ภาพโดยผู้เขียนเจ้าหอยทาก ที่ปกติแล้วคงจะเป็นศัตรูพืชคอยกัดกินใบไม้ สร้างความรำคาญแก่ผู้รักต้นไม้ทุกคน แต่เราเชื่อว่า จะต้องมีคนที่อยากจะเลี้ยงหอยทาก เพราะเลี้ยงง่าย กินง่าย ใช้พื้นที่น้อย แต่จะหาข้อมูลอย่างไรก็เจอแต่เลี้ยงเพื่ออุตสาหกรรมสกัดเมือกขายใช่มั้ยคะ เราเลยตั้งใจว่าจะ เล่าเรื่องราวการเลี้ยงหอยทากของเรา และรวบรวมวิธีการเลี้ยง มาให้ทุกคนอ่านเองค่ะขอเกริ่นก่อนว่าเราเลี้ยงหอยทากทั้งหมด 3 ตัว โดยเก็บมาจากห้องน้ำในคอนโด และสวนรอบบ้านที่ปกติก็เผลอเหยียบตายบ่อยๆ เพราะขยายพันธุ์กันเยอะมาก จากในรูปจะเป็นหอยทากที่เราลองเก็บทั้งหมดที่เจอมาค่ะ ภาพโดยผู้เขียนแต่ตัวที่เก็บมาเลี้ยง เราจะเลือกตัวเล็กๆเพราะเรากลัวตัวใหญ่ถ้าจะเอามาไต่มือ มันจะมีขี้ดินติดมาเยอะ ถ้าไม่ได้เลี้ยงแต่เล็กๆก็ไม่ค่อยอยากจับเท่าไหร่ค่ะส่วนวิธีการเลี้ยงก็มีดังนี้เลย1. ภาชนะที่ใช้เลี้ยง แนะนำให้ใช้กล่องพลาสิกใสที่มีฝาปิด แต่ก็มีรูให้อากาศถ่ายเท (หรือตู้เลี้ยงปลานั่นแหละ) โดยควรเลือกให้มีขนาดเหมาะกับขนาดหอยทากที่จะเลี้ยงด้วยนะคะ เพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับใส่ของอื่นๆ และให้น้องได้เดินเล่นด้วย สามารถหาซื้อได้ง่ายๆเลยค่ะ อย่างเราก็ไปซื้อจากตลาดปลาจตุจักรเลยภาพโดยผู้เขียนแต่ถ้ายังหาไม่ได้จริงๆ ก็ให้เลี้ยงในภาชนะที่มีอากาศถ่ายเทไปก่อนได้ค่ะ อย่างเราตอนแรกก็เลี้ยงในกล่องเจาะรู กะละมังที่มีฝามีรูครอบ แล้วค่อยย้ายมาในนี้ค่า 2. สิ่งที่ต้องจัดเตรียมไว้ในภาชนะเลี้ยง- ถ้วยใส่น้ำเล็กๆ โดยใส่น้ำในระดับตื้นๆที่หอยทากสามารถไต่เข้าไปได้โดยน้ำไม่ท่วมตัวจนจมน้ำ เพื่อสำหรับหอยทากใช้อาบน้ำ และกินน้ำ- อาหาร (ถ้ามีภาชนะไว้วางด้วยจะดี เพราะล้างเก็บได้ง่าย) ส่วนเรื่องอาหารมีอะไรบ้าง จะขอเล่าอีกรอบในหัวข้อถัดไปนะคะ- ใบไม้ต่างๆ หิน หรืออื่นๆ สำหรับให้หอยทากได้ซ่อนตัว เพราะหอยทากไม่ชอบแสงค่ะ- ทิชชู่พรมน้ำให้เปียก หรือดิน เพื่อให้มีความชื้นอยู่ตลอดเวลา 3. อาหาร หอยทากสามารถกินอาหารได้หลายชนิดเลยค่ะ เช่น แตงกวา(แทบทุกตัวชอบกินสุดๆ) ไข่ต้ม ไข่ดาว ฟักทอง คอนเฟลก ผักกาด ถั่วงอก เกรน หรือโกโก้ก็ยังกินได้เลย เพราะมีผลวิจัยว่าหอยทากที่กินโกโก้จะทำให้มีความทรงจำที่ยาวขึ้นด้วยค่ะ แต่หอยทากจะเลือกกินอะไร ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละตัวด้วยนะคะ อย่างหอยทากของเรา น้องคาราเมล ชอบแตงกวากับไข่แดงค่ะแต่อย่างไรก็ตาม อาหารต้องห้ามของหอยทากก็มีด้วยนะ ก็คือ- อาหารที่มีเกลือเยอะๆ (อาจทำให้หอยทากตายจากการที่เกลือดูดน้ำจากผิวหอยทากจนหมด)- อาหารที่เปรี้ยวเกินไป เช่น มะนาว มะเขือเทศเปรี้ยวๆ หรือผลไม้ตระกูลซิตรัส ก็ส่งผลเสียต่อระบบย่อยอาหารของน้องได้เลย- ผักผลไม้ที่มียาฆ่าแมลง ถ้าหอยทากกินเข้าไป อาจตายได้เลย ต้องระวังดีๆนะคะ 4. มีแหล่งแคลเซียมให้กระดองหอยทาก เนื่องจากกระดองของหอยทาก ก็คือเปลือกหอยนี่แหละค่ะ ซึ่งต้องการแคลเซียมในการขยายขนาดกระดอง หรือซ่อมแซมส่วนที่แตกหักอยู่บ่อยๆ เราจึงต้องใส่แหล่งแคลเซียมเหล่านี้ลงไปในกล่องด้วย โดยสามารถใช้ได้หลายอย่าง เช่น แคลเซียมผง, cuttlebone จากตามร้านขายของสัตว์เลี้ยง, กระดองของหอยทากที่ตายไปนานแล้วก็ได้ค่ะหรือง่ายที่สุดเลยก็คือ “เปลือกไข่บดละเอียด” โดยให้ดึงเยื่อเปลือกไข่ออกก่อน จากนั้นตำให้ *ละเอียดพอที่หอยทากจะกินได้* (ตรงนี้สำคัญมาก เพราะเราเคยใส่แบบไม่ได้ตำเลย น้องก็กินไม่ได้ค่ะ) ให้ไปโรยไว้ หอยทากจะมากินเอง เหมือนในรูปค่ะภาพโดยผู้เขียน 5. การทำความสะอาด เมื่อหอยทากได้กิน กินเสร็จก็ต้องถ่ายเป็นธรรมดา ซึ่งบางทีน้องอาจจะถ่ายไว้หลายที่ แล้วจะส่งกลิ่นเหม็นออกมาได้มาก รวมถึงการเดินไปมารอบกล่องจะทำให้มีคราบเมือกติดอยู่ จึงควรทำความสะอาดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หรือเมื่อมีกลิ่นเหม็นมากส่วนสำหรับใครที่ใส่ดินลงในกล่องด้วย ให้ใช้ฟองน้ำขัดคราบสกปรกออกข้างๆกล่องก็พอค่ะ โดยใช้แค่น้ำเท่านั้น ห้ามใช้สบู่หรือน้ำยาล้างจานและส่วนอาหารที่เราให้หอยทากไปนั้น ให้เก็บออกทุกวัน หรือวันเว้นวัน เพราะเมื่ออาหารเน่าเสียแล้ว จะส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงรบกวนเราได้ 6. การเล่นกับหอยทากเราสามารถเล่นกับหอยทากได้โดยการให้น้องไต่ขึ้นมาบนมือเรา แต่พยายามให้หอยทากไต่ขึ้นมาเอง เพราะบางครั้งหากหอยทากไม่ไต่ขึ้นมา อาจหมายถึงว่าน้องยังไม่เชื่อใจเราก็ได้นะคะ ไม่ควรไปหยิบขึ้นมาเอง เพราะน้องจะกลัวได้ และอาจกระทบกระเทือนอวัยวะของหอยทากได้ด้วยค่ะภาพโดยผู้เขียนตอนที่หอยทากไต่มือเรา ควรทำมือให้เปียกไว้ เพราะถ้าผิวแห้ง เมือกอาจจะติดกับผิวเราเกินไปจนระคายเคืองได้ หรือหอยทากอาจระคายเคืองผิวเองก็ได้ หรือลูบกระดองน้องเบาๆเป็นการทักทายได้เช่นกัน เหมือนเวลาที่หอยทากเดินมาทับกระดองกัน ก็คือการทักทายนั่นเองโดยหอยทากจะเริ่มแอคทีฟในตอนกลางคืนมากกว่ากลางวัน เนื่องจากแสงและอุณหภูมิลดลง ดังนั้น เราควรเล่นกับหอยทากตอนกลางคืนจะดีกว่านะคะ** หลังการจับหอยทากทุกครั้งควรล้างมือให้สะอาด เพราะตัวหอยทากอาจมีพยาธิและเชื้อโรคที่ส่งผลไม่ดีต่อร่างกายได้ **เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าบทความนี้จะทำให้คนที่สนใจจะเลี้ยงน้องหอยทากได้ประโยชน์ และสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการเตรียมการเพื่อเลี้ยงหอยทากนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการเลี้ยงหอยทากค่ะ