หนังสือที่บอกเล่าประสบการณ์หลากหลายแบบที่ผู้เขียนได้พบเจอ โดยผู้เขียนเป็นอาจารย์ที่สอนในมหาวิทยาลัย ซึ่งเคยตั้งโจทย์ให้นักศึกษาใช้เงิน 5 ดอลลาร์เพื่อทำธุรกิจ และสุดท้ายมีนักศึกษาที่ทำเงินได้มากถึง 650 ดอลลาร์ ภายในเวลา 2 ชั่วโมงและยังมีผลงานจากการสร้างสรรค์อีกมากมาย เนื้อหาในแต่ละบททำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ต่างๆของผู้อื่นและนำมาปรับใช้กับตัวเอง เป็นเล่มที่ทุกคนอ่านได้ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตาม ในเล่มมีคำกล่าวของ สตีฟ จ็อบส์ ที่ว่า "คุณไม่มีทางรู้เลยว่าเมื่อไหร่ที่ประสบการณ์ของคุณจะกลายเป็นสิ่งมีค่า" เพราะตอนที่เขาตัดสินใจเลิกศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย เขาได้เข้าไปนั่งเรียนวิชาออกแบบตัวอักษรจากมหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อในด้านนี้และสุดท้ายเขาก็ได้นำสิ่งนี้มาใช้ในประกอบการออกแบบตัวอักษรในการออกแบบคอมพิวเตอร์ แนวคิดนี้ทำให้ตะหนักได้ว่าทุกประสบการณ์ในชีวิตล้วนมีค่าเสมอและเราก็ได้เรียนรู้จากสิ่งที่เกิดขึ้น ในวันข้างหน้าสิ่งนั้นอาจช่วยแก้ปัญหาใหญ่ในชีวิตเราเลยก็เป็นได้ อีกทั้งหนังสือยังมีแนวคิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็น "ปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากความคาดหวังที่คุณมีต่อตัวเองและความคาดหวังที่คนอื่นมีต่อคุณ"กฎเกณฑ์หรือสูตรสำเร็จใดๆที่คนส่วนใหญ่สร้างขึ้นเพื่อคาดหวังให้คนส่วนใหญ่เดินตาม แน่นอนว่าคุณก็สามารถทำตามสูตรสำเร็จเหล่านั้นได้ แต่ในจักรวาลที่กว้างใหญ่นี้ยังมีเส้นทางอีกมากมายที่รอให้คุณออกไปสำรวจ คงจะน่าสนใจไม่น้อยถ้าหากได้กำหนดและเดินตามเส้นทางของตัวเอง "ยิ่งคุณลองทำมากเท่าไหร่ คุณก็จะมีตัวเลือกมากกว่าที่คิดไว้มาก"อย่ากลัวที่จะออกจากเขตของความสบายใจ สิ่งที่คุณกล้าทำจะพลิกชีวิตของคุณ คุณจะได้สัมผัสในสิ่งใหม่ที่ต่างออกไป อาจทำให้รู้สึกดีในแบบที่คุณคาดไม่ถึงก็เป็นได้ "ผู้ที่ประสบความสำเร็จจะมองหาวิธีการที่ทำให้ตนเองประสบความสำเร็จ"หากอยากประสบความสำเร็จก็จงใส่ใจกับสิ่งต่างๆรอบตัวในปัจจุบันขณะ พัฒนาและใช้ทักษะที่มีอยู่เสมอ ไม่หยุดนิ่งที่จะพยายามทำสิ่งต่างๆ แล้วซักวันสิ่งต่างๆที่ทำจะช่วยหนุนนำให้ประสบความสำเร็จ จงคิดเสมอว่าผลประโยชน์รอให้คุณไปตักตวงอยู่เสมอ "ความล้มเหลวเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการเรียนรู้ของเรา"หลายๆครั้งการเรียนรู้เกิดจากความผิดพลาด เราแทบจะไม่รู้อะไรเลยหากยังไม่ลงมือจริงๆ เราไม่สามารถฝึกทำอาหารได้ด้วยการอ่านสูตรอาหาร ทุกสิ่งต้องมีการลองผิดลองถูก ความล้มเหลวจะทำให้ได้เรียนรู้และลดความเป็นไปได้ที่จะผิดพลาดซ้ำ "การเรียนรู้ว่าควรจะล้มเลิกเมื่อไหร่นั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญ"แนวคิดที่เรามีอาจใช้ไม่ได้ผลเสมอไป หากถึงทางตันก็ต้องรู้จักปล่อยวาง ถ้าดึงดันต่ออาจทำให้เสียเวลาและเสียพลังงานไปโดยเปล่าประโยชน์ หันหน้ายอมรับความจริงและตัดใจเพื่อก้าวไปสู่สิ่งใหม่ๆ ลองเสาะหาหรือปรับแนวคิดที่มีให้เหมาะสมกับตัวเอง "หากคุณลองเสี่ยงและล้มเหลว จำไว้ว่าตัวคุณเองไม่ใช่ความล้มเหลว"อย่างที่กล่าวว่าความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ ความล้มเหลวเป็นแค่ปัจจัยภายนอก เช่น จังหวะเวลาอาจไม่ดีพอ อย่าโทษตัวเองเพราะตัวเราเริ่มใหม่ได้เสมอ ปัจจัยภายในคือความคิดของตัวเราเองต่างหากที่พร้อมจะขับเคลื่อนตัวเรา "การยึดติดกับเส้นทางใดๆก็ตามเร็วเกินไป อาจพาคุณไปในเส้นทางที่ผิดได้"ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กเรามักถูกถามเป็นประจำว่าโตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร ผู้คนรอบตัวมักอยากให้เราตัดสินใจกับชีวิตอย่างรวดเร็ว จนบางครั้งผู้คนได้เลือกเส้นทางชีวิตที่ไม่ได้สอดคล้องหรือเหมาะสมกับชีวิตของตัวเอง เพียงแค่อย่าตัดสินใจอะไรเพราะสิ่งกดดันรอบตัว เพราะบนโลกนี้มีเส้นทางมากมายให้เราค่อยๆตัดสินใจที่จะเลือกเดิน "เราสามารถกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้ ขอเพียงจดจ่ออยู่กับเป้าหมายและทำงานหนักแบบสุดๆ"หากเรามีเป้าหมายในใจ จงทุ่มเทและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไปถึงมัน การมีแรงจูงใจจะทำให้เราลงมือทำอย่างมีความสุข ถึงจะมีวันที่เหนื่อยบ้างแต่สุดท้ายแล้วผลลัพธ์นั้นจะคุ้มค่ากับการทำงานหนักของคุณ สุดท้ายแล้วตัวเราเองนั่นแหละที่เป็นคนเลือกว่าจะมองโลกรอบตัวอย่างไร เพราะโลกนี้มีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้าย อยู่ที่คุณจะรับสิ่งไหนและคิดแบบใดกับเรื่องราวที่ได้พบเจอ แต่ผู้เขียนเชื่อเสมอว่าหากเราทำสิ่งที่ดี มองโลกในแง่ดี ชีวิตก็จะดึงดูดแต่สิ่งดีๆเข้ามา ถึงอย่างไรผู้เขียนก็ขออวยพรให้ทุกคนได้พบเจอวันที่ดีอยู่เสมอนะคะ :) "แล้วชีวิตคุณจะไม่เหลืออะไรให้เสียดายอีกต่อไป" ภาพปกและภาพประกอบโดย : ผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !