ถ้าหากว่าบนโลกนี้ไม่มีเงิน มนุษย์ทุกคนจำเป็นต้องกลับมาใช้ระบบพึ่งพาซึ่งกันและกัน ใครมีอะไร ก็ช่วยแบ่งปันกันไป วันนั้น คุณป้าข้างบ้านที่เราอาจจะเกลียดนักเกลียดหนาได้มอบซึ่งความช่วยเหลือแก่เรา เครื่องนุ่งห่ม เสบียง หรือน้ำ เมื่อถึงเวลานั้น เราอาจรู้สึกถึงความเป็นห่วงเป็นใย และความรู้สึกขอบคุณ จนอยากจะตอบแทนบุญคุณเหล่านั้น วันหนึ่ง ยาพาราของคุณป้าเกิดหมดเสียแล้ว บังเอิญว่าเรายังมีอยู่ราว ๆ สองแผงในบ้าน “ นี่ยานะคุณป้า ของตอบแทนที่ช่วยวันก่อนล่ะ ” การตอบแทนเหล่านี้เป็นผลจากการมอบความช่วยเหลือให้ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในวันที่เงินนั้นหายสาบสูญกันทั่วโลก ทุกคนต้องการผลตอบแทนจากความช่วยเหลือที่มอบไป ” ครั้งนั้นฉันให้ของของฉันที่เธอไป จะไม่ให้อะไรฉันหน่อยเลยรึยังไง ? “ เมื่อได้รับสิ่งตอบแทนคืนกลับมา บางคนก็เกิดความพึงพอใจกับสิ่งที่ตนได้ ” คุ้มกับที่ให้ไปจริง ๆ ” หรือบางที ก็ไม่เลยด้วยซ้ำ “ ฉันให้ของหล่อนไปตั้งขนาดนั้น ตอบแทนด้วยอะไรแค่นี้งั้นเรอะ ” นี่คือจุดที่ทุกคนต้องการผลตอบแทน “ มูลค่าของมันไม่เท่ากัน เอามาให้ฉันเพิ่มเดี๋ยวนี้ ” เปลี่ยนจากการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กลายเป็นการแลกของในมูลค่าราคาเท่ากัน เพื่อสิ่งที่ตนต้องการ “ ขอฉันเอายาได้ไหมจ๊ะ ลูกฉันไม่สบาย ” “ แล้วหล่อนจะเอาอะไรให้ฉัน ยานี่มันหายากมากนะ ” เราแลกของในมูลค่าที่เท่ากันไปเรื่อย ๆ จนในที่สุด เราอาจะเผลอแลกสิ่งสำคัญอย่างนึงเพราะความต้องการอีกอย่าง ” ตายแล้วเธอ เครื่องสำอางค์ฉันเหลือแต่ลิปสติกแล้ว เอาไปแลกกับเสบียงอาหารหมดแล้วน่ะสิ โธ่ “ ไม่นาน คงเกิดเหตุการณ์การฉ้อโกงมูลค่าสิ่งของ เพราะบางครั้งเราก็ไม่อาจรู้ราคาของสินค้านั้น ๆ ได้อย่างแน่ชัด จนสุดท้าย จะมีคนบางกลุ่มที่ยืนหยัดขึ้นมาเพื่อดูแลเกี่ยวกับปัญหาตรงนี้เพื่อคลี่คลายมันเสีย “ เราขอจัดตั้งกรมการดูแลเกี่ยวกับระบบการแลกเปลี่ยนของนี้ “ จนสุดท้าย มูลค่าและราคาของสินค้าก็ถูกกำหนดอย่างชัดเจนมากขึ้น ตัวกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าก็จะถูกกำหนดขึ้นมา เพื่อความง่ายและเท่าเทียมต่อการแลกเปลี่ยนสินค้า ในครั้งนี้มันอาจจะไม่ถูกเรียกว่า ” เงิน “ เหมือนที่เราเรียกกัน อาจเป็นคำเรียกอื่น แต่สุดท้ายจุดประสงค์ที่มีมันขึ้นมา ก็เพื่อการจัดระเบียบทั้งนั้น เงินนั้นไม่ได้เริ่มโดยเป็นธนบัตรแต่แรก ประเทศไทยเราก็เคยมีการใช้พวดด้วงมาก่อนเช่นเดียวกัน นี่เป็นการแสดงให้เห็นความหมายของคำว่าเงินอย่างชัดเจนว่ามันถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อจุดประสงค์อะไร อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกท่านรู้หรือยัง ว่าจุดเริ่มต้นของ “ เงิน ” นั้นเกิดขึ้นจากอะไร “ ความโลภ ” ” ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว “ คำพูดนี้เปรียบเสมือนการสั่งสอนให้ทุกคนนั้นละเว้นการทำชั่ว มิฉะนั้นมันจะย้อนกลับมาหาตัวของเราเอง ในทางกลับกัน ก็สอนให้เรานั้นเป็นคนดีเพื่อที่จะได้รับสิ่งงดงามตอบแทนกลับมา หารู้ไม่ว่า ประโยคนี้ที่เราได้ยินกันมาแต่เด็ก คล้ายกับการสอนให้มนุษย์มี ” ความโลภ “ มนุษย์เรามีความโลกแฝงอยู่ภายในจิตใจ แม้ว่าจะพยายามซ่อนเร้นหรือปิดบังให้มิดชิดมากแค่ไหน ก็คงมีรอยรั่วไม่มากก็น้อยที่เผลอแสดงให้เห็นออกมา ความโลภนั้นไม่ได้มีแค่ในรูปแบบของสินทรัพย์เพียงเท่านั้น แม้แต่ความรู้สึกที่มีให้ต่อใครสักคน ยังมีความโลภเลย ความรู้สึกความรักมากขึ้น ต้องการความสนใจจากผู้คน ความรู้สึกที่อยากได้อะไรบางอย่างมากกว่าเท่าที่ตนเคยมี ล้วนเรียกว่า ความโลภทั้งสิ้น แล้วเราจะแก้ปัญหาความโลภนี้ได้อย่างไร เราคงขอตอบได้อย่างแน่ชัดว่าคงไม่มีทางแก้ เรื่องของความรู้สึกนั้นเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่เราสามารถที่จะยับยั้งสิ่งเหล่านั้นได้ แต่ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ซะทีเดียว ทุกคนมีสิ่งที่เรียกว่าศักดิ์ศรีกันทั้งนั้น เราคงไม่ยอมจะเป็นฝ่ายที่ “ ให้ ” เสมอไป หรอกใช่ไหม แม้แต่ผู้ที่ได้รับความช่วยเหลือยังสามารถเกิดความรู้สึกโลภ หากเรามีแต่ได้รับอย่างเดียวเรื่อยไปจนเคยชิน เราก็อาจอยากได้มันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกครั้งที่ได้รับมา จนบางครั้ง ความโลภนั่นแหละ ที่ทำให้เรามองไม่เห็นศักดิ์ศรีและความรู้สึกผู้ที่ให้เราเสมอมา นี่ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องของศักดิ์ศรีแล้ว แต่เป็นเรื่องของความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นซะมากกว่า เพราะฉะนั้น บทความนี้เพียงแต่ต้องการสื่อว่า จุดเริ่มต้นของสิ่งต่าง ๆ ที่เราทำลงไป ส่วนใหญ่มักมีต้นเหตุจากความรู้สึกโลภเล็ก ๆ ดังนั้น พยายามอย่าให้ความรู้สึกนั้นได้ครอบงำจิตใจของเรา ยับยั้งความโลภเสีย หากบทความนี้เลือกใช้คำพูดไม่เหมาะสม หรือผิดพลาดและตกหล่นประการใด ต้องขออภัยอย่างสูง ขอบคุณที่อ่านจนจบ รูปภาพทั้งหมดโดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !