ใครกำลังวางแผนเที่ยวปลายปี ต้องทำความรู้จัก “ไทยเที่ยวไทยพลัส” ให้ละเอียดก่อนกดใช้สิทธิ์ เพราะโครงการไม่ได้มีเพียงส่วนลดค่าที่พักเท่านั้น แต่ยังมี E-Voucher สำหรับใช้จ่ายกับร้านอาหารและบริการท่องเที่ยวที่เข้าร่วมโครงการ โดยกำหนดสิทธิ์สูงสุด 5 สิทธิ์ต่อคน และมีวงเงินสนับสนุนแตกต่างกันระหว่างเมืองหลักกับเมืองรองสำหรับข้อมูลล่าสุด โครงการกำหนดสิทธิ์รวม 1 ล้านสิทธิ์ รัฐสนับสนุนค่าที่พักตามจริงสูงสุด 1,500 บาทต่อคืน และมอบ E-Voucher แบบร่วมจ่าย 50:50 โดยเมืองหลักได้รับวงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ส่วนเมืองรองสูงสุด 2,000 บาทต่อสิทธิ์ สำคัญ: ก่อนวางแผนเดินทางควรตรวจสอบสถานะโครงการในแอปฯ เป๋าตังและประกาศจากหน่วยงานรัฐอีกครั้ง เพราะรายละเอียดช่วงเวลาและขั้นตอนมีการปรับปรุงระหว่างการเตรียมโครงการ ไทยเที่ยวไทยพลัส คืออะไร? ไทยเที่ยวไทยพลัสเป็นมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยแบ่งสิทธิประโยชน์หลักออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ เงินสนับสนุนค่าที่พัก และ E-Voucher สำหรับใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยวโครงการกำหนดจำนวนสิทธิ์ทั้งหมด 1 ล้านสิทธิ์ และผู้เข้าร่วมหนึ่งคนใช้สิทธิ์ได้สูงสุด 5 สิทธิ์ หรือ 5 คืน สิทธิ์ที่ได้รับ รายการ สิทธิประโยชน์ ค่าที่พัก รัฐสนับสนุนตามจริง สูงสุด 1,500 บาท/คืน จำนวนสิทธิ์ สูงสุด 5 สิทธิ์ หรือ 5 คืน/คน เมืองหลัก E-Voucher สนับสนุนสูงสุด 1,500 บาท/สิทธิ์ เมืองรอง E-Voucher สนับสนุนสูงสุด 2,000 บาท/สิทธิ์ รูปแบบ E-Voucher ร่วมจ่าย 50:50 สิทธิ์รวมสูงสุด สูงสุด 17,500 บาท/คน เมื่อใช้ครบ 5 สิทธิ์ในเมืองรอง หากใช้สิทธิ์ครบ 5 คืนในเมืองรอง จะมีวงเงินสนับสนุนจากค่าที่พักสูงสุด 7,500 บาท และ E-Voucher สูงสุด 10,000 บาท รวมเป็นวงเงินสนับสนุนสูงสุด 17,500 บาทต่อคน 1. ค่าที่พักไม่ได้หมายความว่ารัฐจ่าย 50% จุดนี้ต้องทำความเข้าใจให้ดี เพราะรูปแบบล่าสุดของโครงการปรับเป็น Flat Rate หรือสนับสนุนค่าที่พักตามจริง สูงสุด 1,500 บาทต่อคืน ไม่ใช่การแบ่งจ่าย 50:50 เหมือนแนวทางเดิมที่เคยเสนอไว้ ตัวอย่างง่าย ๆ ห้องพักราคา 1,200 บาท → รัฐสนับสนุนตามจริง 1,200 บาท ห้องพักราคา 1,500 บาท → รัฐสนับสนุน 1,500 บาท ห้องพักราคา 2,500 บาท → รัฐสนับสนุน 1,500 บาท และผู้ใช้จ่ายส่วนต่าง 1,000 บาท ดังนั้นหากต้องการใช้สิทธิ์ให้คุ้ม ควรเปรียบเทียบราคาห้องพักก่อนจอง ไม่ควรคิดว่าห้องราคาแพงจะได้รับส่วนลดเพิ่มตามราคาห้อง 2. E-Voucher ใช้แบบร่วมจ่าย 50:50 อีกส่วนที่น่าสนใจคือ E-Voucher ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเงินสนับสนุนค่าที่พัก โดยใช้ระบบ Co-payment หรือร่วมจ่าย 50:50 วงเงินสนับสนุนขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ใช้สิทธิ์ - เมืองหลัก รัฐสนับสนุนสูงสุด 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ผู้ใช้ร่วมจ่ายในสัดส่วน 50:50 - เมืองรอง รัฐสนับสนุนสูงสุด 2,000 บาทต่อสิทธิ์ ผู้ใช้ร่วมจ่ายในสัดส่วน 50:50 บริการที่มีการระบุว่าสามารถใช้ E-Voucher ได้ ได้แก่ ร้านอาหาร สปา บริการท่องเที่ยว รถเช่า กิจกรรมท่องเที่ยว และร้านค้าหรือบริการที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบผู้ประกอบการที่เข้าร่วมก่อนใช้จ่ายทุกครั้ง 3. ต้องเช็กว่าเป็น “เมืองหลัก” หรือ “เมืองรอง” หากตั้งใจใช้ E-Voucher ให้ได้วงเงินสนับสนุนสูงสุด ควรวางแผนพื้นที่ท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนจองที่พัก เพราะเมืองหลักและเมืองรองมีวงเงิน E-Voucher แตกต่างกัน โดยเมืองรองได้รับวงเงินสนับสนุนสูงสุด 2,000 บาทต่อสิทธิ์ ขณะที่เมืองหลักอยู่ที่ 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ทริคสำหรับสายเที่ยว: ก่อนจองโรงแรม ลองเช็กทั้งจังหวัด จุดหมาย และผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการก่อน เพราะการเลือกพื้นที่มีผลต่อวงเงิน E-Voucher ที่ได้รับ 4. ลงทะเบียนและเตรียมแอปฯ เป๋าตังให้พร้อม ข้อมูลที่เผยแพร่ล่าสุดระบุว่าการลงทะเบียนประชาชนกำหนดผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง และช่วงเวลาลงทะเบียนอยู่ในเดือนตุลาคม 2569 ขณะที่การใช้สิทธิ์เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2569 ตามกรอบโครงการที่ประกาศไว้ ก่อนถึงวันเปิดระบบ แนะนำให้เตรียมตัวดังนี้ อัปเดตแอปฯ เป๋าตังให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัว เตรียมบัตรประชาชน ตรวจสอบการยืนยันตัวตน KYC เตรียมแผนที่พักและจังหวัดที่จะเดินทาง เตรียมงบสำหรับส่วนที่ต้องจ่ายเอง แนะนำ: การเตรียมข้อมูลไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดปัญหาเมื่อระบบเปิดให้ลงทะเบียนหรือจองสิทธิ์ 5. ช่วงเวลาที่ใช้สิทธิ์มีข้อจำกัด อีกเรื่องที่ต้องจำให้แม่นคือ ไม่ได้หมายความว่าสามารถใช้สิทธิ์ได้ตลอดช่วงปลายปี กรอบข้อมูลล่าสุดระบุว่าการใช้สิทธิ์แบ่งเป็นช่วง และมีการเว้นช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยข้อมูลภาครัฐระบุช่วงหลักไว้ตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน–15 ธันวาคม 2569 และกลับมาใช้สิทธิ์อีกครั้งหลังช่วงเว้นปีใหม่จนถึงสิ้นสุดโครงการ เนื่องจากข้อมูลเรื่องวันเริ่มใช้สิทธิ์ช่วงที่สองมีรายละเอียดต่างกันในข่าวแต่ละช่วงเวลา จึงควรตรวจสอบวันที่ในแอปฯ เป๋าตังและประกาศทางการก่อนทำการจองจริง ข้อควรจำ: อย่าจองที่พักโดยอ้างอิงเพียงโพสต์เก่าหรือบทความที่เผยแพร่ก่อนมีการปรับเงื่อนไข 6. จองห้องแพงกว่าวงเงินได้ แต่ต้องจ่ายส่วนต่างเอง หากโรงแรมที่ต้องการมีราคาสูงกว่า 1,500 บาทต่อคืน ยังสามารถใช้สิทธิ์ได้ตามเงื่อนไข แต่เงินสนับสนุนค่าที่พักจะไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน ตัวอย่าง เช่น ห้องพัก 3,000 บาท/คืน รัฐสนับสนุน 1,500 บาท ผู้เดินทางรับผิดชอบส่วนต่าง 1,500 บาท ดังนั้นก่อนกดจองควรคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งทริป ไม่ควรมองเฉพาะตัวเลขเงินสนับสนุน 7. E-Voucher ไม่ควรสับสนกับเงินสด E-Voucher เป็นสิทธิ์สำหรับใช้จ่ายกับร้านค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ ไม่ใช่เงินสดที่สามารถถอนออกมาใช้ได้ตามต้องการนอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงระบบร่วมจ่าย 50:50 เช่น หากต้องการใช้บริการ 1,000 บาท และอยู่ภายใต้เงื่อนไขร่วมจ่าย ผู้ใช้ต้องเตรียมเงินในส่วนของตัวเองด้วย ดังนั้นก่อนเดินทางควรวางแผนว่า E-Voucher จะนำไปใช้กับอะไร เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ สปา กิจกรรมท่องเที่ยว รถเช่าทัวร์ ร้านขายของที่ระลึก บริการที่เข้าร่วมโครงการ 8. อ่านเงื่อนไขยกเลิกและเปลี่ยนวันเข้าพักก่อนจอง นี่เป็นหนึ่งในข้อควรระวังที่สำคัญที่สุดอย่าคิดว่าการใช้สิทธิ์โครงการจะทำให้ทุกการจองสามารถยกเลิกหรือเลื่อนวันได้เหมือนกัน เงื่อนไขการยกเลิกหรือเปลี่ยนวันอาจขึ้นอยู่กับนโยบายของที่พักและเงื่อนไขการจองที่แสดงในระบบ ดังนั้นก่อนยืนยันการจองควรอ่านเรื่อง ยกเลิกฟรีได้หรือไม่ ต้องแจ้งล่วงหน้ากี่วัน เปลี่ยนวันเข้าพักได้หรือไม่ เปลี่ยนชื่อผู้เข้าพักได้หรือไม่ กรณีไม่เข้าพักจะเกิดอะไรขึ้น เงินส่วนที่ชำระเองคืนหรือไม่ สิทธิ์โครงการจะถูกคืนกลับเข้าระบบหรือไม่ ข้อมูลที่พบเกี่ยวกับการยกเลิกของโรงแรมแต่ละแห่งมีเงื่อนไขแตกต่างกัน เช่น บางแห่งกำหนดให้ยกเลิกหรือเปลี่ยนวันล่วงหน้า 14 วันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จึงไม่ควรเหมารวมว่าโรงแรมทุกแห่งใช้กติกาเดียวกัน สรุปง่าย ๆ: ก่อนกดจองให้แคปหน้าจอเงื่อนไขการจองเก็บไว้ด้วย จะช่วยตรวจสอบรายละเอียดภายหลังได้ง่ายขึ้น 9. เช็กผู้ประกอบการก่อนใช้สิทธิ์ ไม่ได้หมายความว่าร้านอาหาร โรงแรม หรือบริการท่องเที่ยวทุกแห่งจะเข้าร่วมโครงการผู้ประกอบการที่เข้าร่วมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของโครงการ และมีการกำหนดให้ผู้ประกอบการอยู่ในระบบที่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนด ดังนั้นก่อนเดินทางควรเช็กชื่อร้านหรือที่พักในระบบที่เกี่ยวข้องก่อนทุกครั้ง 10. วางแผนใช้สิทธิ์ให้คุ้ม ถ้าอยากใช้สิทธิ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลองวางแผนตามสูตรวางแผน 5 สิทธิ์นี้ สิทธิ์ที่ 1–2 เลือกทริปใกล้ ๆ หรือจังหวัดที่เดินทางสะดวก เพื่อทดลองระบบการใช้สิทธิ์ สิทธิ์ที่ 3–4 วางแผนทริปที่ต้องการใช้ E-Voucher กับร้านอาหารและกิจกรรมหลายรายการ สิทธิ์ที่ 5 เลือกทริปที่มีค่าใช้จ่ายเหมาะสมกับวงเงินที่เหลือ ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องใช้ทุกสิทธิ์เพียงเพราะมีสิทธิ์ เพราะหากต้องจ่ายค่าเดินทาง ค่าอาหาร หรือค่าที่พักส่วนต่างสูง การใช้สิทธิ์ก็อาจไม่ได้ช่วยลดค่าใช้จ่ายรวมมากอย่างที่คาด เช็กลิสต์ก่อนกดใช้ ไทยเที่ยวไทยพลัส ก่อนยืนยันการจอง ลองเช็ก 8 ข้อนี้ - ลงทะเบียนและยืนยันตัวตนเรียบร้อย - ตรวจสอบจำนวนสิทธิ์ที่เหลือ - ตรวจสอบวันเดินทางว่าอยู่ในช่วงใช้สิทธิ์ - เช็กว่าโรงแรมเข้าร่วมโครงการ - เช็กราคาห้องและส่วนต่างที่ต้องจ่ายเอง - เช็กว่า E-Voucher ใช้กับร้านหรือบริการใดได้บ้าง - อ่านนโยบายยกเลิกและเปลี่ยนวัน - เก็บหลักฐานการจองและเงื่อนไขไว้ ไทยเที่ยวไทยพลัส เหมาะกับใคร? มองในมุมคนทำคอนเทนต์ท่องเที่ยว จุดที่น่าสนใจของโครงการคือไม่ได้จำกัดประโยชน์ไว้เพียงค่าห้องพัก แต่ยังเชื่อมต่อกับการใช้จ่ายระหว่างทริปผ่าน E-Voucher ทำให้สามารถวางคอนเทนต์ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่รีวิวที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ กิจกรรม ไปจนถึงทริปเที่ยวเมืองรอง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ อย่ามองเฉพาะคำว่า “รัฐช่วย” แล้วตัดสินใจจองทันที ให้คำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อน เช่น ค่าที่พัก + ค่าเดินทาง + ค่าอาหาร + ค่าใช้จ่ายส่วนต่าง + ค่าใช้บริการอื่น ๆ จากนั้นจึงนำวงเงินสนับสนุนมาหักออก เพื่อดูว่าทริปนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายจริงเท่าไร สำหรับคนที่วางแผนเที่ยวอยู่แล้วและสามารถเลือกที่พักหรือบริการที่เข้าร่วมโครงการได้ สิทธิ์ดังกล่าวอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อวางแผนใช้สิทธิ์เมืองรองและ E-Voucher อย่างเหมาะสม สรุปข้อควรรู้ก่อนใช้ ไทยเที่ยวไทยพลัส 2569 มีสิทธิ์รวม 1 ล้านสิทธิ์ จำกัดสูงสุด 5 สิทธิ์ต่อคน โดยรัฐสนับสนุนค่าที่พักตามจริงไม่เกิน 1,500 บาทต่อคืน และมี E-Voucher แบบร่วมจ่าย 50:50 โดยเมืองหลักมีวงเงินสนับสนุนสูงสุด 1,500 บาทต่อสิทธิ์ ส่วนเมืองรองสูงสุด 2,000 บาทต่อสิทธิ์หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “กดรับสิทธิ์ให้ทัน” แต่ต้อง เช็กที่พัก เช็กช่วงเวลา เช็กผู้ประกอบการ คำนวณเงินส่วนต่าง และอ่านเงื่อนไขการยกเลิกก่อนจองและเนื่องจากรายละเอียดโครงการมีการปรับปรุงมาแล้วหลายครั้ง ผู้เดินทางควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากแอปฯ เป๋าตังและหน่วยงานรัฐก่อนทำรายการจริง Q&A Q1: ก่อนจองที่พักควรตรวจสอบอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์? A1: ควรตรวจสอบว่าที่พักเข้าร่วมโครงการหรือไม่ ราคาและเงื่อนไขการจองตรงตามที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบวันเข้าพักและจำนวนสิทธิ์ที่เหลือก่อนยืนยันการจอง เพื่อป้องกันปัญหาการใช้สิทธิ์ไม่สำเร็จ Q2: หากราคาที่พักสูงกว่าวงเงินสนับสนุน ต้องจ่ายเงินเพิ่มหรือไม่? A2: หากราคาที่พักสูงกว่าวงเงินที่โครงการกำหนด ผู้ใช้สิทธิ์ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนต่างด้วยตัวเอง ดังนั้นควรคำนวณราคาห้องพักและค่าใช้จ่ายทั้งหมดก่อนจอง เพื่อวางแผนงบประมาณได้เหมาะสม Q3: E-Voucher สามารถใช้กับร้านค้าหรือบริการท่องเที่ยวทุกร้านได้หรือไม่? A3: ไม่สามารถใช้ได้กับทุกร้าน โดยต้องเป็นร้านค้า ร้านอาหาร หรือผู้ให้บริการที่เข้าร่วมโครงการและรองรับการใช้สิทธิ์ตามเงื่อนไขที่กำหนด แนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการก่อนเดินทางทุกครั้ง หมายเหตุ: รูปภาพทั้งหมดถูกจัดทำและสร้างโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !