มีช่วงหนึ่งในชีวิต ที่เราถูกสอนให้เชื่อว่า ถ้าไม่พูดอะไร = ไม่รู้สึก ถ้าไม่โต้ตอบ = ไม่เจ็บ ถ้าไม่แสดงออก = ไม่แคร์ แต่ความจริงคือ การนิ่งเฉยของผู้ใหญ่หลายคน ไม่ใช่เพราะใจว่างเปล่า แต่เพราะใจเต็มเกินกว่าจะอธิบาย การนิ่งเฉย ไม่ใช่การไม่มีอารมณ์ แต่มักเป็นการเลือกเก็บอารมณ์ ไว้ดูแลตัวเองก่อน เราเคยเป็นคนที่ พูดทุกอย่างที่รู้สึก อธิบายทุกครั้งที่เจ็บ เถียงทุกครั้งที่ไม่ยุติธรรม จนวันหนึ่ง เราเริ่มเหนื่อยกับการต้องพิสูจน์ ว่า “เรารู้สึกจริง” ให้คนที่ไม่เคยตั้งใจฟังอยู่แล้ว ความเงียบ จึงไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการหยุดใช้พลังใจ กับสิ่งที่ไม่ควรต้องแลกอีกต่อไป หลายครั้ง การนิ่งเฉย คือผลลัพธ์ของการเคยรู้สึก “มากเกินไป” รู้สึกจนพูดไปก็ไม่ถูกฟัง รู้สึกจนร้องไห้ก็ไม่ถูกเข้าใจ รู้สึกจนเริ่มสงสัยว่า การอธิบายตัวเองซ้ำ ๆ มันช่วยอะไรจริงไหม และเมื่อเราผ่านจุดนั้นมาแล้ว ความเงียบ จึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของใจ การนิ่งเฉย ไม่ใช่เพราะเราไม่เจ็บ แต่เพราะเราไม่อยากเจ็บเพิ่ม ไม่อยากเปิดแผลเดิม เพื่อให้ใครมาบอกว่า “คิดมากไปเอง” “อย่าอ่อนไหวขนาดนั้น” บางความรู้สึก ไม่ได้ต้องการคำแนะนำ แค่ต้องการไม่ถูกลดคุณค่า คนที่นิ่งเฉยได้ มักเป็นคนที่ผ่านการอธิบายมาแล้วทุกทาง และรู้แล้วว่า ไม่ใช่ทุกคน ควรได้ยินเสียงในใจเรา ความเงียบของเขา จึงไม่ใช่การเมินเฉย แต่คือการคัดเลือก คัดเลือกว่าควรพูดกับใคร ควรรู้สึกกับอะไร และควรเก็บอะไรไว้กับตัวเอง เราไม่ได้กลายเป็นคนเย็นชา เราแค่กลายเป็นคนที่ ไม่ยอมเอาหัวใจไปเสี่ยง กับพื้นที่ที่ไม่ปลอดภัยอีก นิ่งเฉย เพราะรู้ว่าไม่จำเป็นต้องชนะทุกบทสนทนา นิ่งเฉย เพราะรู้ว่าไม่ใช่ทุกความเข้าใจผิด ต้องได้รับการแก้ไข บางครั้ง การปล่อยให้ใครเข้าใจเราผิด ยังเจ็บน้อยกว่า การพยายามอธิบายให้คนที่ไม่เคยตั้งใจฟัง การนิ่งเฉย คือทักษะของคนที่โตขึ้น ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก แต่เพราะรู้สึกมากพอ ที่จะเลือกปกป้องตัวเอง ถ้าวันนี้คุณเงียบลง ตอบน้อยลง อธิบายน้อยลง ขอให้คุณรู้ว่า นั่นไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่มันคือการดูแลใจในแบบที่ซื่อสัตย์ที่สุด ขอบคุณภาพประกอบจาก : pixabay ภาพปก โดย Poswiecie จาก pixabay ภาพที่ 1 โดย sasint จาก pixabay ภาพที่ 2 โดย Pexels จาก pixabay ภาพที่ 3 โดย Leolo212 จาก pixabay ภาพที่ 4 โดย Pexels จาก pixabay