รีเซต

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 24 ต.ค. 2569 ปิดลบ 652 จุด ร่วง 1.23% วิตกลงทุน AI

หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 24 ต.ค. 2569 ปิดลบ 652 จุด ร่วง 1.23% วิตกลงทุน AI
TNN ช่อง16
24 ตุลาคม 2569 ( 08:48 )
17

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม 2569 โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 650 จุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่นักลงทุนจับตาการรายงานผลประกอบการของบริษัทขนาดใหญ่ รวมถึง Alphabet, Microsoft และ Amazon ตลอดจนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในสัปดาห์หน้า

ดาวโจนส์ปิดลบ 1.23% ตลาดหุ้นนิวยอร์กปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนี

ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีของตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงมากที่สุด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ลดลงเล็กน้อย หลังจากเผชิญแรงขายอย่างหนักในวันก่อนหน้า

  • ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones) ปิดที่ 52,215.16 จุด ลดลง 652.82 จุด หรือ 1.23%
  • ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,623.68 จุด ลดลง 39.75 จุด หรือ 0.52%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,955.34 จุด ลดลง 53.52 จุด หรือ 0.21%

สำหรับภาพรวมตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนี S&P 500 ลดลง 0.5% และ Nasdaq ลดลง 0.7% ขณะที่ดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 0.4% โดยปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 3

นักลงทุนกังวลต้นทุนลงทุน AI จับตางบ Alphabet-Microsoft-Amazon

แรงกดดันต่อตลาดหุ้นส่วนหนึ่งมาจากความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะการขยายศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มการใช้จ่ายของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่

ในสัปดาห์หน้า บริษัทประมาณหนึ่งในสามที่อยู่ในดัชนี S&P 500 มีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาส โดยนักลงทุนจะให้ความสำคัญกับ Alphabet, Microsoft และ Amazon ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์รายใหญ่ที่รองรับการพัฒนา AI พร้อมจับตาแผนการลงทุนและแนวโน้มการใช้จ่ายในปีหน้า

นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของกระแสการลงทุน AI โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่เม็ดเงินลงทุนเพื่อขยายศูนย์ข้อมูล AI ในปีหน้าอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้นักลงทุนระมัดระวังการตัดสินใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้น 0.35% ในวันศุกร์ แม้หุ้นส่วนใหญ่ในดัชนีจะปรับตัวลง โดยหุ้นกลุ่มสินค้าจำเป็นสำหรับผู้บริโภค สินค้าฟุ่มเฟือยและบริการที่ไม่จำเป็นสำหรับผู้บริโภค รวมถึงกลุ่มการเงิน ต่างลดลงมากกว่า 1%

หุ้น AT&T-T-Mobile ร่วงเกือบ 8% หลัง SpaceX เล็งขยายธุรกิจมือถือ

หุ้นกลุ่มโทรคมนาคมปรับตัวลงและกดดันกลุ่มบริการสื่อสาร หลังมีรายงานว่า SpaceX กำลังมองหาที่ตั้งเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือหลายพันแห่ง เพื่อขยายธุรกิจสู่การเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายไร้สายรายที่ 4 ของสหรัฐฯ

หุ้น AT&T และ T-Mobile ร่วงลงเกือบ 8% ขณะที่ Verizon ลดลง 1.2% ส่วนหุ้น SpaceX เพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่หุ้นผู้ให้บริการเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือปรับตัวขึ้นสวนทาง โดย Crown Castle เพิ่มขึ้น 9% และ American Tower บวก 4%

หุ้นพลังงานพุ่ง 2.5% รับราคาน้ำมันสูงสุดรอบหลายเดือน

หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวขึ้น 2.5% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานพลังงานจากตะวันออกกลาง หลังกลุ่มฮูตีโจมตีในซาอุดีอาระเบีย

ขณะเดียวกัน หุ้น SLB ซึ่งให้บริการเทคโนโลยีและบริการสำหรับอุตสาหกรรมน้ำมัน ปรับตัวขึ้น 7% หลังรายงานกำไรไตรมาส 3 สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้

ด้านหุ้น American Express ลดลง 3.7% และเป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันดัชนีดาวโจนส์ แม้บริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไร พร้อมประกาศแผนลดจำนวนพนักงานลง 5%

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ อ่อนตัว นักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด

ข้อมูลจากมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ ในเดือนตุลาคมปรับตัวลดลงเล็กน้อย เข้าใกล้ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ หลังราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อมุมมองทางเศรษฐกิจของครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นในปีนี้ โดยข้อมูลจาก LSEG IBES บ่งชี้ว่า บริษัทในดัชนี S&P 500 มีแนวโน้มรายงานกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 32% ในไตรมาส 3

สำหรับปัจจัยที่ตลาดต้องติดตามในสัปดาห์หน้า ได้แก่ การประชุมนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งตลาดคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประกาศผลวันพุธ โดยนักลงทุนจะประเมินสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมด้วย

นอกจากนี้ นักลงทุนยังติดตามการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดว่าพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในรัฐสภาสหรัฐฯ และอาจมีผลต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจในระยะต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง