ข้อความ(String) ในภาษาPython เป็นชนิดข้อมูลที่ใช้เก็บข้อความหรือชุดของตัวอักษร เช่น คำ ประโยค หรือแม้แต่ตัวเลขที่อยู่ในรูปแบบข้อความ มักจะถูกคั่นด้วย double quote (“…”) หรือเครื่องหมาย Single quote (‘…’) การเชื่อมต่อ (Concatenation) และการทำซ้ำ (Repetition) การเชื่อมต่อ (Concatenation) คือการรวมข้อความหลายๆส่วยเข้าด้วยกัน โดยใช้เครื่องหมาย " + " ตัวอย่าง ผลลัพธ์ อธิบายโค้ด บรรทัดที่1: กำหนดให้ตัวแปร first_name เก็บค่าข้อความ (String) คือ "Somsak" บรรทัดที่2: กำหนดให้ตัวแปร last_name เก็บค่าข้อความ (String) คือ "Sridee" บรรทัดที่3: นำค่าในตัวแปร first_name มา เชื่อมต่อ (Concatenate) กับ ช่องว่าง (" ") และเชื่อมต่อกับค่าในตัวแปร last_name จากนั้นนำผลลัพธ์ไปเก็บไว้ในตัวแปร full_name บรรทัดที่4: สั่งให้โปรแกรม แสดงผล ค่าที่อยู่ในตัวแปร full_name ออกทางหน้าจอ การทำซ้ำ (Repetition) การทำซ้ำ (Repetition) คือการทำให้ข้อความ (String) ทำซ้ำ กันตามจำนวนครั้งที่กำหนด โดยใช้ ตัวดำเนินการเครื่องหมายดอกจัน (*) หรือการใช้ฟังก์ชัน for loop และ while loop ตัวอย่าง ผลลัพธ์ อธิบายโค้ด บรรทัดที่1: สร้างตัวแปรชื่อ text เก็บค่าข้อความ “Hello Python” ตามด้วยอักขระพิเศษ \n คือขึ้นบรรทัดใหม่ บรรทัดที่2: กำหนดให้ ตัวแปร text ทำซ้ำ 5 ครั้ง แล้วเก็บค่าไว้ในตัวแปร re_text บรรทัดที่3: ใช้ฟังก์ชัน print() แสดงผลลัพธ์ของตัวแปร re_text ออกทางหน้าจอ ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ (Comparison Operators) ตัวดำเนินการอื่นๆที่ใช้กับ String ฟังก์ชันของ String ใน Python len() : นับจำนวนตัวอักษร .upper() : แปลงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ .lower() : แปลงเป็นตัวพิมพ์เล็ก .capitalize() : ตัวแรกเป็นพิมพ์ใหญ่ ส่วนตัวอื่นเป็นพิมพ์เล็กทั้งหมด ผลลัพธ์ .title() : ตัวแรกของแต่ละคำเป็นพิมพ์ใหญ่ ส่วนตัวอื่นเป็นพิมพ์เล็ก ผลลัพธ์ .strip() : ลบช่องว่างหน้าและหลัง ผลลัพธ์ .replace(old,new) : แทนที่ข้อความ ผลลัพธ์ .find() : หาตำแหน่งข้อความย่อย .count() : นับจำนวนข้อความย่อย .split() : แยกข้อความเป็น list ผลลัพธ์ .join() : รวมข้อความจาก list ผลลัพธ์ .startswith() : ตรวจสอบสติงเริ่มต้นด้วยข้อความที่กำหนดหรือไม่ ผลลัพธ์ .endswith() : ตรวจสอบสติงลงท้ายด้วยข้อความที่กำหนดหรือไม่ ผลลัพธ์ อธิบายการทำงานของโค้ด บรรทัดที่ 1 : สร้างตัวแปรชื่อ message เพื่อเก็บข้อความ “สวัสดีครับ” บรรทัดที่ 2 : บรรทัดนี้คือคอมเมนต์ สังเกตได้จากเครื่องหมาย # ที่อยู่ด้านหน้า โดยคอมเมนต์จะไม่ถูกโปรแกรมนำมาประมวลผล บรรทัดที่ 3 : ใช้ if กำหนดเงื่อนไข โดยมีการเรียกใช้งานฟังก์ชัน endswith กับตัวแปร message เพื่อตรวจสอบข้อความ “สวัสดีครับ” ลงท้ายด้วย “ครับหรือไม่” หากเงื่อนไขเป็นจริง จะทำตามคำสั่งที่อยู่ถัดไป บรรทัดที่ 4 : บรรทัดนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อเงื่อนไข if ในบรรทัดก่อนหน้านี้เป็นจริง โดยที่จะแสดงข้อความ “ข้อความลงท้ายด้วย ‘ครับ’ ” บรรทัดที่ 5 : คำสั่ง else จะทำงานก็ต่อเมื่อ เงื่อนไขใน if ก่อนหน้านี้ไม่เป็นจริง บรรทัดที่ 6 : คำสั่ง แสดงข้อความ “ข้อความไม่ได้ลงท้ายด้วย ‘ครับ’ ” จะทำงานก็ต่อเมื่อคำสั่ง else ทำงาน .isalpha() : ตรวจสอบว่ามีแต่ตัวอักษรหรือไม่ .isdigit() : ตรวจสอบว่ามีแต่ตัวเลขหรือไม่ จากที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าข้อมูลชนิด String เป็นหนึ่งในชนิดข้อมูลพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งในภาษา Python ซึ่งได้เตรียมฟังก์ชันและเมธอด (methods) ที่ครบถ้วนไว้ให้เราจัดการกับข้อความได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น: การจัดรูปแบบ (เช่น แปลงเป็นตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก ด้วย .upper() และ .lower()) ลบช่องว่างที่ไม่ต้องการด้วย .strip()) การค้นหาและตรวจสอบ (เช่น หาตำแหน่งด้วย .find(), ตรวจสอบด้วย .isalpha()) การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง (เช่น แบ่งข้อความเป็นรายการด้วย .split() และนำกลับมารวมกันด้วย .join()) การเรียนรู้และใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างเชี่ยวชาญ จะช่วยให้การจัดการข้อความในโค้ดของคุณ มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ ทำให้โค้ดดู สะอาดและกระชับ มากยิ่งขึ้นครับ ภาพหน้าปกและภาพประกอบทั้งหมดโดย สาระนายพัช บทความที่เกี่ยวข้อง คำสั่งควบคุมทิศทางการทำงานของโปรแกรมในPython เรียนรู้คำสั่ง print ในภาษาโปรแกรม Python เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !