สุราษฎร์ฯ ผู้ว่าฯหนุนสร้างท่าเรือสำราญเกาะสมุย เชื่อสร้างรายได้-ส่งเสริมท่องเที่ยว

สุราษฎร์ฯ ผู้ว่าฯหนุนสร้างท่าเรือสำราญเกาะสมุย เชื่อสร้างรายได้-ส่งเสริมท่องเที่ยว
ข่าวสด
17 ตุลาคม 2564 ( 11:56 )
20
สุราษฎร์ฯ ผู้ว่าฯหนุนสร้างท่าเรือสำราญเกาะสมุย เชื่อสร้างรายได้-ส่งเสริมท่องเที่ยว

 

สุราษฎร์ธานี ผู้ว่าฯวิชวุทย์ หนุนสร้างท่าเรือสำราญเกาะสมุย เปิดประเทศสร้างรายได้ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ยุโรป อเมริกา ต้องการเข้าเทียบปีละ 100 ลำ ผลสำรวจนักท่องเที่ยวกว่า 5 แสนคน ทำรายได้ 3,500 ล้านบาทต่อปี ชาวเกาะสมุยเห็นด้วย เพิ่มศักยภาพท่องเที่ยวเชื่อมสนามบิน

 

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เผยว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานี ขอสนับสนุนให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า ดำเนินการโครงการก่อสร้างท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise) ที่บริเวณแหลมหินคม ต.ตลิ่งงาม อ.เกาะสมุย ที่มีการศึกษาความเหมาะสมและสำรวจออกแบบ เพื่อรองรับเรือท่องเที่ยวในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย และส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศไทย

 

 

ซึ่งช่วงปี 2561 มีเรือสำราญ จากยุโรป สิงคโปร์ เข้าเกาะสมุย จำนวน 48 ลำ และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กระทั่งปี 2563 มีเรือสำราญขนาดใหญ่ เส้นทางยุโรป อเมริกา และสิงคโปร์ แจ้งเข้าเกาะสมุยเพิ่มขึ้นเป็น 64 ลำ มีความจุลำละ 2,000 - 6,000 คน แต่ช่วงเกิดระบาดโควิด-19 ต้องหยุดไป คาดว่า หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย การท่องเที่ยวเรือสำราญ จะกลับมาเดินทางอีกแน่นอน

 

นายวิชวุทย์ กล่าวว่า เกาะสมุยเป็นจุดสำคัญในเส้นทางเดินเรือท่องเที่ยวของไทย เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว โดยมีเรือสำราญต้องการเดินทางเข้ามายังเกาะสมุยปีละ 100 ลำ ไม่น้อยกว่า 300,000 คน จะเป็นการสร้างโอกาสเปิดประเทศอีกเส้นทางหนึ่ง ที่จะสามารถสร้างรายได้การท่องเที่ยวเข้าสู่ประเทศ

 

 

ทั้งนี้เกาะสมุย ยังไม่มีท่าเรือ เพื่อรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ และพื้นที่บริเวณแหลมหินคม ถือเป็น จุดยุทธศาสตร์การพัฒนาท่าเทียบเรือสำราญ (Cruise Terminal) เนื่องจากมีร่องน้ำลึกที่เหมาะสมอยู่แล้ว และมีแนวกันลมกันคลื่นขนาดใหญ่ สามารถรับเรือเข้าเทียบได้ตลอดปี

 

นายเสนีย์ ภูวเศรษฐถาวร รองประธานหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า ทุกฝ่าย ทั้งสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว เกาะสมุย หอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ฯ หอการค้าภาคใต้ สภาหอการค้าไทย เห็นด้วยที่เกาะสมุยจำเป็นจะต้องมีจุดรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ และกรมเจ้าท่าได้จัดประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น ประชาชนเกาะสมุยเห็นด้วยว่าบริเวณแหลมหินคม มีความเหมาะสมที่สุด ระดับน้ำลึกกว่า 20 เมตร สร้างสะพานยาว 800 เมตรรองรับได้

 

 

 

“เกาะสมุยไม่มีท่าเรือใหญ่ ที่ผ่านมาเรือสำราญต้องลอยกลางทะเล ใช้เรือเล็กขนถ่ายนักท่องเที่ยวขึ้นเกาะเสียเวลา 3-4 ชั่วโมง ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มระดับสูงจาก ยุโรป อเมริกา และเอเชียต้องการขึ้นมาท่องเที่ยวบนเกาะ ถ้ามีท่าเรือจะอำนวยความสะดวกได้มาก

 

ที่สำคัญท่าเรือสำราญแห่งนี้จะเชื่อมโยงกับสนามบินสมุยได้เต็มรูปแบบ มีด่านตรวจคนเข้าเมืองระหว่างประเทศ นักท่องเที่ยวขึ้นเครื่องบินมาท่องเที่ยวพักแรมบนเกาะสมุย รอขึ้นเรือสำราญเดินทางต่อไปต่างประเทศ หรือลงเรือมาท่องเที่ยว พักบนเกาะกลับทางเครื่องบินได้สะดวก จะเป็นการเพิ่มมูลค่าด้านการท่องเที่ยว ซึ่งชาวเกาะสมุยพร้อมสนับสนุนข ให้กระทรวงคมนาคมเดินหน้าต่อ” นายเสนีย์ กล่าว

 

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) ได้สำรวจข้อมูลไว้ เมื่อปี 2558 ประเทศไทย มีตลาดเรือสำราญจากทั่วโลกเข้าประเทศ 5 แสนคน ทำรายได้ 3,500 ล้านบาทต่อปี และปี 2557 กรมการท่องเที่ยว ระบุว่า ภาคใต้สามารถดึงดูดเงินจากตลาดการท่องเที่ยวได้มากเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลเป็นที่นิยมสูง

 

ทั้งยังมีการใช้จ่ายในพื้นที่สูงกว่า 5.05 แสนล้านบาท มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปี 2555-2557 อยู่ที่ 30% แต่หากเจาะ จงเฉพาะที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีเติบโตในช่วง 3 ปี 32.71% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย/คน/ทริป 12,132 บาท รองจากกรุงเทพฯ อยู่ที่ 12,454 บาท ซึ่งการมีท่าเรือจะช่วยตอกย้ำจุดหมายทางทะเลชั้นนำของภาคใต้ด้วย