รีเซต

"พิชัย VS อรรถวิช" ตอบคำถาม แก้หนี้ เพิ่มจีดีพี ภัยพิบัติ เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไร ? ศึก "เลือกตั้ง 69"

"พิชัย VS อรรถวิช" ตอบคำถาม แก้หนี้ เพิ่มจีดีพี ภัยพิบัติ เป็นรัฐบาลจะเดินหน้าอย่างไร ? ศึก "เลือกตั้ง 69"
TNN ช่อง16
29 มกราคม 2569 ( 18:10 )
2

"พิชัย VS อรรถวิช" งัดข้อ สู้นโยบายเศรษฐกิจ "เลือกตั้ง 69" ตอบโจทย์ แก้หนี้-เพิ่มจีดีพี-ภัยพิบัติ  


เลือกตั้ง 69 สู้กันด้วยนโยบายเศรษฐกิจ ชี้อนาคตประเทศไทย จากพรรคเพื่อไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ การแก้หนี้คนไทย เพิ่มจีดีพีประเทศ และภัยพิบัติกับเศรษฐกิจไทย จะแก้อย่างไร 


เปิดนโยบายเศรษฐกิจ เลือกตั้ง 2569 ของพรรคการเมืองดัง ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติ บนเวที  “ELECTION2026: DECODING THE ECONOMIC FUTURE: เลือกตั้ง69 ถอดรหัสอนาคตเศรษฐกิจ” ซึ่งจัดขึ้นโดย TNN16 จับมือ Bangkok Post เปิดเวทีดีเบตเศรษฐกิจชี้อนาคตประเทศ โดยมีประเด็นคำถามสำคัญ จากบรรณาธิการเศรษฐกิจ TNN16 และ Bangkok Post ให้ตอบ ประกอบไปด้วย นโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วนที่จะทำ ภายใน 90 วัน, นโยบายพลักดัน GDP ให้โตเกิน 2% ได้อย่างไร, นโยบายในการเพิ่มรายได้ประชาการต่อหัวให้เพิ่มขึ้น แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และพาไทยออกจากประเทศรายได้ปานกลางได้อย่างไร รวมไปถึงนโยบายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ อย่างไร



"พรรคเพื่อไทย"


คำถาม : นโยบายเศรษฐกิจเร่งด่วนที่จะทำ ภายใน 90 วัน


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ตัวแทนจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า นโยบายเศรษฐกิตเร่งด่วน 90 วัน ของพรรคเพื่อไทยที่เราอยากเห็น คือ การลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และทำอย่างไรที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูงนะครับ เรื่องนี้แม้ว่าจะเป็น 90 วันแต่ก็ต้องมีผลระยะยาว เรื่องหนึ่งที่เราคิดว่าควรจะต้องเร่งทำคือการแก้ปัญหาหนี้ เรื่องปัญหาหนี้นั้น หลายคนกล่าวว่าเพื่อไทยอาจจะไม่ได้ทำอะไร แต่ความจริงเราทำมาตลอดนะครับ แม้กระทั่งการส่งออกเราปีที่แล้วโต 12.93% ก็มาจากเพื่อไทย  รวมถึงอีกปี 67 โต 5.4% การลงทุนโต 1.87 ล้านล้าน และก่อนปี 67 โตถึง 1.14 ล้านล้าน เห็นชัดเจนว่าเมื่อการส่งออกโต และการลงทุนมากขึ้น คือ ทิศทางที่ทำให้ประเทศเราเจริญ ตัวอย่างเช่น เวียดนามที่ขยับชนะไทย ก็เพราะการส่งออกโต เพราะฉะนั้นเราก็คิดว่าเรื่องนี้ จากสิ่งที่เป็นปัญหาคือการที่เราไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ รวมไปถึงอีกหลายเรื่องที่จะเร่งทำ เช่น รถไฟฟ้า 20 บาท หรือสร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน รวมไปถึงการขยายฐานภาษีให้มากขึ้น  การปรับเพิ่ม VAT เช่น ไต้หวันที่ก็ทำไปแล้วและประสบความสำเร็จมาแล้ว 


คำถาม : ท่านมีนโยบายพลักดัน GDP ให้โตเกิน 2% ได้อย่างไร


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย คือทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศรายได้สูง หมายความว่า จีดีพีต้องโตถึง 5% ต่อเนื่องไปถึง 20 ปี เพราะสิ่งที่เราต้องทำ และที่ผ่านมาเราได้ทำไปแล้ว คือ การผลักดันการส่งออกที่ขยายจากเลขตัวเดียวไปเป็นเลขสองหลัก และหากทำได้ต่อเนื่องสองหลักไปอีกห้าปีหรือสิบปี เชื่อไทยเราจะฟื้น และจีดีพีโตได้อย่างแน่นอน ซึ่งการส่งออกจะโตได้ ต้องมีการทำ FTA หรือเขตการเสรี เหมือนกับเวียดนามที่มีจำนวน FTA มากกว่า 60 ประเทศ ขณะที่ประเทศไทยยังมีเพียงแค่ 20 กว่าประเทศเท่านั้น  โดยที่ผ่านมาตนสมัยเป็นรัฐมนตรีได้เคยไปคุยกับหลายประเทศหลายกลุ่ม และมองว่ากลุ่มสหภาพยุโรป หรือ EU รวมไปถึงการเร่งพัฒนาและใช้ DATA Center และ AI อยากให้ทุกคนเร่งศึกษาและปรับตาม เพราะโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ผ่านมาเราพลาดไปแล้วจากเรื่องการผลักดันอีคอมเมิร์ซ และเอไอ และมั่นใจว่านายกฯจากพรรคเพื่อไทยทำได้อย่างแน่นอน  



คำถาม :  การเพิ่มรายได้ประชาการต่อหัวให้เพิ่มขึ้น แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และพาไทยออกจากประเทศรายได้ปานกลาง 


นายพิชัย นริพทะพันธุ์ พรรคเพื่อไทย  ตอบว่า พรรคเพื่อไทยเรามีนโยบายที่จะต้องเป็นประเทศรายได้สูง ทราบไหมว่าเราอยู่รายได้ปานกลางมา 50 ปีแล้ว และถ้าหากเรายังมีเศรษฐกิจโตที่ระดับ 2% ต่อไปเรื่อยๆ ชาติหน้าก็ไม่มีทางขึ้นสู่ประเทศรายได้สูงได้ เพราะฉะนั้นเนี่ยเราต้องโต 5%  สิ่งที่เราต้องทำ คือ เราต้องเน้นเรื่องส่งออกให้มันโต เราดูตัวอย่างประเทศที่เจริญ ต้องมีการลงทุนเข้ามาเยอะๆ เราจะโตได้แน่นอน เราต้องวางภาพอนาคต สิ่งที่เราทำพลาด สิ่งที่เราแย่เพราะไทยไม่มีอีคอมเมิร์ซ ไม่มี Unicorn เงินจึงไหลออกไปสู่ต่างประเทศทั้งหมด เวลาซื้อของเงินมันไหลออกต่างประเทศหมด เศรษฐกิจเราจึงไม่โต 


ตอนนี้โลกกำลังเปลี่ยน Data Laser และ AI มันเข้าไปอยู่ในทุกเรื่อง เข้าไปในทุกอย่างเลย แม้กระทั่งสินค้าเกษตร แม้กระทั่งการปลูกพืชผลเกษตร ยกตัวอย่าง ประเทศจีนสามารถดูแผนที่แล้วตอบได้เลยว่าควรจะปลูกอะไร รดน้ำควรให้เท่าไหร่ ออกมามีผลผลิตเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ เงินคืนถึงเกษตรกรเท่าไหร่ ดังนั้นเกษตรกรต้องคิดแบบนี้ เพื่อเป็นอนาค


ย้ำว่าตนเองเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกที่กำลังเปลี่ยนไปมาก เราจึงต้องมองให้เห็นภาพว่าประเทศของเราจะเจริญต่อไปเป็นอย่างไร เราต้อง picture ให้ได้แล้วตามให้ทัน อาจจะพูดเหมือนว่าเป็นเรื่องที่เลื่อนลอย แต่ว่าเป็นเรื่องที่เป็นจริงในอนาคต ขอให้เชื่อตนเองว่า Data Science AI จะเป็นจุดเปลี่ยนของโลกนี้ และเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย


คำถาม : ท่านมีนโยบายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ อย่างไร


นายพิชัย  นริพทะพันธุ์  จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย เห็นปัญหาเรื่องปัญหาภัยพิบัติมานานแล้ว หากจำได้สมัยนายกยิ่งลักษณ์ เรามีโครงการจัดการน้ำ 9 แสนล้าน แต่ศาลไม่ให้ทำ ถ้าหากเราได้ทำตั้งแต่สมัยนั้นเราก็คงได้ไม่รับผลกระทบถึงขนาดนี้ เรายังมีโครงการที่จะถมทะเลสร้างเขื่อนเพราะกรุงเทพฯจมไปเรื่อยๆ น้ำท่วมขึ้นเรื่อยๆ คนก็หัวเราะกันว่าโอ้ยฝัน แต่ปรากฏว่าประเทศอื่นทำหมด ฮ่องกง สิงคโปร์ กัมพูชาก็ยังทำ สิ่งที่เกิดขึ้น คือ ประเทศไทยเรามองทุกอย่างก้าวไปข้างหน้าก่อน แล้วคนยังไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นอยากให้คนไทยเปลี่ยนวิธีคิดว่า เราเห็นอนาคตกันอย่างไร มองกันอย่างไร และจะทำกันอย่างไร 


เรื่องภัยพิบัติ เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงของโลก เราจะแก้ไขยังไง ตนเองได้ไปศึกษา ของทางจีน เขามี Meteorology มีการทำ AI รวบรวมข้อมูลเป็น Data Center รู้ว่าจะทำอย่างไร จะแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างไร จะเยียวยายังไงใครเดือดร้อนบ้าง จ่ายต้องถึงใคร บ้านไหนโดนบ้างบ้านไหนไม่โดนบ้าง มี มีข้อมูลทุกอย่างครบถ้วน  


พรรคเพื่อไทยเนี่ย เราพร้อม เราเห็นอนาคตว่าจะเกิดขึ้นไง ทำอย่างไรที่จะให้ประชาชนทุกคนเห็นตรงกัน แล้วก็ทำในสิ่งที่ตรงกัน ผมเชื่อว่า อาจารย์ยศชนันนะครับ เป็นคนมีความรู้แล้วก็มองโลกทันแล้วก็เชื่อว่าจะเป็นผู้นำที่ดีได้ 




"พรรครวมไทยสร้างชาติ"


คำถาม : ท่านมีนโยบายพลักดัน GDP ให้โตเกิน 2% ได้อย่างไร


ดร.อรรถวิช สุวรรณภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า เศรษฐกิจไทย ย้ำอยู่กับที่เพราะเราไม่มีนวัตกรรม ให้ดูจากประเทศร่ำรวย ตั้งตัวขึ้นมาได้จากนวัตกรรม เช่น ญี่ปุ่น มีรถยนต์ อเมริกา มีคอมพิวเตอร์ ส่วนประเทศไทย มองว่า เราย้ำอยู่กับที่ เพราะเราทำพลังงานสะอาดไม่ได้ เพราะมีคนยืนบังแดดเอาไว้ ณ วันนี้ พรรครับมรดกมา เราใช้ห้าหมื่นห้าพันเมกกะวัตต์ สำรองเรามีสามหมื่นหกเมกะวัตต์ในช่วงพีคสุด สำรองเกิน ซื้อไฟไม่ได้ ถ้าจะทำค่าไฟถูก ซื้อไฟใหม่ไม่ได้ ตนเองจึงเปิดนโยบายเสรีโซลาร์ โรงงานไหนอยากใช้ สามารถใช้ได้เลย เช่น อยากเอาดาต้าเซ็นเตอร์ หรือชิปเซมิคอนดักเตอร์ เข้ามาได้เลย ถ้าหากมีการทำพลังงานสะอาด จะไม่โดนภาษีในต่างประเทศ ภาษีคาร์บอน (CBAM) เพราะต่างชาติอยากได้พลังงานสะอาดในบ้านเรา แต่พอตนเองจะทำ กฎหมายผ่านครม.แล้ว แต่คุณพีระพันธุ์ ออกตำแหน่งก็โดนคว่ำกฎหมายทันที ดังนั้นอนาคตจะมีนวัตกรรมของไทยได้ ต้องมีการผลักดันพลังงานสะอาด จะเปิดการลงทุนใหม่ๆเข้าสู่ประเทศ ขอย้ำว่าพลังงานถูก พลังงานสะอาดต้องพรรครวมไทยสร้างชาติ


คำถาม : ท่านมีนโยบายในการเพิ่มรายได้ประชาการต่อหัวให้เพิ่มขึ้น แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และพาไทยออกจากประเทศรายได้ปานกลางได้อย่างไร


ดร.อรรถวิช สุวรรณภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอเสนอเรื่องการแก้ไขกฎหมายเครดิตบูโร เพราะทุกวันนี้เราเกรงใจธนาคารพาณิชย์มากเกินไป ประเทศไทยเป็นประเทศที่อยู่อันดับหนี้ครัวเรือน 10 อันดับของโลก ขณะที่ประเทศอื่นๆ ธนาคารเขาแข่งขันกันหมด การแข่งขันของธนาคารไม่ใช่การเพิ่มธนาคาร แต่ต้องให้เขาแข่งขันเรื่องอัตราดอกเบี้ย โดยเครดิตบูโรบ้านเรา หากมีประวัติด่างพร้อยเข้าแค่เดือนเดียว ท่านจะโดนแช่แข็งไป 3 ปี หรือ 36 เดือนทันที แค่เพราะหนเดียวที่พลาด เช่น ในสหรัฐอเมริกา ท่านมีโอกาสdddพลาดได้บ้าง หากมีคะแนนเครดิตสูง ดอกเบี้ยก็ต่ำ หากคะแนนเครดิตต่ำ ก็จะมีการดอกเบี้ยสูงตามไปด้วย เพราะดัชนีชี้วัดเขาชัดเจน เพราะฉะนั้นตนเองยืนยันว่าถ้ารวมไทยสร้างชาติได้เป็นรัฐบาล เรายกเลิกวิธีการคำนวณเครดิตบูโรแบบเดิมๆ ใครที่ติดอยู่แล้ว 5 ล้านคนในวัยทำงาน แล้วท่านไปจ่ายหนี้ครบ ไม่ต้องรอ 3 ปี ท่านไปแบงค์ใหม่ได้เลยทันที แล้วนี่คือโอกาสที่จะเกิดขึ้นถ้าเป็นรวมไทยสร้างชาติ


นอกจากนี้ที่ผ่านมา สมัยเป็นรัฐบาล เราได้ลดค่าใช้จ่ายประชาชนไปแล้ว โดยเรื่องการลดค่าพลังงาน คุณพีระพันธุ์และพวกผมทำงานในกระทรวงพลังงาน 2 ปี ลดค่าไฟ 16% 76 สตางค์ มากที่สุดในรัฐมนตรีแต่ละคนที่เคยทำมา ช่วยประหยัดเงินคนไทยไปแล้ว 270,000 ล้านบาท สิ่งที่แลกมาคือ ส.ส. ในพรรคที่หายไปจำนวนมาก ดังนั้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้ท่านจะเอา ส.ส. คืนกลับมาให้ผมหรือไม่ 



คำถาม : ท่านมีนโยบายในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติต่างๆ อย่างไร


ดร.อรรถวิช สุวรรณภักดี พรรครวมไทยสร้างชาติ ตอบว่า การจะแก้วิกฤตอย่างไร ขอตอบในมุมว่าถ้าหากได้เป็นรัฐมนตรีคลัง ในมุมของเศรษฐกิจการจ่ายภาครัฐลงไปเพื่อกระตุ้น GDP จะต้องไม่ไปลงทุนเพียงแค่เรื่องโครงสร้างพื้นฐานแค่นั้น แต่สามารถดันให้เกิดการบริโภคภายในประเทศก็ได้ สร้างทุนการค้าให้ได้เปรียบก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นต้องมองว่าการที่เอาเงินลงอัดลงไปนั้นต้องใส่ไปให้ถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นเวลาเกิดภัยพิบัติทุกครั้ง เงินต้องถึงมือประชาชนเร็วที่สุด ขณะที่บางคนบอกว่าให้ปล่อยซอฟต์โลน แต่ตนเองคิดว่าซอฟต์โลนต้องเลิกคิดไปได้แล้ว เพราะไม่มีประโยชน์ เนื่องจากปล่อยไปแล้วไม่เคยได้กู้จริง เนื่องจากคนที่ได้กู้ซอฟต์โลน คือ คนที่เขาได้อยู่แล้ว เขาไม่ต้องการแล้ว เพราะคนอื่นๆ ที่ไม่ได้ คือ เขาติดเครดิตบูโร และถ้าหากรวมไทยสร้างชาติได้เป็นรัฐบาล ผมจะปลดเลยนะครับ รหัส 21 ผมลบทิ้งเลย ประวัติท่านไม่มีอยู่ในนั้น ถ้าท่านจ่ายครบแล้วจบปิดบัญชี เพราะผมจะเปลี่ยนเป็นระบบคะแนน คะแนนมันไม่ได้เห็นรอยด่างพร้อย แต่คิดเป็นคะแนน ดอกเบี้ยสูงต่ำแข่งกันได้ เรื่องนี้คือเรื่องสำคัญที่สุด








ข่าวที่เกี่ยวข้อง