ความร่วมมืออย่างสันติ ไม่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างประเทศที่เอาเปรียบกับประเทศที่เสียเปรียบ ระหว่างผู้ที่กดขี่กับผู้ที่ถูกกดขี่บนโลกใบนี้การเอารัดเอาเปรียบเกิดขึ้นตลอดเวลา และยังคงปรากฎอยู่มาจนทุกวันนี้ ทุกที่ที่มีการกดขี่ ก็ย่อมมีการลุกขึ้นสู้ และทุกที่ที่คนลุกขึ้นสู้ก็ได้สร้างนักปฏิวัติขึ้นมา และหากพูดถึงนักปฏิวัติในโลกสากลผู้ยิ่งใหญ่ คงไม่มีใครไม่นึกถึง เช เกวารา หรือชื่อจริง เออร์เนสโต เกวารา เดอ ลา เซอร์นา (Ernesto Guevara dela Serna) ชายชาวอาร์เจนตินา เช เป็นหมอ (ก่อนที่เขาจะเป็นหมอ เขาเรียนด้านวิศวกรรมมาก่อน แต่ได้รับแรงสะเทือนใจจากการเจ็บป่วยทุกข์ทรมานด้วยโรคจากยายของเขาเอง เขาจึงเบนเข็มมาเรียนแพทย์) เช เคยเดินทางข้ามทวีปเพื่อรักษาคนป่วยด้วยรถมอเตอร์ไซค์กับเพื่อนรักของเขา จนกลายมาเป็นภาพยนตร์บันทึกเรื่องราวของเขาอันโด่งดังที่ชื่อ The Motorcycle Diaries : Notes on a Latin Amarican Journey ซึ่งสร้างจากการบันทึกเรื่องราวของเขาเองด้วย ภาพถ่ายของ เช เกวารา เป็นภาพที่โด่งดังมากไปทั่วโลก เป็นที่ชื่นชอบจากหนุ่มสาวในวัยที่มีหัวใจขบถ ไม่เว้นแม้กระทั่งในประเทศไทยเอง เช เกวารา กลายเป็นที่นิยมชื่นชอบของสิงห์รถบรรทุกขอบคุณภาพประกอบจาก pxhereช่วงที่เช เกวารา เป็นนักศึกษาแพทย์ เขาเดินทางไปหลายที่ จนได้พบเห็นเรื่องราว ผู้คน และการกดขี่ต่าง ๆ เขาจึงได้ศึกษาเรื่องราวเหล่านั้นอย่างจริงจัง เช ได้ศึกษาทฤษฎีของมาร์กซิสต์ เลนิน ทรอสกี้ เหมา เพื่อวันหนึ่งที่เขาหวังไว้ว่าจะได้เป็นผู้ร่วมปลดปล่อยปลดแอกประชาชน ด้วยเพราะตัวเขาเองก็ยึดหลักการในการต่อต้านอเมริกาอย่างแข็งกร้าว เขาตั้งใจเป็นนักเคลื่อนไหว เขาเดินทางผ่าน โบลิเวีย เอกวาดอร์ คอสตาริกา เช ได้พบรักกับ ฮิลดา กาเดีย อะคอสตา และมีลูกด้วยกัน ก่อนที่จะเขาเข้าสู่ประเทศคิวบาเพื่อร่วมงานกับกองกำลังติดอาวุธเพื่อโค่นล้มรัฐบาลจอมเผด็จการบาติสต้า ที่คิวบานี่เองที่ เช เกวารา ได้พบกับ ฟิเดล คาสโตร ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นเพื่อนรักของเขาอีกคน เช เกวารา เขียนจดหมายกลับมาบอกพ่อเขาว่า “ผู้นำหนุ่มชาวคิวบา ได้เชิญผมเข้าร่วมกองกำลังปลดปล่อยประเทศของเขา ซึ่งแน่นอนว่าผมรับปาก ตลอดชีวิตที่ขึ้น ๆ ลง ๆ ของผมนั้น ผมพยายามแสวงหาสัจธรรมเสมอมา และตอนนี้ผมกำลังจะมุ่งไปตามทางของผม โดยผมมีลูกสาวเป็นตัวแทนของผมแล้ว โปรดอย่าได้วิตกกังวลเรื่องความตายของผม เพราะผมก็เช่นเดียวกับฮิกเมท นั่นคือจะรู้สึกเสียใจมาก ที่ตายไปโดยที่ยังร้องเพลงไม่ทันจบเพลง”ขอบคุณภาพประกอบจาก pxhereฟิเดล คาสโตร เคยพูดถึงเช ว่า “เขาเป็นศิลปินนักรบกองโจร เป็นผู้นำที่เรียกร้องตนเองเท่ากับที่เรียกร้องผู้อื่น เขาปฏิบัติตามหลักเสมอภาคอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้การต่อสู้กับพวกฉ้อฉลและเป็นเผด็จการ ทรงคุณค่าและมีความหมายยิ่งนัก” หลังปฎิวัติคิวบาได้สำเร็จ เช เกวารา ได้รับมอบหมายให้ดูแลนโยบายทางด้านเศรษฐกิจของคิวบา ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรรม อุตสาหกรรม หรือนโยบายด้านการเงิน“แม้จะฟังดูแปลก ๆ แต่ผมขอบอกว่าการปฏิวัติที่แท้จริงนั้นต้องมีความรักชี้นำ” เช เกวารา ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักปฎิวัติโรแมนติก เขาเป็นทั้งหมอ ทั้งศิลปินนักรัก ทั้งผู้ปลดปล่อย และเป็นคนทำงานหนัก เช ได้เป็นรัฐมนตรี และครั้งนึงเขาได้เป็นตัวแทนคิวบาไปพูดที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาบอกว่า “เมื่อเวลานั้นมาถึง ผมพร้อมจะตายเพื่อเสรีภาพของประเทศละตินอเมริกาใด ๆ ก็ตาม โดยจะไม่เรียกร้องอะไรจากใคร ไม่ขูดรีดผู้ใด และไม่คาดหวังสิ่งใด ๆ ตอบแทน” หลังจากประสบความสำเร็จ บรรลุภาระหน้าที่จากประเทศคิวบาแล้ว เช เกวารา ได้เดินทางไปช่วยขบวนการปฎิวัติตามความตั้งใจของเขาในดินแดนแอฟริกาอีกหลายประเทศ ทั้ง กินี แทนซาเนีย อียิปต์ มาลี คองโก จนคนแอฟริกันขนานนามเขาว่า “เหมา แห่งละตินอเมริกา” หรือ “มูกานดา (ผู้ปลดปล่อย)"การปฎิวัติในแอฟริกาไม่ประสบความสำเร็จเท่าใดนัก นั่นเพราะความไม่รับผิดชอบของนักปฏิวัติชาวแอฟริกันเองด้วย อย่างที่ เช บันทึกไว้ว่า “ชอบทำตัวและใช้ชีวิตเหมือนนักท่องเที่ยว” หลังจากนั้นมา เช เกวารา ก็ป่วยหนัก ต้องถูกส่งไปรักษาตัวอีกหลายที่ ก่อนที่เขาจะกลับมาจะหายดีและเดินทางกลับเข้าสู่ประเทศคิวบาอีกครั้งขอบคุณภาพประกอบจาก Engin_Akyurt / Pixabay ความฝันสุดท้ายของ เช เกวารา คือ จุดไฟปฏิวัติให้ลุกโชนขึ้นในดินแดนละตินอเมริกาอีกครั้ง คราวนี้เขาเลือกประเทศโบลิเวียเป็นฐานที่มั่นในการก่อการ แต่ที่นี่เขาไม่ได้รับการสนับสนุนเท่าใดนัก ทั้งจากฝ่ายปฎิวัติและโซเวียตรัสเซีย เขามีคนเริ่มต้นเพียงจำนวนหยิบมือ ราว ๆ 50 คน เขาเริ่มสร้างกองกำลังจากคนรอบ ๆ บ้าน เริ่มทำงาน เก็บเงินสะสมอาวุธ เก็บฝังไว้รอบบริเวณบ้านและในไร่ แต่สุดท้ายฐานที่มั่นของเขาแห่งนี้ ก็ถูกกองกำลังฝ่ายรัฐบาลโบลิเวียบุกยึดได้ ขณะที่ตัว เช เกวาราเองออกเดินทางไปสำรวจที่ต่าง ๆ อยู่ และต่อมา เช ก็ถูกไล่ล่า ทั้งจากรัฐบาลโบลิเวียเอง และซีไอเอจากอเมริกา ขอบคุณภาพประกอบจาก pxhereบันทึกหน้าสุดท้ายของเช เกวารา จบลงเมื่อ 9 ตุลาคม 1967 เขาถูกจับได้และถูกนำไปขัง เขาถูกคำสั่งฆ่าจากประธานาธิบดีโบลิเวียในคืนนั้นเอง ร่างที่พรุนด้วยรอยกระสุน ถูกนำไปผูกไว้กับขาเฮลิคอปเตอร์เพื่อเดินทางครั้งสุดท้าย ก่อนศพของเขาจะถูกนำไปฝังอย่างลับ ๆเช เกวารา เป็นทุกอย่างเท่าที่คนหนึ่งคนจะเป็นได้ วาระสุดท้ายเขาก็ได้กลายเป็น นักบุญ เออร์เนสโต เดอ ลา อิเกวรา ของคนจนผู้ถูกกดขี่ คนทุกข์ยาก ชาวไร่ ชาวนา เมื่อครั้งออกเดินทาง เช เกวารา เคยเขียนจดหมายไปบอกแม่ของเขาว่า “ผมไม่ใช่ทั้งพระคริสต์ หรือนักบุญ ผมเป็นทุกอย่างที่ตรงข้ามกับพระเยซูคริสต์ และพวกนักบุญก็ดูจะไร้ค่า หากเทียบกับสิ่งที่ผมเชื่อมั่น ผมจะต่อสู้ด้วยอาวุธทุกชนิดที่หยิบฉวยมาได้ มากกว่าที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกตอกตะปูตรึงกางเขน หรืออะไรทำนองนั้น” ขอบคุณภาพปกจาก Lohrelei / Pixabay