รีเซต

จีนลุยพัฒนารถถังนิวเคลียร์ ติดปืนเรลกัน ยิงไกล 450 กม.

จีนลุยพัฒนารถถังนิวเคลียร์ ติดปืนเรลกัน ยิงไกล 450 กม.
TNN ช่อง16
17 กันยายน 2569 ( 17:42 )

วันที่ 15 กันยายน คณะนักวิจัยทางทหารของจีนเปิดเผยรายงานการวิจัยพัฒนารถถังต่อสู้หลักแห่งอนาคตขนาดน้ำหนักประมาณ 60 ตัน โดยตั้งเป้าติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กระดับ 10 เมกะวัตต์ เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักในการขับเคลื่อนและป้อนกระแสไฟฟ้าให้กับระบบปืนเรลกันแม่เหล็กไฟฟ้าขนาด 50 เมกะจูล อาวุธดังกล่าวสามารถเร่งความเร็วของหัวกระสุนได้สูงถึง 3.5 กิโลเมตรต่อวินาที ซึ่งช่วยเพิ่มระยะทำการยิงหวังผลได้ไกลถึง 280 ไมล์ หรือราว 450 กิโลเมตร   

⬛️ แผนงานพัฒนา 3 ระยะจากเครื่องยนต์ดีเซลสู่เตาปฏิกรณ์

ยุทธศาสตร์การพัฒนารถถังรุ่นนี้ถูกวางไว้เป็นระบบ 3 ระยะอย่างเป็นขั้นตอน โดยระยะแรกจะเริ่มต้นจากการใช้เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1,500 แรงม้า ทำงานร่วมกับปืนแม่เหล็กไฟฟ้าขนาด 10 เมกะจูล ระยะยิงประมาณ 150 กิโลเมตร ติดตั้งเกราะป้องกันแม่เหล็กไฟฟ้าขนาด 2 เมกะจูล และใช้อุปกรณ์เก็บพลังงานสมรรถนะสูงอย่างซูเปอร์คาปาซิเตอร์ 

ก่อนจะขยับเข้าสู่ระยะที่สองด้วยการเพิ่มพลังงานปืนเป็น 20 เมกะจูล ขยายระยะยิงเป็น 300 กิโลเมตร ยกระดับเกราะแม่เหล็กไฟฟ้าเป็น 10 เมกะจูล พร้อมติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูงน้ำหนัก 5 ตัน เช่น แบตเตอรี่สถานะของแข็ง ส่วนระยะสุดท้ายคือการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานนิวเคลียร์อย่างเต็มรูปแบบหลังปี 2045 โดยนำเตาปฏิกรณ์มาใช้แทนเครื่องยนต์ดีเซล

⬛️ ความท้าทายทางวิศวกรรมและการจัดการความร้อน

ในส่วนของโครงสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ นักวิจัยตั้งเป้าใช้ระบบระบายความร้อนด้วยตะกั่ว-บิสมัท เพื่อสร้างพลังงานความร้อน 10 เมกะวัตต์ โดยต้องออกแบบให้ชุดเตาปฏิกรณ์ทั้งหมดมีขนาดกะทัดรัดไม่เกิน 2 ลูกบาศก์เมตร และมีระบบกำบังรังสีน้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน เพื่อให้บรรจุลงในตัวรถถังได้ 

นอกจากนี้ ตัวรถยังต้องรองรับแรงสั่นสะเทือนจากการเคลื่อนที่ในสนามรบได้สูงถึง 30g อย่างไรก็ดี การจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับปืนเรลกันถือเป็นโจทย์ที่ซับซ้อน เนื่องจากเตาปฏิกรณ์ผลิตพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถปลดปล่อยกระแสไฟฟ้ามหาศาลในเสี้ยววินาทีสำหรับการยิงแต่ละนัดได้ จึงต้องพึ่งพาระบบกักเก็บพลังงานและวงจรไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงในการรวบรวมพลังงานระหว่างนัด

⬛️ มุมมองผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย

แม้แนวคิดดังกล่าวจะสร้างความตื่นตัวในวงการเทคโนโลยีป้องกันประเทศ แต่นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ทหารให้ข้อมูลผ่านเซาท์ไชนามอร์นิงโพสต์ว่า การติดตั้งเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ลงในรถถังต่อสู้หลักที่มีกำลังพลประจำการยังคงมีข้อจำกัดทางปฏิบัติสูง ทั้งในประเด็นการระบายความร้อนสะสม ปัญหาเกราะป้องกันรังสี ตลอดจนความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหากตัวรถถูกทำลายในสนามรบ 

นอกจากนี้ กำลังพลยังคงต้องการการพักผ่อนและการบำรุงรักษาตามรอบเวลา เช่นเดียวกับกระสุนที่มีจำนวนจำกัด ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอว่าเทคโนโลยีพลังงานนิวเคลียร์อาจเหมาะสมกว่าหากนำไปประยุกต์ใช้กับยานไร้คนขับอัจฉริยะ เพื่อจ่ายไฟให้กับอาวุธเลเซอร์ อาวุธไมโครเวฟ ระบบเรดาร์ และระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ในอนาคต

งานวิจัยดังกล่าวจัดทำโดยคณะนักวิจัยจากอินเนอร์มองโกเลีย เฟิร์สต์ แมชชีนเนอรี กรุ๊ป (Inner Mongolia First Machinery Group) และสถาบันเทคโนโลยีปักกิ่ง (Beijing Institute of Technology) เผยแพร่ในวารสารวิชาการด้านอาวุธ Acta Armamentarii ของจีนเมื่อเดือนมิถุนายน 2026 โดยเป็นบทความที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และได้รับทุนสนับสนุนจาก National Key Laboratory of Special Vehicle Design and Manufacturing Integration Technology 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม