ผู้ประกอบการข้าวสาร ชงโมเดลสีขาว หวังฟื้นธุรกิจ รับวิกฤต เซ้งกิจการกว่า 30% แล้ว

ผู้ประกอบการข้าวสาร ชงโมเดลสีขาว หวังฟื้นธุรกิจ รับวิกฤต เซ้งกิจการกว่า 30% แล้ว
มติชน
29 พฤษภาคม 2564 ( 15:57 )
5
ผู้ประกอบการข้าวสาร ชงโมเดลสีขาว หวังฟื้นธุรกิจ รับวิกฤต เซ้งกิจการกว่า 30% แล้ว

 

วันนี้ (29 พ.ค.) นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร เปิดเผยกับ “มติชน” ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการกำลังรอการเข้ารับการฉีควัคซีนป้องกันไวรัสโควิด หลังจากที่สมาคมฯได้รวบรวมผู้ประกอบการในถนนข้าวสารและใกล้เคียงจำนวน 1,500 คน พร้อมจัดทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้จัดสรรวัคซีน หากได้รับการฉีควัคซีนแล้ว จะเป็นการสร้างความมั่นใจและสบายใจให้กับผู้ประกอบการ พนักงาน ประชาชนหรือนักท่องเที่ยว ที่จะเข้ามาในถนนข้าวสาร มั่นใจว่า ได้ฉีควัคซีนป้องกันแล้วทำไปพร้อมมาตรการเว้นระยะห่าง โดยตั้งเป้าหมายจะสร้างจุดขายเป็นพื้นที่สีขาว และให้เห็นว่า คลีนทั้งหมด

 

 

“สมาคมได้ยื่นหนังสือไป 2 สัปดาห์แล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบ ก็จะยังติดตามอย่างใกล้ชิด โดยทางถนนข้าวสาร เราพร้อมที่จะดูแลจัดหาสถานที่หรือโรงพยาบาลใกล้ถนนข้าวสารเพื่อฉีดวัคซีน และพร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มจากวัคซีน เช่น ค่าฉีดยา เพียงขอวัคซีนตามจำนวนที่เราได้ยื่นขอไปและน่าจะใช้เวลาเพียง 1 วันในการฉีด เราเชื่อว่าเมื่อได้รับการฉีคระดับหนึ่ง ถนนข้าวสารจะเป็นจุดแรกๆที่จะฟื้นตัวของการค้าขายได้ตามปกติ และสร้างเงินสะพัดเข้าระบบเศรษฐกิจ” นายสง่า กล่าว

 

 

นายสง่า กล่าวต่อว่า ในเรื่องปัญหาขาดสภาพคล่องของผู้ประกอบการในถนนข้าวสาร วันนี้ถือว่าหนักหนามาก สำรวจผู้ประกอบการล่าสุดประกาศปิดกิจการถาวรหรือเซ้งกิจการแล้ว 40-50 ราย หรือประมาณ 30% ของสมาชิกสมาคม ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจด้านอาหาร ธุรกิจบริการนวดเพื่อสุขภาพ โดยยังไม่นับรวมรายย่อยหรือแผงลอยที่มีหลายร้อยราย ต้องปิดกิจการตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิดรอบ 2 จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ ประเด็นที่ทำให้ธุรกิจต้องปิดกิจการเพราะไม่มีเงินทุนไหลเวียนและขาดสภาพคล่องการเงิน อีกทั้งแบกรับการจ้างงานไม่ไหว รวมถึงไม่รู้ว่าการระบาดของโควิดจะควบคุมหมดไปจริงใช้เวลาแค่ไหน จากนี้ธุรกิจอาจยังฟื้นตัวไม่เร็วกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ อาจต้องใช้อีก 2-3 ปีกว่านี้ถึงจะลดภาระหนี้ที่แบกไว้กับโควิด-19 เพราะธุรกิจในถนนข้าวสารต้องพึ่งพากลุ่มลูกค้าที่มาใช้การบริการอาหารและเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการห้องพัก แนวโน้มหากโควิดยังยืดเยื้อ และการฉีดวัคซีนล่าช้าการปิดกิจการจะเพิ่มอีกมาก

 

 

“การเข้าถึงแหล่งทุนของเอสเอ็มอีหรือรายย่อยในถนนข้าวสารที่ต้องพึ่งพาตลอดนักดื่มนักเที่ยว เมื่อปิดตัวยาวเป็นปีๆและ เข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน กิจการก็แบกรับไม่ไหว ต้องเลือกปิดตัว ถือเป็นวิกฤตหนักของถนนข้าวสารที่จะเกิดการปิดตัวและเปลี่ยนมือทางธุรกิจมากสุดครั้งแรก แต่เราเชื่อว่า ทำเลของถนนข้าวสารเพื่อสร้างให้เป็นพื้นที่สีขาวได้ ก็จะดึงดูดการฟื้นตัวของการใช้จ่ายได้เร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ” นายสง่า กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง