เลือกตั้งสหรัฐฯ 2026 เกี่ยวอะไรกับคนไทย ทำไมต้องจับตา?

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 สหรัฐอเมริกาจัดการเลือกตั้งกลางเทอม ท่ามกลางความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังไม่มีข้อยุติ ผลการเลือกตั้งจะกำหนดว่าพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่ ซึ่งมีผลต่อการผลักดันกฎหมายและนโยบายสำคัญตลอด 2 ปีที่เหลือของรัฐบาล
สำหรับประเทศไทย การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญในฐานะประเทศคู่ค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะนโยบายภาษีนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับผู้ส่งออกไทย ขณะที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังกดดันราคาพลังงานโลก หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบต้นทุนขนส่ง ราคาสินค้า และค่าใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทและราคาทองคำในประเทศ
เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ชี้ดุลอำนาจ 2 ปีสุดท้ายของทรัมป์
การเลือกตั้งกลางเทอม หรือ Midterm Elections เป็นการเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสที่จัดขึ้นระหว่างวาระประธานาธิบดี โดยครั้งนี้มีการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 435 ที่นั่ง และสมาชิกวุฒิสภา 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง รวมการเลือกตั้งพิเศษ 2 ที่นั่ง
สภาผู้แทนราษฎรมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี จึงต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งสภา โดยพรรคที่ต้องการครองเสียงข้างมากต้องมีอย่างน้อย 218 ที่นั่ง ส่วนสมาชิกวุฒิสภามีวาระ 6 ปี และทยอยเลือกตั้งประมาณหนึ่งในสามทุก 2 ปี
ก่อนการเลือกตั้ง พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา โดยในวุฒิสภามี 53 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตมี 45 ที่นั่ง และสมาชิกอิสระอีก 2 ที่นั่ง ซึ่งทำงานร่วมกับฝ่ายเดโมแครต ส่วนสภาผู้แทนราษฎร พรรครีพับลิกันมีเสียงข้างมากในระยะที่ใกล้เคียงกับพรรคเดโมแครต
หากพรรคเดโมแครตกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาใดสภาหนึ่ง การพิจารณากฎหมายและงบประมาณของรัฐบาลทรัมป์อาจต้องผ่านการเจรจามากขึ้น โดยเฉพาะมาตรการภาษี การใช้จ่ายภาครัฐ และกฎหมายเศรษฐกิจ ขณะที่นโยบายต่างประเทศบางด้านยังอยู่ภายใต้อำนาจฝ่ายบริหารตามกฎหมายสหรัฐฯ
สภาคองเกรสชุดใหม่จะเริ่มวาระวันที่ 3 มกราคม 2570 และทำหน้าที่ไปจนถึงต้นปี 2572 ซึ่งเป็นช่วงสองปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองของทรัมป์
นักวิชาการไทยร่วมให้ข้อมูลผ่าน TNN จับตานโยบายสหรัฐฯ
รายการ “คนชนข่าว” ทาง TNN ช่อง 16 ติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ พร้อมสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ นักวิชาการด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
การเลือกตั้งครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐฯ มีประเด็นสำคัญต้องจัดการพร้อมกัน ทั้งปัญหาค่าครองชีพภายในประเทศ มาตรการทางการค้ากับต่างชาติ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่มีผลต่อเสถียรภาพตลาดพลังงานโลก
สำหรับไทย ประเด็นที่เกี่ยวข้องโดยตรง ได้แก่ ทิศทางภาษีนำเข้าสหรัฐฯ คำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศ ราคาน้ำมัน และอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งต้องติดตามต่อเนื่องหลังทราบผลการเลือกตั้ง
ค่าครองชีพและราคาน้ำมัน กดดันคะแนนนิยมรัฐบาลทรัมป์
ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ที่เผยแพร่ก่อนการเลือกตั้ง ระบุว่า คะแนนความพึงพอใจต่อการทำงานของประธานาธิบดีทรัมป์อยู่ที่ 32% ขณะที่ผู้ตอบแบบสำรวจซึ่งเป็นผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งสนับสนุนผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต 46% เทียบกับพรรครีพับลิกัน 38%
ปัญหาค่าครองชีพเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญ โดยผู้ตอบแบบสำรวจ 78% ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างมาก และ 43% เชื่อมั่นพรรคเดโมแครตในการจัดการปัญหา เทียบกับ 32% ที่เชื่อมั่นพรรครีพับลิกัน
ผลสำรวจดังกล่าวแสดงระดับความคิดเห็นของผู้ตอบแบบสอบถามในช่วงก่อนเลือกตั้ง ไม่ใช่ผลคะแนนจริง และไม่สามารถใช้ยืนยันจำนวนที่นั่งที่จะได้รับในสภาคองเกรส
ปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อค่าครองชีพสหรัฐฯ คือราคาพลังงาน โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากสถานการณ์อิหร่าน ซึ่งมีความสำคัญต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง
สหรัฐฯ–อิหร่านยังเจรจาไม่ลงตัว ราคาน้ำมันโลกผันผวน
สถานการณ์ตะวันออกกลางเป็นอีกประเด็นที่ตลาดการเงินและพลังงานทั่วโลกติดตาม โดยเฉพาะการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งมีกาตาร์ทำหน้าที่เป็นคนกลาง
ตามรายงานข่าวที่นำเสนอในรายการ “คนชนข่าว” อิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติมาตรการปิดล้อมทางทะเลและยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถตกลงเงื่อนไขร่วมกันได้
ก่อนหน้านี้ กระแสข่าวเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะบรรลุข้อตกลงทำให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง โดยมีช่วงที่เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 103 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นระดับราคาที่รายงานระหว่างการซื้อขาย ไม่ใช่ราคาปิดตลาด
ขณะเดียวกัน มีรายงานเหตุโจมตีบริเวณเกาะเคชม์ของอิหร่าน ใกล้ช่องแคบฮอร์มุส โดยสื่อต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในลักษณะจำกัดวง ทำให้ความคืบหน้าการเจรจาและสถานการณ์ความมั่นคงยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ช่องแคบฮอร์มุสเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติสำคัญของโลก หากการเดินเรือมีข้อจำกัดต่อเนื่อง ย่อมเพิ่มความเสี่ยงด้านการขนส่งพลังงานและต้นทุนของประเทศผู้นำเข้า
ประเทศไทยซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศเป็นจำนวนมาก จึงต้องติดตามสถานการณ์นี้โดยตรง เพราะราคาน้ำมันดิบเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของเศรษฐกิจไทย
จีนเดินหน้าประสานตะวันออกกลาง หวังเปิดเส้นทางขนส่งพลังงาน
นอกจากกาตาร์แล้ว จีนยังเพิ่มบทบาททางการทูตเพื่อสนับสนุนการเจรจาลดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้หารือกับสุลต่านไฮษัม บิน ฏอริก แห่งโอมาน ที่กรุงปักกิ่ง โดยทั้งสองประเทศสนับสนุนให้การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุสกลับมาดำเนินการได้อย่างปลอดภัย
ขณะเดียวกัน หวัง อี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้หารือแยกกับผู้แทนระดับสูงจากอิหร่านและซาอุดีอาระเบีย ส่วนจีนมีแผนส่งผู้แทนพิเศษเดินทางเยือนอิหร่าน โอมาน และซาอุดีอาระเบีย เพื่อประสานความร่วมมือในการลดความตึงเครียด
ความพยายามดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับตลาดพลังงานโลก เพราะหากการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุสกลับสู่ภาวะปกติ จะช่วยลดข้อจำกัดด้านอุปทานและความเสี่ยงในการขนส่งพลังงาน
สำหรับไทย ความคืบหน้าของการเจรจาจึงมีความสำคัญต่อการบริหารต้นทุนพลังงาน โดยเฉพาะภาคขนส่ง อุตสาหกรรม และธุรกิจที่ใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลัก
คนไทยเติมน้ำมันทุกวัน ทำไมต้องติดตามผลเลือกตั้งสหรัฐฯ?
ราคาน้ำมันในประเทศไทยได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งราคาน้ำมันดิบโลก ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดภูมิภาค ค่าเงินบาท ภาษี และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
หากสหรัฐฯ เปลี่ยนแนวทางนโยบายต่ออิหร่าน หรือเกิดความคืบหน้าในการแก้ไขความขัดแย้งตะวันออกกลาง ก็อาจส่งผลต่อการประเมินความเสี่ยงของตลาดน้ำมันและทิศทางราคาในระยะต่อไป
ตัวอย่างที่ประชาชนเห็นได้ชัดคือ หากต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ผู้ประกอบการขนส่งอาจมีต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงงานผลิตสินค้าและเกษตรกรที่ใช้เครื่องจักรหรือรถขนส่งก็ได้รับผลจากต้นทุนเชื้อเพลิงเช่นกัน
แต่ราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการในไทยจะปรับเปลี่ยนมากน้อยเพียงใด ยังขึ้นอยู่กับต้นทุนและมาตรการภายในประเทศ จึงต้องพิจารณาข้อมูลจากกระทรวงพลังงานและสำนักงานนโยบายและแผนพลังงานประกอบ
ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ กระทบคนทำงานโรงงานไทยอย่างไร?
สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย และมีความสำคัญต่อหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์ยาง ชิ้นส่วนยานยนต์ และอาหารแปรรูป
ข้อมูลกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 ไทยส่งออกสินค้าไปยังสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 2.40 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.51% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตัวเลขดังกล่าวทำให้ต้องติดตามนโยบายการค้าของสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะมาตรการภาษีนำเข้าและข้อกำหนดที่อาจกระทบความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทย
หากผู้นำเข้าสหรัฐฯ ต้องรับภาระต้นทุนเพิ่มเติมจากมาตรการภาษี อาจส่งผลต่อการกำหนดราคาขายและคำสั่งซื้อสินค้า ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและการแบ่งรับภาระต้นทุนระหว่างผู้ซื้อกับผู้ผลิต
สำหรับโรงงานไทยที่พึ่งพาตลาดสหรัฐฯ หากคำสั่งซื้อลดลงต่อเนื่อง ผู้ประกอบการอาจต้องปรับแผนการผลิต ซึ่งเกี่ยวข้องกับชั่วโมงการทำงาน รายได้จากการทำงานล่วงเวลา และความต้องการจ้างแรงงาน
ส่วนเกษตรกรไทยอาจได้รับผลทางอ้อมจากความต้องการวัตถุดิบ เช่น ยางพารา และสินค้าเกษตรที่นำไปใช้ผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก
อย่างไรก็ตาม หากไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันและขยายตลาดได้ ก็ยังมีโอกาสรักษาคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ รวมถึงรองรับการลงทุนใหม่ในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ค่าเงินบาทและราคาทองคำเกี่ยวอะไรกับการเลือกตั้ง?
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐฯ ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนใช้ประเมินแนวโน้มค่าเงินดอลลาร์ อัตราดอกเบี้ย และทิศทางเศรษฐกิจโลก
หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินบาท คนไทยที่ต้องใช้เงินดอลลาร์อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น การเดินทางไปสหรัฐฯ การชำระค่าเล่าเรียนต่างประเทศ หรือการนำเข้าสินค้า
ในทางกลับกัน ผู้ส่งออกที่ได้รับชำระเงินเป็นดอลลาร์อาจแลกกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น หากปัจจัยอื่นไม่เปลี่ยนแปลง
สำหรับราคาทองคำในประเทศไทย ต้องพิจารณาทั้งราคาทองคำโลกและอัตราแลกเปลี่ยน เพราะแม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับลดลง แต่หากเงินบาทอ่อนค่ามาก ก็อาจทำให้ราคาทองคำในประเทศลดลงไม่เท่ากัน
ทั้งนี้ ผลการเลือกตั้งไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่กำหนดค่าเงินบาทและราคาทองคำ เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ เงินเฟ้อ และสถานการณ์เศรษฐกิจระหว่างประเทศด้วย
หลังเลือกตั้งสหรัฐฯ ไทยต้องเตรียมรับมือเรื่องใด?
หลังการเลือกตั้งวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามคือพรรคใดจะครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ก่อนสภาคองเกรสชุดใหม่เริ่มวาระวันที่ 3 มกราคม 2570
ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามความคืบหน้าการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทิศทางราคาน้ำมันโลก มาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์
สำหรับรัฐบาลไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มีบทบาทในการติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการรองรับผลกระทบตามภารกิจ
การเลือกตั้งสหรัฐฯ ครั้งนี้จึงเป็นเรื่องที่ประชาชนไทยควรติดตาม โดยเฉพาะผู้ประกอบการส่งออก แรงงานในภาคอุตสาหกรรม นักลงทุน และประชาชนที่ต้องรับภาระต้นทุนพลังงานในชีวิตประจำวัน
แม้ผลการลงคะแนนจะไม่ทำให้ราคาน้ำมัน ค่าเงินบาท หรือราคาทองคำเปลี่ยนแปลงทันที แต่ทิศทางนโยบายสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงปี 2570 และต่อเนื่องไปถึงปี 2571
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
