เจ้าพระยายังไม่พ้นวิกฤต! เร่งพร่องน้ำรับฝนรอบใหม่ เตือน 41 จังหวัดฝนถล่ม เตือนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมชลประทานเร่งพร่องน้ำเจ้าพระยา รับมือฝนระลอกใหม่ 6-7 และ 9-13 ต.ค. ขณะที่หลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำ ด้านกรมอุตุฯ เตือนอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่
สถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยาภาพรวมมีแนวโน้มดีขึ้น โดยเช้าวันที่ 6 ตุลาคม ปริมาณน้ำไหลผ่านสถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ อยู่ที่ 1,954 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หลังปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิง วัง ยม และน่านเริ่มลดลง ขณะที่เขื่อนภูมิพลมีน้ำประมาณ 63% และเขื่อนสิริกิติ์ประมาณ 80% ยังมีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับรองรับน้ำในช่วงฤดูฝน
อย่างไรก็ตาม กรมชลประทานยังคงระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อพร่องน้ำและเตรียมรองรับฝนที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 6-7 และ 11-12 ตุลาคม โดยมวลน้ำจะไหลผ่านพื้นที่ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ก่อนลงสู่อ่าวไทยที่จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้คาดว่าระดับน้ำจะไม่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมากนัก แต่พื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนริมแม่น้ำยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ส่วนภาคตะวันออกยังมีน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรีและอำเภอเมืองปราจีนบุรี โดยมวลน้ำสูงสุดกำลังเคลื่อนเข้าสู่แม่น้ำบางปะกง ทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำในจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรายังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากการระบายน้ำค่อนข้างช้า คาดว่าจะใช้เวลาอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์กว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่ลุ่มน้ำแม่กลองสถานการณ์ดีขึ้น ระดับน้ำในราชบุรี สมุทรสงคราม โพธาราม และบ้านโป่ง ลดลงต่ำกว่าตลิ่งแล้ว
สำหรับจังหวัดเพชรบุรียังเป็นพื้นที่ที่ต้องจับตา หลังเขื่อนแก่งกระจานมีปริมาณน้ำประมาณ 102% กรมชลประทานจึงจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำ เพื่อควบคุมการระบายน้ำจากเขื่อนและเตรียมระบบคลองระบายน้ำออกสู่ทะเล รองรับกรณีมีฝนตกเพิ่ม
ด้านกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยวันที่ 6 ตุลาคม มีพื้นที่เสี่ยงฝนหนักรวม 41 จังหวัด ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ ขณะที่วันที่ 7 ตุลาคม ฝนหนักจะลดลง แต่ยังมีบางพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง และในช่วงวันที่ 9-13 ตุลาคม ภาคตะวันออก ภาคกลาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคใต้ ยังมีแนวโน้มฝนตกหนักอีกระลอก
กรมอุตุฯ เตือนประชาชนให้ระวังฝนที่อาจตกหนักอย่างรวดเร็วเป็นจุด ๆ พร้อมลมกระโชกแรงและโอกาสเกิดลูกเห็บ หากมีฟ้าร้องหรือลมแรงควรหลีกเลี่ยงพื้นที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายหรือสิ่งก่อสร้างที่ไม่แข็งแรง ส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมทางน้ำ และเชิงเขา ควรเฝ้าระวังน้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากจากฝนตกสะสม
ภาพรวมสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเริ่มคลี่คลาย แต่กรมชลประทานยังต้องเร่งพร่องน้ำเพื่อรับฝนระลอกใหม่ ขณะที่ภาคตะวันออกและเพชรบุรียังมีจุดเสี่ยงน้ำท่วม ด้านกรมอุตุฯ เตือนฝนหนักและอากาศแปรปรวนต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วง 9-13 ตุลาคม ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
