น้ำมันแพงเร่งตัดสินใจซื้อรถอีวี แข่งเดือดมอเตอร์โชว์

ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์จะยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยแรงหนุนสำคัญมาจากนโยบายภาครัฐ การแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้น และการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์จากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากกลุ่มยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า ในปี 2568 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 147,522 คัน เพิ่มขึ้น 53% จากปีก่อน ขณะที่ในเดือนมกราคม 2569 ยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 45,668 คัน เพิ่มขึ้นถึง 210% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตที่เร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างรวดเร็ว คือการแข่งขันด้านราคาของผู้ผลิต โดยเฉพาะแบรนด์จากจีนที่ใช้กลยุทธ์ด้านราคาและเทคโนโลยีเข้ามาเจาะตลาด ทำให้ราคาขายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกันมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น มาตรการ EV 3.0 และ EV 3.5 ยังช่วยกระตุ้นทั้งฝั่งผู้ผลิตและผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ยอดขายรถยนต์รวมของไทยในปี 2569 จะยังทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย แต่รถยนต์ไฟฟ้ากลับเติบโตในอัตราสูงและเริ่มมีบทบาทต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมมากขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเร่งการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า คือสถานการณ์ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงและผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนการใช้งานรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว
รายงานของสำนักงานพลังงานสากลระบุว่า แม้ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ประมาณ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีต้นทุนพลังงานต่อระยะทางต่ำกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน และยิ่งในช่วงที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ความได้เปรียบของรถยนต์ไฟฟ้าจะยิ่งชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานในเมืองที่มีการใช้งานเป็นประจำ
สำหรับประเทศไทย แม้ภาครัฐจะมีมาตรการดูแลราคาพลังงานผ่านกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องทำให้ภาครัฐจำเป็นต้องปรับเพดานราคา โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ขยับจากระดับประมาณ 30 บาทต่อลิตรไปสู่ระดับ 33 บาทต่อลิตร ขณะที่แก๊สโซฮอล์อยู่ในระดับเกินกว่า 32 ถึง 33 บาทต่อลิตร สถานการณ์ดังกล่าวเริ่มส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยทำให้ผู้ที่ยังลังเลเริ่มหันมาพิจารณารถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น
หากพิจารณาผลกระทบจากราคาน้ำมันต่อพฤติกรรมผู้บริโภค สามารถแบ่งออกเป็นสองระยะ โดยในระยะสั้น ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มความสนใจต่อรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ขณะที่ในระยะยาว หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง และมีการปรับลดมาตรการอุดหนุน จะทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนจากการพิจารณาไปสู่การตัดสินใจซื้อจริงมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดรถยนต์ไทย
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยสนับสนุนแนวโน้มดังกล่าว โดยคาดว่ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยปี 2569 จะเติบโตประมาณ 28% สวนทางกับตลาดรถยนต์โดยรวมที่มีแนวโน้มทรงตัวหรือหดตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านกำลังซื้อและเงื่อนไขสินเชื่อยังคงเป็นข้อจำกัดสำคัญ โดยศูนย์วิจัยกรุงศรีระบุว่า เศรษฐกิจและรายได้ครัวเรือนที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ รวมถึงมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด อาจทำให้การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเป็นไปในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป มากกว่าการเร่งตัวอย่างรวดเร็ว
ในช่วงเดียวกัน ตลาดรถยนต์ไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลมอเตอร์โชว์ 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน โดยมีค่ายรถเข้าร่วมกว่า 45 แบรนด์ ครอบคลุมทั้งผู้ผลิตจากญี่ปุ่น ยุโรป และจีน โดยรถยนต์ไฟฟ้าถูกยกให้เป็นไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้
บรรยากาศการแข่งขันในงานถูกขับเคลื่อนโดยค่ายรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะแบรนด์จากจีนที่เร่งทำตลาดอย่างหนัก ผ่านแคมเปญที่เข้มข้นมากขึ้นเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แคมเปญสำคัญที่ถูกนำมาใช้ ได้แก่ การเสนออัตราดอกเบี้ย 0% การผ่อนชำระระยะยาวสูงสุด 84 เดือน การลดราคาพร้อมของแถม เช่น เครื่องชาร์จไฟฟ้า รวมถึงแคมเปญแลกรถเก่าเป็นรถใหม่
ผู้เล่นหลักในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า เช่น MG BYD และ GWM ต่างออกแคมเปญด้านราคาและไฟแนนซ์เพื่อเร่งยอดขาย ขณะที่ค่ายรถญี่ปุ่น เช่น ฮอนด้า เริ่มปรับกลยุทธ์ด้วยการเสนอแคมเปญแลกรถเพื่อดึงลูกค้ากลับมา รวมถึงผู้ผลิตรายใหญ่อย่างโตโยต้า ฮุนได และเมอร์เซเดสเบนซ์ ที่เริ่มเพิ่มโปรโมชันและขยายไลน์รถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด
การแข่งขันในมอเตอร์โชว์ครั้งนี้สะท้อนว่าตลาดรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านจากยุครถยนต์ใช้น้ำมันไปสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นตัวแปรหลักในการดึงดูดลูกค้าเข้าสู่ตลาด ขณะเดียวกันการใช้โปรโมชันที่เข้มข้นขึ้นยังสะท้อนถึงแรงกดดันจากกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ผู้ประกอบการต้องใช้กลยุทธ์ด้านราคาและสินเชื่อเข้ามาช่วยกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง
แนวโน้มดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงกำลังทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำคัญของการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย แม้ในระยะสั้นการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้ายังถูกจำกัดด้วยปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสินเชื่อ แต่ในระยะยาว หากต้นทุนพลังงานสะท้อนราคาจริงมากขึ้น ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ และจะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
