อยากจะมีธุรกิจของตัวเอง แต่ไม่รู้ว่ามีประเด็นไหนที่ต้องเฝ้าระวัง เรื่องไหนบ้างที่ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนที่จะลงทุนเงิน เพื่อจะได้ไม่เสี่ยงจนเกินไปจนไม่เหลืออะไรตอบแทนกลับมาเลย ต่อเพนกวิน หรือ ธนพงศ์ วงศ์ชินศรี ผู้ประกอบการร้านอาหารชื่อดังจะให้คำแนะนำและทุกประเด็นที่จำเป็นต้องรู้สำหรับคนที่อยากทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยหลักการเหล่านี้ใช้ได้กับธุรกิจทุกประเภท ไม่จำกัดว่าจะต้องเป็นร้านอาหารเท่านั้น เพียงแต่ร้านอาหารมีรายละเอียดของต้นทุนที่น่าคิด..จึงเป็นส่วนเสริมเพิ่มเข้ามาในเนื้อหา เนื้อหาแบ่งเป็น 3 ส่วน 1.สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าเจ้าของธุรกิจ (Mindset ก่อนเริ่มทำธุรกิจ) 2.เจ๊งในกระดาษ (วิเคราะห์ทำเล การตลาด งบการเงิน) 3.Case Study จากธุรกิจในชีวิตจริง ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ 1.Feasibility Study เป็นการศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไป ได้ในการทําธุรกิจ ผ่านข้อมูลและสมมุติฐานว่าน่าลงทุนหรือ ไม่ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ใช้ระยะเวลาในการคืนทุนนานแค่ไหน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุน 2.การศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ สําหรับธุรกิจ ค้าปลีกหรือธุรกิจที่มีหน้าร้าน ประกอบไปด้วยปัจจัยหลักๆ 3 เรื่อง คือ • การวิเคราะห์ด้านทําเล (Location Analysis) • การวิเคราะห์ด้านตลาด (Market Analysis) • การวิเคราะห์ด้านการเงิน (Financial Analysis) 3.การวิเคราะห์ด้านทําเล เราต้องดูว่าทําเลที่เราจะไปอยู่ เป็นแบบไหน มีกลุ่มลูกค้าแบบใด พฤติกรรมของลูกค้าเป็นยังไง คู่แข่ง เป็นใคร ค่าเช่า สภาพแวดล้อมต่าง ๆ และการเข้าถึงเป็นยังไง 4.ปัจจัยสำคัญในการเลือกทำเล • กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย • ค่าเช่าที่ • สัญญาเช่า • การมองเห็นและการเข้าถึงการแข่งขันและคู่แข่งในพื้นที่ • ที่จอดรถ 5.การวิเคราะห์ด้านตลาด เราจะดูว่ากลุ่มลูกค้ามีกําลังซื้อ มากแค่ไหน โอกาสในธุรกิจเป็นยังไง รายได้ต่อหัวอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ คู่แข่งของเราขายดี ไม่ดียังไง เราเรียกเรื่องพวกนี้ว่า การวิเคราะห์คู่แข่ง(Competitor Analysis) 6.การวิเคราะห์ด้านการเงิน... ค่าเช่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จํานวนพนักงานเราจะมีต้นทุนต่อเดือนเท่าไหร่ เราต้องการรายได้ต่อหัวเท่าไหร่ในวันธรรมดา (Weekday) เราจะมีลูกค้าประมาณกี่หัว แล้ววันหยุด (Weekend) เราจะมีลูกค้าประมาณกี่คน สุดท้ายก็จะคาดการณ์ได้ว่าทั้งเดือนเราจะมีรายได้ประมาณเท่าไหร่ 7.ค่าจ้างพนักงานพาร์ตไทม์ ตามกฎหมายแรงงาน พนักงาน 1 คนจะทํางานได้ไม่เกินละ 6 วัน/สัปดาห์ นั่นหมายถึง ใน 1 เดือน จะต้องมี 4 วันที่เราจะต้องจ้างพนักงานพาร์ตไทม์ มาทํางานแทน สมมุติว่าจ้างพาร์ตไทม์วันละ 500 บาท 1 เดือน จะต้องจ่ายค่าพนักงานพาร์ตไทม์ เพิ่มเติมที่ 2,000 บาท 8.ค่าเดินทาง วัตถุดิบบางอย่างเราจะต้องซื้อเพิ่มเติมเอง ซึ่งต้องมีค่าเดินทาง ค่ารถ ค่าน้ํามันรถ ฯลฯ นี่คือต้นทุนแฝง ซึ่งเรา ควรจะต้องเผื่อไว้อย่างน้อยเดือนละ 5,000 บาท 9.ค่าใช้จ่ายสําหรับทําการตลาด ในกรณีที่เราไม่ได้ซื้อแฟรนไชส์ สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องมีเพื่อเป็นการโปรโมทแบรนด์ให้ เป็นที่รู้จัก นั่นก็คือ การทําการตลาด ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่าย ในเรื่อง ของการทํากราฟิก ถ่ายรูป ยิงแอดบูสต์โพสต์ ฯลฯ ค่าใช้จ่ายตรงนี้ เราควรจะต้องทําเป็น fixed cost ไว้อย่างน้อยเดือนละ 2,000 บาท 10.สูตรการหาระยะเวลาคืนทุน (เดือน) = เงินลงทุนเริ่มต้น / กำไรสุทธิต่อเดือน 11.ถ้ามีคู่แข่งมาเปิดร้านอยู่ข้างๆ แล้วขาย 25 บาท ตัดราคา เหมือนที่เราเคยไปตัดราคาคู่แข่งจาก 35 บาท มาเป็น 30 บาท นั่นหมายถึงว่ามีโอกาสที่ลูกค้าจะเปลี่ยนใจจากร้านเราเพื่อไปหา ตัวเลือกที่ถูกกว่า หรือเราคิดว่าจะขายได้ 100 แก้ว ชีวิตจริงกลับขายได้แค่ 70 แก้วต่อวัน นี่คือความสําคัญของการวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของธุรกิจคือ เราจะต้องเอารายได้ที่คาดว่าจะได้ทั้งหมดมากองรวมกันแล้ว หักลบกับค่าใช้จ่ายทั้งหมด แล้ววิเคราะห์ดูว่าธุรกิจนี้คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่ 12.Market Trend Analysis เป็นกระบวนการ ประเมินความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับตลาด โดยดูในเรื่องการเริ่มต้นในอุตสาหกรรมของธุรกิจที่เราจะทำในตลาด และมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปทางไหน และไปได้แค่ไหน อาจเป็นเติบโตอย่างไร เรื่องการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของลูกค้า การเปลี่ยนแปลงในทำเล การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงในเรื่องนวัตกรรม 13.ขั้นตอนการวางตำแหน่งทางการตลาด 1. ต้องรู้ว่าคู่แข่งของเราเป็นใคร ทั้งในอดีต และปัจจุบัน รวมถึงต้องคาดการณ์ในอนาคตด้วย 2. ต้องระบุให้ได้ก่อนว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็นใคร 3. เป้าหมายในระยะสั้น และระยะยาวของเราคืออะไร 4. กำหนดตำแหน่งทางการตลาดให้สอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และเป้าหมายของเรา โดยหาช่องว่างในตลาด แล้วกำหนดตำแหน่งที่มีความแตกต่างจากคู่แข่ง ทั้งความแตกต่างที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้ 14.จุดประสงค์ของการวิเคราะห์คู่แข่ง ไม่ใช่แค่ต้องการเอาชนะคู่แข่ง หรือดึงลูกค้ามาให้ได้เท่านั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง ยังเป็นการวิเคราะห์เพื่อที่จะได้รู้ว่า ธุรกิจเหล่านี้ทำอะไร ดีไม่ดียังไง เพื่อเป็นข้อมูลมาใช้ในการวางกลยุทธ์ว่า จะทำให้ธุรกิจของเรามีจุดขายที่แตกต่างจากตลาด รวมไปถึงเรียนรู้ข้อผิดพลาด เพื่อที่จะได้ไม่ให้เกิดขึ้นกับธุรกิจของเราด้วย 15.อีกกรณีที่ต้องพิจารณาก็คือ การเช่าพื้นที่ส่วนใหญ่มักจะต้องทำสัญญา 3 ปี ซึ่งหลังจากครบ 3 ปี แล้วเราก็ไม่รู้ว่าเขาจะต่อสัญญาหรือจะเอาที่ไปทำอย่างอื่น หากระยะเวลาคืนทุนยาวกว่ารอบเวลาเช่าพื้นที่ นั่นหมายถึงว่า เรายังไม่ได้ทุนคืนแต่เราก็ต้องย้ายสถานที่ ซึ่งมันจะมีค่าแต่งร้านและค่าอะไรอีกหลายอย่างถ้าเราต้องไปเริ่มในที่ใหม่ ในการหาระยะเวลาคืนทุน เราต้องรู้ก่อนว่าเราลงทุนไปทั้งหมดเท่าไหร่ เรามีรายได้ และค่าใช้จ่ายระหว่างธุรกิจเท่าไหร่ เราจึงจะสามารถหาระยะเวลาคืนทุนได้ เนื้อหาเหล่านี้ทำให้เราทบทวนตัวเองเสมอว่าเราเหมาะกับการทำธุรกิจส่วนตัวจริงๆหรือเปล่า ปัจจัยไหนบ้างที่จะทำให้มันเติบโต ข้อจำกัดเรื่องต้นทุน คู่แข่ง แผนการจัดการของเรามีความได้เปรียบจริงๆหรือไม่ หรือแค่อยากหารายได้ หากำไรเพียงอย่างเดียว ความยาก (ท้าทาย) ของการทำธุรกิจคือการเริ่มต้นให้มันเดินหน้าได้อย่างมีกำไร โดยธุรกิจของเราสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้จริงๆ ความรู้ในเล่มนี้ทำให้เราไม่คิดเข้าข้างตัวเองและมองโลกตามความเป็นจริงมากขึ้น เครดิตภาพ ภาพปก โดย Pixabay จาก pexels.com ภาพที่ 1 และ 2 โดยผู้เขียน ภาพที่ 3 และ 4 โดย AI บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังสือ ปั้นครัวร้อยให้โตล้าน รีวิวหนังสือ THE BRAIN AUDIT รีวิวหนังสือ KEY PERSON OF INFLUENCE เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !