(ภาพปกถ่ายโดยผู้เขียน)เมื่อเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่ หลายคนคงนึกถึงที่เที่ยวตามธรรมชาติหรือวัดต่าง ๆ ที่มีชื่อเสียง แต่นอกจากสถานที่ดังกล่าวแล้ว เชียงใหม่ยังมีแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจ เหมาะกับการไปเยี่ยมชม และแหล่งเรียนรู้ที่จะมาแนะนำในครั้งนี้คือ Elephant Poo Poo Paper ParkElephant Poo Poo Paper Park ตั้งอยู่ที่ 87 หมู่10 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ (ห่างจากสวนเสือ 100 เมตร) ใช้เวลาเดินทางราว 15 นาที จากตัวเมืองเชียงใหม่ ผู้ใหญ่เสียค่าเข้า 100 บาท เด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบเข้าฟรี เปิดทุกวันตั้งแต่ 8.00-17.30เมื่อมาที่นี่เราจะได้เรียนรู้การทำกระดาษสาจากอึช้าง ฟังแค่นี้ก็น่าสนใจแล้ว ตรงทางเข้าเราจะได้เห็นกองอึช้างก่อนเลย พอเข้าไป หลังจากซื้อบัตรแล้ว จะมีเจ้าหน้าที่พาเยี่ยมชมพร้อมทั้งอธิบายให้ความรู้ต่าง ๆ นอกจากนี้เรายังมีโอกาสได้ทดลองทำกระดาษสาเองด้วย(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน) เจออึช้างกองโตตรงทางเข้าก่อนเลย(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน) อึช้างจับได้ไม่สกปรกมาเริ่มเรียนรู้ไปด้วยกันเลย การทำกระดาษสาจากอึช้างเริ่มต้นด้วยการนำอึมาหมัก เอาไปต้ม แล้วฆ่าเชื้อ (หมดห่วงเรื่องสุขอนามัยได้เลย) จากนั้นก็ใส่สีลงไป เอาลงแม่พิมพ์ เมื่อตากแดดจนแห้งแล้วก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน (ภาพถ่ายโดยผู้เขียน) เอาอึช้างมาต้มตอนที่ไป เจ้าหน้าที่จะแบ่งกลุ่มผู้เข้าชมเป็นกลุ่มเล็ก ๆ เพื่อให้ดูแลได้อย่างทั่วถึง จุดแรกที่สะดุดตาเมื่อมาถึงคือ จุดขายของที่ระลึกทำจากกระดาษสา เดินตรงไปจะเจอร้านขายเครื่องดื่ม จากนั้นก็จะเป็นการชมฐานต่าง ๆ ในการผลิตกระดาษสา ทั้งผู้ใหญ่และเด็กจะได้ทดลองทำขั้นตอนต่าง ๆ ไปพร้อมกัน สนุกดีและได้ความรู้ด้วย ที่สำคัญคือถ่ายรูปสวย โดยเฉพาะจุดที่ตากกระดาษสาสีต่าง ๆ (ภาพถ่ายโดยผู้เขียน) ย้อมสี(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน) ได้ทดลองทำแต่ละขั้นตอนด้วยนะมาถึงจุดสุดท้าย นั่นก็คือการประดิษฐ์ของที่ระลึกจากกระดาษสา ส่วนนี้มีค่าใช้จ่ายต่างหากขึ้นอยู่กับว่าเลือกประดิษฐ์อะไร ลูกเราเลือกทำที่คั่นหนังสือ ซึ่งมีอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกเยอะเลย(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน) หนูเลือกทำที่คั่นหนังสือค่ะ(ภาพถ่ายโดยผู้เขียน) มีอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือกเยอะมากก่อนกลับก็แวะจุดจำหน่ายของที่ระลึก เลือกซื้อโปสการ์ดทำจากกระดาษสา น่ารักดีค่ะหากได้มาเชียงใหม่และมองหาแหล่งการเรียนรู้สำหรับครอบครัว ที่นี่ไม่ควรพลาด โดยส่วนตัวชอบที่นี่มาก เพราะแนวคิดดี สถานที่น่ารัก มีจุดให้ถ่ายรูปเยอะ พวกเราใช้เวลาที่นี่ราว ๆ สองชั่วโมง ถ้ามีโอกาสก็จะกลับมาอีก