สำหรับใครที่กำลังได้รับผลกระทบจาก น้ำท่วม และกำลังสงสัยว่าจะยื่นขอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐอย่างไร บอกเลยว่าตอนนี้ขั้นตอนสะดวกขึ้นกว่าเดิม เพราะผู้ประสบภัยสามารถยื่นคำร้องผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือยื่นเรื่องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ โดยระบบจะตรวจสอบข้อมูลและติดตามสถานะคำร้องผ่านช่องทางดิจิทัลได้ด้วย เงินเยียวยาน้ำท่วม 2569 ได้เท่าไร? มาตรการหลักกำหนดเงินช่วยเหลือ ครัวเรือนละ 9,000 บาท สำหรับที่อยู่อาศัยประจำที่เข้าเกณฑ์ โดยต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยหรือเขตการให้ความช่วยเหลือ และหลักเกณฑ์กำหนดให้ได้รับความช่วยเหลือ 1 ครั้งต่อ 1 หลังคาเรือน สำหรับสถานการณ์และหลักเกณฑ์ที่ประกาศล่าสุด ยังมีกรณีที่อยู่อาศัยประจำหรือที่อยู่อาศัยในอาคารสูงถูกน้ำล้อมจนได้รับผลกระทบ ซึ่งรัฐบาลระบุการช่วยเหลือไว้ที่ ครัวเรือนละ 5,000 บาท ตามเงื่อนไขของมาตรการที่เกี่ยวข้อง ใครบ้างที่มีสิทธิ์? หลัก ๆ ต้องเป็นผู้ประสบภัยที่มี ที่อยู่อาศัยประจำอยู่ในพื้นที่ประกาศภัย และเข้าเงื่อนไขของมาตรการ เช่น ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังไม่เกิน 7 วัน และทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วมขังติดต่อกันเกิน 7 วัน กรณีที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำล้อมตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด กรณีที่อยู่อาศัยในอาคารสูงได้รับผลกระทบจากน้ำตามหลักเกณฑ์ ทั้งนี้ การลงทะเบียนไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินทันที เพราะคำร้องต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลและรับรองสิทธิ์จากหน่วยงานในพื้นที่ก่อน วิธีลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมผ่าน “ทางรัฐ” ถ้าเป็นสายดิจิทัล ขั้นตอนที่ผู้เขียนมองว่าสะดวกที่สุดคือการยื่นผ่านแอป “ทางรัฐ” เพราะไม่ต้องเดินทางไปสำนักงาน และสามารถติดตามสถานะคำร้องผ่านระบบได้ ขั้นตอนที่ 1 เปิดแอป “ทางรัฐ” เข้าแอปพลิเคชัน ทางรัฐ แล้วเลือกบริการสำหรับยื่นขอรับเงินเยียวยาผู้ประสบภัยตามมติ ครม. ขั้นตอนที่ 2 ยืนยันตัวตนและตรวจสอบข้อมูล เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีทางรัฐและตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง โดยระบบสามารถเชื่อมโยงข้อมูลทะเบียนราษฎรเพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลผู้ยื่นคำร้องได้ ขั้นตอนที่ 3 กรอกข้อมูลบ้านที่ได้รับผลกระทบ กรอกข้อมูลที่อยู่ของ บ้านที่ประสบภัยจริง รวมถึงจังหวัด อำเภอ/เขต และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ถูกต้อง จากนั้นเลือกสถานะของผู้ยื่นคำร้อง และระบุลักษณะหรือระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมตามตัวเลือกที่ระบบกำหนด ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบพร้อมเพย์ ก่อนกดยืนยัน แนะนำให้ตรวจสอบบัญชีรับเงินให้เรียบร้อย รัฐบาลย้ำว่าเงินช่วยเหลือจะโอนผ่าน บัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขประจำตัวประชาชน และการเตรียมพร้อมเพย์ไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้กระบวนการรับเงินรวดเร็วขึ้น ขั้นตอนที่ 5 ยืนยันและส่งคำร้อง ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดอีกครั้ง แล้วกดยืนยันส่งคำร้อง หลังส่งแล้ว อย่าเข้าใจว่าเงินจะเข้าทันที เพราะคำร้องยังต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสิทธิ์โดยหน่วยงานในพื้นที่ ก่อนส่งข้อมูลต่อเพื่อดำเนินการจ่ายเงิน ถ้าไม่สะดวกใช้แอป ต้องไปยื่นที่ไหน? ไม่จำเป็นต้องใช้ช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว ผู้ประสบภัยสามารถ ยื่นเอกสารด้วยตนเองที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ได้ โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยนำข้อมูลเข้าสู่ระบบให้สำหรับกรุงเทพมหานคร สามารถติดต่อ สำนักงานเขตในพื้นที่ และในกรณีผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้ที่ไม่สะดวกใช้งานออนไลน์ ภาครัฐมีการจัดเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนด้วย ดังนั้น: หากคนในบ้านใช้สมาร์ตโฟนไม่คล่อง วิธีที่ง่ายที่สุดคือเตรียมข้อมูลให้พร้อมแล้วติดต่อหน่วยงานท้องถิ่นใกล้บ้านโดยตรง เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียม แม้การยื่นผ่านแอปทางรัฐจะช่วยลดขั้นตอนเอกสารและระบบสามารถตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลภาครัฐได้ แต่สำหรับคนที่ต้องไปยื่นเรื่องด้วยตัวเอง แนะนำให้เตรียมข้อมูลเหล่านี้ไว้ก่อน บัตรประจำตัวประชาชน ข้อมูลบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่ได้รับผลกระทบ รายละเอียดลักษณะความเสียหายและระยะเวลาที่ได้รับผลกระทบ บัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชน 13 หลัก หลักฐานเกี่ยวกับการอยู่อาศัย เช่น ข้อมูลทะเบียนบ้าน หรือหลักฐานการเช่าในกรณีบ้านเช่า ภาพถ่ายหรือหลักฐานความเสียหาย ควรเก็บไว้เป็นหลักฐานประกอบการตรวจสอบ แม้การลงทะเบียนผ่านระบบทางรัฐในปัจจุบันไม่ได้กำหนดให้ต้ออัปโหลดภาพถ่ายในขั้นตอนออนไลน์ ที่สำคัญ รัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานลดภาระประชาชน โดยยกเลิกการเรียกสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือสำเนาเอกสารราชการบางประเภทในงานช่วยเหลือผู้ประสบภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลของภาครัฐแทน ยื่นแล้วต้องรอนานแค่ไหนกว่าจะได้เงิน? ตรงนี้เป็นส่วนที่หลายคนสงสัยที่สุด แต่ ไม่มีระยะเวลาตายตัวสำหรับทุกพื้นที่ เพราะหลังยื่นคำร้องจะต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลและการรับรองสิทธิ์จากหน่วยงานในพื้นที่ก่อน จากนั้น ปภ. จึงส่งข้อมูลให้ธนาคารดำเนินการโอนเงิน รัฐบาลระบุให้หน่วยงานพื้นที่ทยอยส่งข้อมูลของผู้ที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอรวบรวมข้อมูลครบทั้งหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถส่งต่อข้อมูลและจ่ายเงินได้เร็วขึ้น ตัวอย่างการดำเนินงานที่ผ่านมา ปภ. เคยส่งรายชื่อผู้มีสิทธิให้ธนาคารออมสิน และมีการโอนเงินเข้าบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์ตามรอบการจ่ายของแต่ละพื้นที่ สรุปง่าย ๆ คือ: ยื่นเร็ว + ข้อมูลถูกต้อง + พร้อมเพย์พร้อม = ลดโอกาสที่ขั้นตอนการรับเงินจะสะดุด แต่ยังต้องรอการตรวจสอบสิทธิ์ตามกระบวนการของรัฐ เช็กสถานะคำร้องอย่างไร? ข้อดีของการยื่นผ่านทางรัฐคือสามารถกลับเข้าไปตรวจสอบสถานะคำร้องได้ โดยระบบจะแสดงความคืบหน้าของคำขอในแต่ละขั้นตอน หากพบปัญหา เช่น บ้านเลขที่เดียวกันมีคนลงทะเบียนไปแล้ว หรือข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แนะนำให้ติดต่อ สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนด 5 จุดที่ควรทำก่อนกดยื่น 1. เช็กว่าพื้นที่อยู่ในเขตประกาศภัยหรือไม่ เพราะสิทธิ์ไม่ได้ครอบคลุมทุกพื้นที่โดยอัตโนมัติ ต้องเป็นพื้นที่ตามประกาศที่เกี่ยวข้อง 2. เช็กบ้านที่จะยื่นให้ชัดเจน หนึ่งหลังคาเรือนมีสิทธิ์ตามหลักเกณฑ์เพียงหนึ่งสิทธิ์ จึงควรเช็กกับสมาชิกในบ้านก่อนว่าใครเป็นผู้ยื่น 3. เตรียมพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเป็นช่องทางหลักในการรับเงินช่วยเหลือ 4. เก็บภาพความเสียหายไว้ ถึงแม้ระบบออนไลน์ไม่ได้บังคับแนบภาพในขั้นตอนปัจจุบัน แต่ภาพและหลักฐานความเสียหายเป็นสิ่งที่ควรเก็บไว้ เผื่อต้องใช้ประกอบการตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ 5. อย่ากดยื่นซ้ำหลายครั้ง หากระบบประมวลผลช้าหรือสถานะยังไม่เปลี่ยน ควรตรวจสอบสถานะก่อน เพราะการยื่นซ้ำอาจทำให้เกิดความสับสนเรื่องคำร้อง สรุปวิธียื่นรับเงินเยียวยาน้ำท่วมแบบเข้าใจง่าย จำเป็นขั้นตอนได้ง่าย ๆ ว่า เช็กพื้นที่ → เช็กสิทธิ์ → เตรียมข้อมูล → เข้าแอปทางรัฐ → กรอกที่อยู่และความเสียหาย → ตรวจสอบพร้อมเพย์ → ยืนยันส่งคำร้อง → รอตรวจสอบ → รับเงินเข้าบัญชี สำหรับคนที่ใช้แอปไม่สะดวก ไม่ต้องกังวล เพราะยังสามารถติดต่อ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ เพื่อขอความช่วยเหลือในการยื่นเรื่องได้ และที่สำคัญที่สุด อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางราชการก่อนดำเนินการทุกครั้ง เพราะมาตรการเยียวยาอาจมีการปรับรายละเอียดตามสถานการณ์และประกาศของภาครัฐ Q&A Q1: หากชื่อผู้ยื่นคำร้องไม่ตรงกับชื่อเจ้าของบ้าน สามารถขอรับเงินเยียวยาได้หรือไม่? A1: สามารถยื่นได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับสถานะของผู้พักอาศัยและหลักเกณฑ์ของมาตรการ โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อมูลบ้านและผู้ประสบภัยตามฐานข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้อง หากเป็นบ้านเช่าหรือผู้พักอาศัยที่ไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน ควรเตรียมหลักฐานการอยู่อาศัยไว้เพื่อประกอบการตรวจสอบ และควรสอบถามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ก่อนยื่นเรื่อง Q2: หากยื่นขอรับเงินเยียวยาแล้ว แต่สถานะยังไม่ผ่านการตรวจสอบ ควรทำอย่างไร? A2: แนะนำให้ตรวจสอบสถานะคำร้องก่อน และไม่ควรยื่นคำร้องซ้ำทันที หากข้อมูลยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ให้รอการดำเนินการของหน่วยงานในพื้นที่ หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้องหรือมีปัญหาเกี่ยวกับบ้านและสิทธิ์ สามารถติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือสำนักงานเขตที่รับผิดชอบพื้นที่เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติม Q3: ถ้าไม่มีบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชน จะรับเงินเยียวยาได้หรือไม่? A3: ควรดำเนินการผูกบัญชีพร้อมเพย์ด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักให้เรียบร้อยก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการโอนเงิน เพราะเป็นช่องทางสำคัญสำหรับรับเงินช่วยเหลือ หากยังไม่ได้ผูกพร้อมเพย์ ควรติดต่อธนาคารที่มีบัญชีอยู่และดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาในการรับเงินเมื่อผ่านการอนุมัติสิทธิ์แล้ว ไอเดียภาพประกอบสำหรับบทความ หมายเหตุ: รูปภาพทั้งหมดถูกจัดทำและสร้างโดยผู้เขียนเอง เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !