กลัวลูกสบายเกินไป พ่อแม่ชาวจีนซื้อคอร์สส่งลูกไปเรียนรู้ความลำบาก

เศรษฐกิจจีนที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวจีนจำนวนมากมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเฉพาะคนที่อยู่ในเมืองใหญ่ ๆ อย่างปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ หรือเสินเจิ้น ที่แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก
ความสะดวกสบายในชีวิต ทำให้เด็กส่วนใหญ่เติบโตโดยไม่ขัดสน และไม่เคยรู้จักกับความลำบาก เพราะมีพ่อแม่หามาให้ทุกอย่าง ซึ่งพ่อแม่ชาวจีนก็ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก ๆ ของตัวเอง เพื่อให้เด็กเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ดี
อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ชาวจีนบางส่วนเริ่มรู้สึกว่าการเลี้ยงลูกด้วยการประคบประหงมมากเกินไป จะทำให้เด็กกลายเป็นคนอ่อนแอ เอาแต่ใจ และไม่มีความรับผิดชอบ เพราะไม่เคยต้องทำอะไรด้วยตัวเอง และไม่เคยรู้ว่าความยากลำบากนั้นเป็นยังไง
ทำให้ตอนนี้ เกิดกระแสการส่งลูกไปเข้าแคมป์เรียนรู้การใช้ชีวิตในพื้นที่ห่างไกล ที่ห่างจากความเจริญของเมืองใหญ่ แคมป์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อสอนให้เด็กเรียนรู้ความยากลำบาก โดยไม่มีพ่อแม่คอยให้ความช่วยเหลือ เด็กจะต้องนั่งเครื่องบินหรือรถไฟไปยังเมืองในพื้นที่ห่างไกล ส่วนใหญ่จะเป็นเมืองเล็ก ๆ ทางภาคตะวันตกของประเทศ เช่นในมณฑลเสฉวน กุ้ยโจว หรือยูนนาน เพื่อใช้ชีวิตร่วมกับเด็ก ๆ คนอื่น เป็นเวลาหลายวัน โดยเด็กแต่ละคนจะต้องเรียนรู้การใช้แรงงาน การทำการเกษตร การทำอาหาร การทำความสะอาดที่พัก และเชื่อฟังครูอย่างเคร่งครัด
สถานที่พักของเด็ก แม้จะสะอาด ปลอดภัย แต่ก็เรียกได้ว่าห่างไกลความสบายเหมือนการได้อยู่ที่บ้านของตัวเองหลายเท่า เด็กจะต้องอยู่ในห้องรวมกัน ห้องละ 8-10 คน และนอนบนเตียงไม้แข็ง ๆ ที่อาจจะมีฟูกบาง ๆ รองอยู่ อาหารที่เด็กกินก็เป็นอาหารพื้นฐาน ที่เด็กไม่สามารถกินอะไรตามใจชอบได้ ทั้งหมดนี้ ถูกออกแบบมาให้เด็กได้เรียนรู้ความยากลำบากของการใช้ชีวิต
ไม่น่าเชื่อว่าการส่งลูกไปเข้าแคมป์แบบนี้ จะได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา จนแคมป์แต่ละแห่งถูกสมัครจนเต็ม หลังจากเปิดรับสมัครได้ไม่นาน เด็กที่ถูกส่งไปเข้าแคมป์มีตั้งแต่อายุ 6 -16 ปี การเข้าแคมป์ใช้เวลาประมาณ 10 วัน มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 5,000 หยวน ถึง 10,000 หยวน หรือตั้งแต่ 25,000 บาท ถึง 50,000 บาท
พ่อแม่ที่เคยส่งลูกไปเข้าแคมป์แบบนี้ ส่วนใหญ่พอใจกับผลลัพธ์ โดยบอกว่า ลูกมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น ไม่เอาแต่ใจ ขยันเรียนมากขึ้น ประหยัดมากขึ้น จนทำให้มีการบอกต่อ และทำให้พ่อแม่คนอื่นสนใจส่งลูกไปเข้าแคมป์บ้าง เพราะหวังว่าลูกจะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักจิตวิทยาเตือนว่าการส่งลูกไปเรียนรู้ความยากลำบากแบบนี้ อาจไม่ได้ช่วยให้เด็กเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปในทางที่ดีขึ้น เด็กอาจจะรู้สึกว่าถูกพ่อแม่ทอดทิ้ง จนทำให้มีปมในจิตใจที่อาจนำไปสู่พฤติกรรมต่อต้านพ่อแม่ในอนาคต
นอกจากนี้ ความยากลำบากในการเข้าแคมป์ลักษณะนี้ มันไม่ใช่ความยากลำบากที่แท้จริง เพราะสุดท้ายแล้ว เด็กก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายเหมือนเดิม ซึ่งพ่อแม่สามารถสอนให้เด็กรู้จักความยากลำบากได้ผ่านการใช้ชีวิตประจำวัน ที่เกิดขึ้นทุก ๆ วัน เช่นการเดินไปโรงเรียนแทนการนั่งรถยนต์ การสอนไม่ให้เด็กใช้เงินมากเกินไป หรือการสอนให้เด็กมีความรับผิดชอบด้วยการทำความสะอาดบ้านด้วยตัวเอง
เพียงแต่ว่าพ่อแม่ชาวจีนส่วนใหญ่ ซึ่งก็คงคล้าย ๆ พ่อแม่คนไทย ที่มีความรักและตามใจลูกมากเกินไป จนไม่สามารถสอนให้ลูกรู้จักกับความยากลำบากด้วยตัวเองได้ จึงต้องยอมจ่ายเงินเพื่อส่งลูกไปเข้าแคมป์แบบนี้ เพื่อให้คนอื่นสอนความยากลำบากให้ลูกของตัวเองแทน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
