รีเซต

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ยอมรับ คดีลูกจ้างโกงงบ 33 ล้าน เหตุเพราะไว้วางใจให้ทำงานเกินหน้าที่

รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ยอมรับ คดีลูกจ้างโกงงบ 33 ล้าน เหตุเพราะไว้วางใจให้ทำงานเกินหน้าที่
มติชน
22 มิถุนายน 2563 ( 15:33 )
231
รองผู้ว่าฯ ประจวบฯ ยอมรับ คดีลูกจ้างโกงงบ 33 ล้าน เหตุเพราะไว้วางใจให้ทำงานเกินหน้าที่

จากกรณีนายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลงนามมอบอำนาจพร้อมสั่งการให้ นางกัลยารัตน์ นิลอ่อน หัวหน้าสำนักงานจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ดำเนินคดีนางสาวขนิษฐา หอยทอง อายุ 28 ปี พนักงานวิชาการการเงินและบัญชี สำนักงานจังหวัด ข้อหายักยอกทรัพย์ ปลอมเอกสารของทางราชการ และใช้เอกสารปลอม หลังมีการตรวจสอบมีการยักยอกเงินงบประมาณของทางราชการรวม 33 ล้านบาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีญาติใกล้ชิด และ อ้างนำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์

 

วันที่ 22 มิถุนายน นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เรียกนางกัลยารัตน์ นิลอ่อน หัวหน้าสำนักงานจังหวัด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี เข้าพบที่ห้องทำงานชั้น 2 ศาลากลางจังหวัด เพื่อให้รายงานความคืบหน้าและแนวทางการแก้ไขปัญหาการทุจริตจากการปฏิบัติหน้าที่ของลูกจ้าง โดยใช้เวลาประชุมเครียดนานกว่า 2 ชั่วโมง ขณะที่ก่อนหน้านี้ นางกัลยารัตน์ ได้ปฏิเสธให้ข้อมูลการทุจริตกับสื่อมวลชน พร้อมขอความร่วมมือห้ามบันทึกภาพภายในห้องทำงานที่สำนักงานจังหวัด

 

นายภิรมย์ กล่าวว่า ขณะนี้ปลัดกระทรวงมหาดไทยสั่งการให้จังหวัดตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยมีปลัดจังหวัดทำหน้าที่ประธานสรูปให้เร็วที่สุด สำหรับการตั้งกรรมสอบวินัยหัวหน้าสำนักงานจังหวัด จะมีคำสั่งจากกระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งข้าราชการจากส่วนกลางมาสอบสวนเพื่อรับผิดในทางละเมิดและจะต้องขอให้ ปปง.เข้าร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงินทั้งหมด ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นยอมรับว่ามีข้อบกพร่อง จากความไว้ใจมอบหมายภารกิจให้ลูกจ้างดำเนินการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบประมาณเหลือจ่ายในระบบออนไลน์ ซึ่งเกินจากอำนาจหน้าที่ของลูกจ้างตามภารกิจงานที่กำหนด

“ ยืนยันว่าคดีนี้มีนักงานราชการที่เป็นต้องหาตามหมายจับมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงรายเดียว โดยเข้ามารับหน้าที่นักวิชาการการเงินเพียง 2 ปี ส่วนตัวมีพฤติกรรมเรียบร้อย และหากพบว่ามีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใดก็จะดำเนินคดีทั้งหมดและปัญหานี้จะเป็นบทเรียนให้สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัดต้องตรวจสอบระบบอีเลคโทรนิคเพื่อเชื่อมโยงการเบิกจ่ายงบประมาณว่ามีข้อพิรุธจากการเบิกจ่ายในระบบหรือไม่อย่างไร”นายภิรมย์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง