เทพไทเสนอกำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับการเยียวยาใหม่ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ให้ช่วยเหลือครอบคลุมขึ้น

เทพไทเสนอกำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับการเยียวยาใหม่ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ให้ช่วยเหลือครอบคลุมขึ้น
มติชน
12 เมษายน 2563 ( 10:59 )
15
เทพไทเสนอกำหนดคุณสมบัติผู้ได้รับการเยียวยาใหม่ในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ให้ช่วยเหลือครอบคลุมขึ้น

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” เพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา “โควิด-19” ของรัฐบาลว่า จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 25 ล้านคน ทางกระทรวงการคลังต้องคัดกรอง และแยกแยะออกเป็นแต่ละประเภทตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ให้เหลือเพียง 9 ล้านคน แม้ว่ากระทรวงการคลังได้กำหนดประเภทอาชีพผู้ได้รับการเยียวยาที่ชัดเจนแล้วก็ตาม แต่ก็ยังมีอีกหลายอาชีพที่ตกหล่น ไม่เข้าเงื่อนไข ทั้งที่ได้รับผลกระทบ จึงออกมาเรียกร้องตามที่เป็นข่าว เช่น กลุ่มคนขับสามล้อ กลุ่มดารานักแสดง กลุ่มศิลปินพื้นบ้าน กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้าน กลุ่ม อสม. กลุ่มพระภิกษุสงฆ์ และกลุ่มอื่นๆ อีกหลายกลุ่ม จึงทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เท่าเทียมกันเกิดขึ้น เหมือนกับรัฐบาลเลือกปฏิบัติต่อคนไทยในบางอาชีพ คนที่ถูกคัดกรองออกอีกจำนวน 16 ล้านคน ย่อมเกิดความไม่พอใจรัฐบาล จึงออกมาเรียกร้องทวงถามความเป็นธรรม กระทรวงการคลังก็ไม่สามารถให้คำตอบและอธิบายเหตุผลให้เป็นที่พอใจได้

นายเทพไทกล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำและเลือกปฏิบัติกับกลุ่มอาชีพบางอาชีพ จึงอยากเสนอแนวทางแก้ปัญหาให้กับรัฐบาล ในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยไม่เลือกสาขาอาชีพ แต่จะเน้นผู้ได้รับความเดือดร้อนที่ไม่มีอันจะกิน ไม่มีเงินเก็บ ไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยขอเสนอให้รัฐบาลเยียวยาให้กับคนไทยทุกคน เดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3-6 เดือน ซึ่งจะใช้วงเงินงบประมาณใกล้เคียงกัน โดยกำหนดคุณสมบัติดังนี้

1.เป็นคนไทยอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปซึ่งโตพอที่จะต้องรับผิดชอบตัวเองได้ และต้องหารายได้เลี้ยงชีพด้วยตัวเอง
2.เป็นคนไทยที่มีบัญชีเงินฝากในธนาคารต่างๆ รวมยอดเงินทุกบัญชีมีเงินไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีเงินเก็บไม่มากพอ ที่จะดำรงชีพอยู่ได้ในเวลา 6 เดือน
3.เป็นคนไทยที่ไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ไม่มีเงินเก็บ สำหรับการเลี้ยงชีพ และไม่มีรายได้เหลือพอที่จะฝากเงินกับธนาคารได้

ถ้าหากว่ารัฐบาลใช้หลักเกณฑ์ 3 ข้อนี้ และใครมีคุณสมบัติตามเงื่อนไขนี้ รัฐบาลก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้นั้นได้ทันที ไม่ต้องมาวุ่นวายกับการคัดกรองคุณสมบัติกันให้เสียเวลาของราชการ เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่าย และรวดเร็ว โดยการตรวจสอบรายชื่อจากทะเบียนราษฎร์ และบัญชีเงินฝากกับธนาคารต่างๆ ภายในประเทศ ที่มีระบบออนไลน์หรือเครือข่ายเชื่อมต่อกัน จะไม่มีการถกเถียงหรือข้อสงสัยในเรื่องข้อมูล คุณสมบัติ ความเหลื่อมล้ำของผู้ได้รับการเยียวยาจากรัฐบาลอย่างแน่นอน

จึงอยากจะเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนแปลงวิธีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับความเดือดร้อน จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลเสียใหม่ และยังไม่สายเกินไป ที่จะทบทวนวิธีการเยียวยาดังกล่าว ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยและสนับสนุนให้มีการเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ทุกคน ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในขณะนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง