เฝ้าระวังน้ำเหนือ! ฝนรอบใหม่เติมน้ำเพิ่ม ภาคกลาง-ตะวันออก วิกฤต หวั่นน้ำท่วมยืดเยื้อถึงพ.ย.

สถานการณ์อุทกภัยทั่วประเทศยังน่าต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักระลอกใหม่ในภาคเหนือ ทำให้น้ำป่าไหลหลากลงสู่พื้นที่ชุมชน ขณะที่ภาคกลางและภาคตะวันออกยังเผชิญน้ำท่วมขังในหลายจุด โดยเฉพาะปทุมธานี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา เจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชนกลุ่มเปราะบางและระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์น้ำเหนือกลับมาอยู่ในภาวะเฝ้าระวังอีกครั้ง หลังวันที่ 5 ตุลาคม มีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดลำปาง บริเวณอุทยานแห่งชาติดอยหลวง รอยต่อเชียงราย พะเยา และลำปาง ส่งผลให้น้ำป่าสีขุ่นไหลหลากลงลำห้วยแม่หลวง ห้วยแม่กลาง และห้วยแม่น้อย ก่อนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและหมู่บ้านปงถ้ำ อำเภอวังเหนือ ชาวบ้านต้องเร่งอพยพเด็กและผู้สูงอายุขึ้นพื้นที่ปลอดภัย ถือเป็นน้ำป่ารอบที่ 2 ของปีนี้
มวลน้ำดังกล่าวกำลังไหลลงสู่เขื่อนกิ่วคอหมา อำเภอแจ้ห่ม ซึ่งล่าสุดมีปริมาณน้ำประมาณ 163 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 95% ของความจุ ทำให้กรมชลประทานต้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภาคเหนือให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
ขณะที่ภาคกลาง โดยเฉพาะจังหวัดปทุมธานี ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา พื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำและชุมชนริมแม่น้ำในอำเภอเมืองปทุมธานีและสามโคก มีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตร และร้านอาหารริมน้ำสูงประมาณ 20-60 เซนติเมตร ส่วนตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ มีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ส่งผลให้น้ำเริ่มเน่าเสียและมีปัญหาปลิงควายระบาด จังหวัดจึงเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำตกค้างและบรรเทาความเดือดร้อน
ด้านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงพื้นที่อำเภอสามโคก ประเมินว่าหากไม่มีฝนตกหนักซ้ำ ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลงและกลับเข้าสู่ภาวะปกติช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม แต่หากมีฝนระลอกใหม่หรือเกิดน้ำทะเลหนุนสูง สถานการณ์อาจลากยาวถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
ส่วนภาคตะวันออกยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะจังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ที่ปราจีนบุรี มวลน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่อำเภอบ้านสร้างอย่างต่อเนื่อง ทำให้แม่น้ำปราจีนบุรีเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อเข้าท่วมทั้ง 9 ตำบล การคมนาคมหลายเส้นทางถูกตัดขาด ต้องใช้เรือและรถบรรทุกขนาดใหญ่ในการเดินทาง ขณะที่ศูนย์พักพิงเดิมที่โรงเรียนศรีรักษ์ราษฎร์บำรุงมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เจ้าหน้าที่จึงเร่งอพยพผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงกว่า 100 คนไปยังศูนย์พักพิงแห่งใหม่
ภาพรวมจังหวัดปราจีนบุรีทั้ง 7 อำเภอ ยังคงมีพื้นที่ประสบภัย ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 58,000 ครัวเรือน และมีรายงานผู้เสียชีวิต 18 ราย ขณะที่มวลน้ำยังไหลต่อเนื่องเข้าสู่จังหวัดฉะเชิงเทรา ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร และพื้นที่เศรษฐกิจหลายแห่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและผลักดันน้ำลงสู่อ่าวไทย พร้อมเตรียมมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาประชาชนหลังสถานการณ์คลี่คลาย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
