราขับรถมอเตอร์ไซต์ครับ จะเป็นผ้าให้มือสอดคลุมมือเอาไว้แล้วก็จะลากยาวลงมาคลุมขาของเราเวลาเราขับรถครับ เรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมในการออกแบบที่กักแดดของคนที่ขับขี่รถมอเตอร์ไซต์อย่างตรงจุดที่สุดเลยนะครับ อันนี้ไม่ได้ใช้ได้ค่าหน้าร้อนนะครับ หน้าหนาวก็ใช้ได้ เพราะมันจะกันลมหนาวที่เข้ามาปะทะกับเราเวลาเราขับรถครับ ซึ่งผ้าอันนี้ผมก็ยังไม่เคยเห็นที่ไหนนะครับ ในไทยก็ยังไม่เคยเห็น พี่จีนเขาผลิตออกมาเพื่อเอามาใช้เพื่อความสะดวกสบายของเขาจริง ๆ ครับ อีกอันหนึ่งครับที่ผมเห็นในไทยบ้างแล้ว คือไม้ฟองน้ำที่ใช้ขัดถ้วยครับ ที่สามารถเติมน้ำยาล้างจานได้ และบีบเวลาที่เรากำลังขัดอยู่ อันนี้ก็มาจากจีนครับ เห็นไหมครับว่าจีนเขาชอบผลิตอะไรแปลก ๆ แต่ใช้งานได้จริง ผลิตออกมาเพื่อตอบสนองความสะดวกสบายของเขาครับ ถือว่าหัวครีเอทสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมครับ เป็นยังไงกันบ้างครับสำหรับ 6 ข้อกับอีก 1 ข้อแถมของผมที่เป็นข้อเท็จจริงที่อาจจะทำให้คุณรู้จัก "คนจีน" มากขึ้น ผมต้องย้ำตรงนี้นะครับว่าทั้งหมดที่เขียนมา มาจากประสบการณ์ของผมที่ผมได้เคยไปอยู่ที่จีน และเป็นเพียงความคิดของผมที่สรุปออกมาได้ดังข้อต่าง ๆ ที่ผมได้เขียนไปครับ หลังจากที่เพื่อน ๆ ได้อ่านกันจนจบแล้ว ผมก็หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้รู้จักคนจีนในอีกมุมมองหนึ่งที่ผมได้ทำการสรุปมาให้อ่านกันวันนี้นะครับ ท้ายสุดหากใครมีข้อมูลอื่น ๆ หรือความคิดเห็นอื่น ๆ จะมาแชร์ ก็สามารถมาแชร์กันได้นะครับ สำหรับวันนี้ขอบคุณและสวัสดีครับขอขอบคุณ ภาพหน้าปก / ภาพประกอบ1 /ภาพประกอบ2 / ภาพประกอบ3 / ภาพประกอบ4 (ของนักเขียน) / ภาพประกอบ5 -ปีกพญา-