ดำรง แฉขบวนการพาข้ามแดนหัวละหมื่น ทำประมงเสียหายนับ 100ล้าน

ดำรง แฉขบวนการพาข้ามแดนหัวละหมื่น ทำประมงเสียหายนับ 100ล้าน
ข่าวสด
21 ธันวาคม 2563 ( 13:58 )
28
ดำรง แฉขบวนการพาข้ามแดนหัวละหมื่น ทำประมงเสียหายนับ 100ล้าน

จากสถานการณ์การระบาดของโควิด ระลอกใหม่ ซึ่งมีจุดตั้งต้นจากพื้นที่ ตลาดกลางกุ้ง จ.สมุทรสาคร และเกิดขึ้นในกลุ่มแรงงานพม่า โดยจำนวนผู้ป่วยสะสม ทั้งในกลุ่มแรงงานและผู้ติดมาจากกลุ่มแรงงาน มียอดสะสม 821 รายแล้วนั้น

 

ล่าสุด นายดำรง พุฒตาล ประธานชมรมเมาไม่ขับ ได้โพสต์ข้อความถึงการลักลอบนำแรงงานเข้าประเทศมาอย่างผิดกฎหมาย ที่ถูกขึ้นราคาช่วงงโควิด แต่สุดท้ายก็สามารถพาคนเหล่านี้เข้ามาได้ และผ่านด่านไม่รู้กี่ด้านเข้ามา

 

โดยข้อความระบุว่า "ผมมีคนที่รู้จักและสนิทสนมกันมาก อยู่ในจังหวัดสมุทรสาครอยู่หลายคนเป็นเพื่อนที่เรียนหนังสือมาด้วยกันก็มี เป็นอดีต สส.ก็มี ที่สำคัญเป็นนักธุรกิจใหญ่ทางด้านประมงระดับประเทศ ซึ่งมักจะได้พูดคุยกันในเรื่องการค้าอาหารทะเลอยู่เสมอๆ เพื่อนพ่อค้าคนนี้ ได้บอกมาด้วยความเจ็บปวดว่า วิกฤติโควิดในสมุทรสาครคราวนี้เขาเสียหายเป็น 100 ล้านบาท

 

เชื้อโควิด 19 ได้บุกเข้ามาในสมุทรสาครนำเชื้อมาโดยตรงจากประเทศเมียนมา หรือพม่า โดยคนพม่า ชาวสมุทรสาครบางระดับรู้ดีว่าพวกหม่องที่นำเชื้อมา ผ่านเส้นทางตามช่องทาง"ธรรมชาติ" หัวละ 10,000 บาท บริการจากช่องทางธรรมชาติส่งให้ถึงที่สมุทรสาครเลย ผมคิดว่าราคา 10,000 บาทนี้ไม่แพงเลย เพราะจากชายแดนพม่ากว่าจะถึงสมุทรสาครนั้นจะต้องผ่าน "ด่าน" ไม่รู้กี่ด่าน เพื่อนบอกว่าก่อนมี โควิดราคาถูกกว่านี้

 

 

เพื่อนผมอีกคนหนึ่งเป็นอดีตกำนันได้สร้างสนามบาสเกตบอลในเขตพื้นที่ของเขาเพื่อให้ลูกบ้านได้มาออกกำลังกายและมีสันทนาการปรากฏว่าทุกเย็นแทบจะไม่มีเด็กไทยไปเล่นบาสเกตบอลในสนามนี้เลย เพราะจะมีแต่คนพม่าเท่านั้นที่เล่นกันเต็มสนามนี่ก็จะบอกได้ว่าจังหวัดสมุทรสาครมีคนพม่าอยู่กันมากมายเต็มเมืองขนาดไหน และมีความเป็นไปได้สูงว่าในอนาคต. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรสาครอาจเป็นคนพม่าก็ว่าได้

 

ในฐานะผมเป็นประธานและผู้ร่วมก่อตั้ง "มูลนิธิเมาไม่ขับ" ขอเปรียบเทียบว่าเชื้อโควิด19 นั้นเหมือนกับคนเมาแล้วออกไปขับรถซึ่งทั้งสองอย่างนี้เราจะปลอดภัยได้จากโควิด19 คือเราและบ้านเมืองทุกภาคส่วนต้องช่วยกันป้องกันการระบาดของเชื้อโควิด และในทำนองเดียวกันเราจะปลอดภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนนก็ต้องขจัดและช่วยกันทุกองคาพยพไม่ให้คนเมาออกมาขับรถนั่นเอง

 

ในตอนที่โรคเอดส์ HIV ระบาดไปทั่วโลกผมก็ไม่ได้กังวลว่าตัวเองจะติดเชื้อนี้ เพราะถ้าเราไม่ไปส่ำส่อนทางเพศผมก็ไม่มีทางจะได้รับหรือต้องตายด้วยเชื้อ HIV นี้ ในทางตรงกันข้ามผมอาจจะถูกคนเมาขับรถชนผมตายทั้งๆ ที่ผมไม่ได้ดื่มเหล้าแม้แต่หยดเดียวหรือถ้าผมเดินอยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร แต่ผมบังเอิญไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัย ผมก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับเชื้อโควิดและอาจป่วยตายได้

 

อีกไม่กี่วันก็จะถึง " 7วัน อันตรายบนท้องถนน " จากการเดินทางของคนไทยไปฉลองปีใหม่ในต่างจังหวัด ปีก่อนๆ มูลนิธิเมาไม่ขับของเราก็ช่วยกันโหมประชาสัมพันธ์เตือนสติคนไทยไม่ให้เมาแล้วขับรถแต่ปีนี้เราจำเป็นจะต้องมีจิตสำนึกร่วมกันให้รู้จักป้องกันตัวเองที่จะไม่ให้ได้รับเชื้อจากโควิด19


ปีใหม่ปีนี้ "กร่อยครับ" แต่อย่างไรก็ตามขอสวัสดีปีใหม่จากกรุงเทพฯ ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเมาไม่ขับ"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง