รีเซต

BCP ยืนยันซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้านบาท คุ้มค่าและโปร่งใส

BCP ยืนยันซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรี 9,000 ล้านบาท คุ้มค่าและโปร่งใส
TNN ช่อง16
27 พฤษภาคม 2569 ( 16:47 )
3

นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางจากและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) ได้ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อสังเกตผ่านสื่อเกี่ยวกับการเข้าลงทุนของ บมจ. บีซีพีจี (BCPG) ในโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีเมื่อปี 2565 มูลค่า 9,000 ล้านบาทว่า ขอยืนยันว่าการเข้าซื้อโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีเมื่อปี 2565 ในราคา 9,000 ล้านบาท ผ่านการเข้าลงทุนของ บมจ.บีซีพีจี (BCPG) มีความคุ้มค่า 


เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนงมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐาน และไม่มีระบบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของตนเอง ทำให้ต้องอาศัยคลังน้ำมัน ท่อส่งน้ำมัน และระบบโลจิสติกส์จากภายนอกมาโดยตลอด ซึ่งมีค่าเช่าประมาณหลัก 1,000 ล้านบาท ทั้งคลัง ท่อ และท่าเรือ


พร้อมย้ำว่า การเข้าซื้อโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีมีความจำเป็น เพราะติดทะเลทำให้เรือขนส่งขนาดใหญ่เข้าถึง ขณะโรงกลั่นน้ำมันบางจากพระโขนงไม่มีทางเออกทะเล และยังได้คลังสินค้าขนาดใหญ่ขึ้น จาก 500 ล้านลิตรเป็น 1,200 ล้านลิตร รวมถึงได้ท่องส่งมากขึ้น

นอกจากนี้ ราคาซื้อขายโครงสร้างธุรกรรม และกระบวนการอนุมัติของธุรกรรมการซื้อโครงการคลังนี้ก็มีความโปร่งใส และผ่านการกลั่นกรองและเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และมีวิธีประเมินมูลค่าก็ใช้วิธีปกติ ผ่านหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อย่างครบถ้วน และผ่านการพิจารณาจากผู้มีอำนาจตามลำดับ รวมทั้งมีการประเมินจากบริษัทผู้เชี่ยวชาญอิสระ ซึ่งมูลค่าการลงทุน 9,000 ล้านบาทอยู่ภายในกรอบการประเมิน แม้จะสูงกว่าราคาที่คลังน้ำมันเพชรบุรีเคยเสนอขายที่ราคา 3,000 ล้านบาท และต่อมาเสนอขาย 2,100 ล้านบาทเมื่อปี 2553 ก็ตาม 


ที่สำคัญหลังซื้อโครงการมาก็ทำให้ BCPG  มีรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ (Recurring Income) ที่ราว 900 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นอัตราผลตอบแทนภายใน (IRR) ที่ร้อยละ 9 รวมทั้ง การซื้อโครงการมูลค่า 9,000 ล้านบาท ยังต่ำกว่าการลงทุนสร้างคลังแห่งใหม่ที่ต้องใช้งบราว 1 -1.2 หมื่นล้านบาท และใช้ระยะเวลาก่อนจะเริ่มรับรู้รายได้ 


ทั้งนี้ จากการศึกษาทางเลือกต่างๆ ตั้งแต่ปี 2553–2562 บริษัทได้ว่าจ้างที่ปรึกษาอิสระหลายราย เพื่อศึกษาทางเลือกในการบริหารคลังน้ำมันหลายรูปแบบและในหลายพื้นที่ เพื่อรองรับการเพิ่มกำลังการกลั่นและความต้องการด้าน Supply Chain ของกลุ่มบริษัทบางจากที่เพิ่มขึ้น พบว่าโครงการคลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรีมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมจากในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ 


ทั้งจำนวนถังจัดเก็บที่เพิ่มจาก 16 ถังเป็น 20 ถัง ความจุจัดเก็บที่เพิ่มจากประมาณ 500 ล้านลิตรเป็นประมาณ 720 ล้านลิตร ระบบท่อส่งน้ำมันที่เพิ่มจาก 3 ท่อเป็น 5 ท่อ ท่าเทียบเรือที่เพิ่มจาก 2 จุดเป็น 6 จุด ขณะเดียวกันยังสามารถรองรับปริมาณธุรกิจและความต้องการด้าน Supply Chain ของกลุ่มบริษัทบางจากที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ดียิ่งขึ้น

ส่วนการตัดสินใจให้ BCPG เป็นผู้ลงทุนแทนที่จะเป็นบางจากฯ ลงทุนเองโดยตรง เนื่องจากช่วงนั้น BCPG อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างพอร์ตการลงทุน (Portfolio Transformation) เพื่อขยายจากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนไปสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยมองหาธุรกิจที่สามารถสร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ เพื่อชดเชยรายได้จากโรงไฟฟ้าที่ทยอยสิ้นสุด Adder ตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งโครงการคลังน้ำมันเพชรบุรีสอดคล้องทิศทางการลงทุน รวมถึงความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ของกลุ่มบริษัทบางจาก  


 “คลื่นใต้น้ำในช่วงที่ผ่านมา เกิดขึ้นนับตั้งแต่มีการประชุมผู้ถือหุ้น ที่เสนอวาระ 7 และโครงการ SAF รวมถึงคลังน้ำมันเพชรบุรี กลุ่มบางจากยืนยันว่าการลงทุนของ BCPG ในโครงการนี้ได้ดำเนินการอย่างโปร่งใส ผ่านการพิจารณาจากผู้มีอำนาจตามลำดับ ยืนยันบริษัทยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการกำกับดูแลกิจการที่ดีในการดำเนินธุรกิจมาโดยตลอด โดยบริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้กระบวนการที่เหมาะสม ซึ่งข้อสังเกตบางประเด็นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเกิดจากข้อมูลที่ยังไม่ครบถ้วนและความไม่เข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างธุรกิจและหลักการทางบัญชีสำหรับธุรกรรมการซื้อกิจการ ” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง