แม่นักขับ F4 รอผล ร.ย.ส.ท. ปมแข่งโกคาร์ท เชื่อ “พายุ” มีโอกาสถึง F1

ศุทธดา เนติภานนท์ อดีตผู้ประกาศข่าวและผู้สื่อข่าว ปัจจุบันเป็นคุณแม่ของ “แผ่นดิน” ณวิญ เนติภานนท์ นักแข่งรถฟอร์มูล่า 4 (Formula 4) ชาวไทย แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีการแข่งขันโกคาร์ทที่มีประเด็นการประท้วงผลการแข่งขัน โดยระบุว่า ต้องรอติดตามผลการพิจารณาจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) เพื่อให้ได้ข้อสรุปตามกติกาที่เกี่ยวข้อง
ศุทธดา เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ที่เคยติดตามลูกชายลงแข่งขันโกคาร์ท รวมถึงการแข่งขันที่สนามพีระ เซอร์กิต พบว่าการยื่นประท้วงเป็นกระบวนการที่สามารถเกิดขึ้นได้ในการแข่งขันแต่ละรายการ โดยทั่วไปเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลง ผู้จัดจะดำเนินพิธีมอบรางวัลและถ่ายภาพบนโพเดียม เพื่อเป็นกำลังใจแก่นักแข่งรุ่นเยาว์ ส่วนข้อประท้วงสามารถเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายหลัง และดำเนินการตามข้อบังคับของรายการนั้น ๆ
สำหรับประเด็นด้านเทคนิคของรถแข่งขัน ศุทธดาอธิบายว่า การแข่งขันแต่ละรายการอาจใช้ข้อกำหนดแตกต่างกัน ทั้งประเภทเครื่องยนต์และโครงสร้างรถ โดยทีมแข่งและผู้ฝึกสอนเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบความถูกต้องของอุปกรณ์ให้เป็นไปตามกติกา ขณะที่ผู้ปกครองอาจไม่ได้มีความรู้ด้านเทคนิคทั้งหมด
จากประสบการณ์ในการดูแลลูกชาย ศุทธดาระบุว่า เคยมอบหมายให้ทีมแข่งและโค้ชเป็นผู้รับผิดชอบรายละเอียดด้านรถและข้อบังคับการแข่งขัน เนื่องจากบุคลากรเหล่านี้มีความรู้เฉพาะทางและเข้าใจเงื่อนไขของการแข่งขันแต่ละประเภท
ส่วนกรณีการแข่งขันที่กำลังเป็นประเด็น ศุทธดากล่าวถึงผู้จัดการแข่งขันซึ่งรู้จักกันในชื่อ “ลุงตี๋” ว่าเป็นผู้จัดรายการแข่งขันมาเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาว่ารายการแข่งขันดังกล่าวกำหนดให้ใช้กติกาใด และมีความเกี่ยวข้องกับข้อบังคับสากลหรือข้อกำหนดของ ร.ย.ส.ท. อย่างไร โดยเห็นว่าควรรอผลการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน
นอกจากนี้ ศุทธดายังกล่าวถึงนักแข่งโกคาร์ทเยาวชนไทย ทั้ง “น้องพายุ” และ “น้องราเลน” รวมถึงนักแข่งรุ่นใหม่คนอื่น ๆ ว่าเป็นกลุ่มเยาวชนที่มีโอกาสพัฒนาทักษะได้อีกมาก เนื่องจากเริ่มฝึกฝนและลงแข่งขันตั้งแต่อายุยังน้อย
ศุทธดาให้ความเห็นว่า หากนักแข่งเยาวชนได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากครอบครัว ทีมแข่ง และผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์ระดับนานาชาติ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการพัฒนาฝีมือและก้าวไปสู่การแข่งขันระดับสูง โดยเชื่อว่าน้องพายุมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปถึงการแข่งขันฟอร์มูล่า 1 (Formula 1) หรือ F1 ได้ในอนาคต
ขณะเดียวกัน ศุทธดาแสดงความห่วงใยต่อความรู้สึกของนักแข่งเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยไม่ต้องการให้ข้อขัดแย้งจากการแข่งขันส่งผลกระทบต่อกำลังใจของเด็ก พร้อมระบุว่า ประสบการณ์ทั้งในและนอกสนามจะช่วยให้นักแข่งได้เรียนรู้เรื่องกติกา ความรับผิดชอบ และการจัดการกับสถานการณ์ต่าง ๆ มากขึ้น
ศุทธดายังกล่าวว่า การแข่งขันกีฬาย่อมมีโอกาสเกิดข้อโต้แย้งหรือความเห็นที่แตกต่างกันได้ แต่สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมให้นักแข่งเยาวชนเรียนรู้เรื่องน้ำใจนักกีฬา และสามารถรักษาความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันภายหลังจบการแข่งขัน
พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงผู้ปกครองของนักแข่งทุกครอบครัวให้ร่วมกันสนับสนุนและให้กำลังใจเยาวชน โดยมองว่าการแข่งขันในรุ่นเด็กควรเป็นพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ การสะสมประสบการณ์ และการพัฒนาความสามารถ ควบคู่กับการสร้างความประทับใจและแรงบันดาลใจในการแข่งขันแต่ละรายการ
ทั้งนี้ ศุทธดายืนยันว่าควรรอติดตามข้อสรุปจาก ร.ย.ส.ท. เกี่ยวกับประเด็นกติกาการแข่งขัน พร้อมส่งกำลังใจให้นักแข่งเยาวชนไทยทุกคนเดินหน้าพัฒนาความสามารถ และมีโอกาสก้าวสู่การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
