รีเซต

โควิด-19 : ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มขึ้น 45 ราย เสียชีวิต 2 ราย หวั่นติดโรคเพิ่มขึ้นจากการรวมกลุ่มสังสรรค์ช่วงสงกรานต์

โควิด-19 : ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มขึ้น 45 ราย เสียชีวิต 2 ราย หวั่นติดโรคเพิ่มขึ้นจากการรวมกลุ่มสังสรรค์ช่วงสงกรานต์
บีบีซี ไทย
11 เมษายน 2563 ( 13:38 )
45
โควิด-19 : ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาในไทยเพิ่มขึ้น 45 ราย เสียชีวิต 2 ราย หวั่นติดโรคเพิ่มขึ้นจากการรวมกลุ่มสังสรรค์ช่วงสงกรานต์

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในประเทศไทย วันนี้ (10 เม.ย.) เพิ่มขึ้น 45 ราย รวมยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 2,518 ราย ขณะที่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย เป็นชายชาวไทยจากกรุงเทพฯ อายุ 46 ปี และชายไทยจาก จ.พะเยา อายุ 65 ปี ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตสะสมในไทยเป็น 35 ราย

จากการรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) โดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ระบุว่าวันนี้ผู้ป่วยรายใหม่ในกรุงเทพฯ และนนทบุรีน้อยลงมาก แต่แนวโน้มกระจายตัวของโรคจะออกไปตามต่างจังหวัด เน้นเป็นห่วงช่วงสงกรานต์ที่อาจจะเกิดการรวมตัวกันเพื่อสังสรรค์โดยไม่มีการปล้องกัน และอาจเป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อได้เพิ่มมากขึ้นทั่วประเทศ

กรณีชายไทยที่เสียชีวิต พบว่าเป็นชายไทยชาวกรุงเทพฯ อายุ 46 ปี ชาย เป็นโรคอ้วน ทำงานอยู่โรงรับจำนำ มีประวัติอาศัยอยู่กับแม่และน้องสาวซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อโควิด-19 ผู้ป่วยมีอาการไข้สูง 39 และไอ เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ มาวันที่ 1 เม.ย.แพทย์ส่งตรวจตรวจหาไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เอ และ บี แต่ผลเป็นลบ และส่งตรวจโควิด-19 ผลออกมายืนยันว่ามีเชื้อวันที่ 2 เม.ย. ต่อมาวันที่ 9 เม.ย. ผู้ป่วยมีอาการหอบเหนื่อย มากขึ้น แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ส่วนผู้เสียชีวิตอีกรายเป็นชายไทยชาว จ.พะเยา อายุ 65 ปี อาชีพพนักงานทำความสะอาดในกรุงเทพฯ เริ่มมีอาการป่วย ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก อ่อนเพลีย ตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. และเดินทางกลับบ้านที่ จ.พะเยา และเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.พะเยา ในวันที่ 24 มี.ค. ส่งตรวจหาเชื้อไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 และได้รับการยืนยันในวันที่ 27 มี.ค. ว่าติดเชื้อ ต่อมา วันที่ 28 มีนาคม อาการหนักขึ้นทำให้แพทย์ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ หลังจากนั้นผู้ป่วยไม่รู้ตัว และเสียชีวิตวันที่ 10 เม.ย.

สำหรับยอดผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมจนถึงขณะนี้ประเทศไทยมี 2,518 ราย กระจายใน 68 จังหวัด สูงสุดได้แก่ กรุงเทพมหานคร 1,280 ราย ตามด้วยภูเก็ต 172 ราย นนทบุรี 148 ราย สมุทรปราการ 106 ราย ยะลา 77 ราย ชลบุรี 75 ราย ปัตตานี 74 ราย สงขลา 55 ราย เชียงใหม่ 40 ราย และปทุมธานี 33 ราย โดยอยู่ระหว่างการสอบสวนอีก 72 ราย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ที่ยืนยันวันนี้มีทั้งหมด 45 ราย แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้

1. ผู้ป่วยที่มีประวัติสัมผัสกับผู้ป่วยยืนยัน หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่ที่พบผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 23 ราย

  • สัมผัสกับผู้ป่วยยืนยันก่อนหน้านี้

2. กลุ่มผู้ป่วยอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยก่อนหน้านี้ 9 ราย

  • ชาวต่างชาติที่เดินทางกลับมาจากปนะเทศไทย 1 ราย
  • ชาวไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ (อังกฤษ) 2 ราย
  • ไปสถานที่ชุมนุมชน เช่น ห้างสรรพสินค้า ตลาดนัด สถานที่ท่องเที่ยว 3 ราย
  • อาชีพเสี่ยง เช่น ทำงานในที่แออัด ใกล้ชิดกับคนต่างชาติ 1 ราย
  • บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 2 ราย

3. อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรค 4 ราย

นอกจากนี้ ตัวเลขที่เกิดขึ้นใหม่เป็นผู้ที่เดินทางกลับเข้าในประเทศไทยและเข้ากักตัวที่เรียกว่า state quarantine ซึ่งจะแยกกับตัวเลขของผู้ป่วยรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและนะบบบริการทางสาธารณสุขสะสมทั้งสิ้น 56 ราย บวกเพิ่มอีก 9 ราย โดยคนเหล่านี้ผ่านการตรวจก่อนขึ้นเครื่อง ที่สนามบิน และตอนเข้ามาอยู่ใน state quarantine แต่ก็ยังมีการตรวจเจออีก ที่ จ.สงขลา 8 ราย และ กรุงเทพฯ 1 ราย

"คนที่ใกล้ชิดเป็นเหตุให้ติด เมื่อ 4-10 เม.ย. จากผู้ป่วย 495 คน ทั่วประเทศ แยกอกมา 144 ราย พบว่าที่แพร่กันเยอะที่สุดคือครอบครัว 81 ราย ต่อมาคือที่ทำงาน 33 คน ผู้ร่วมงาน ผู้บังคับบัญชา อื่น ๆ รวมกลุ่มกัน รับประทานอาหารเครื่องดื่มด้วยกัน 26 ราย จึงเป็นห่วงว่าช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ หากมีการดื่มสังสรรค์กันก็มีสิทธิ์ที่ติดโรคได้เหมือนกัน" นพ.ทวีศิลป์ กล่าว

เนื่องจากการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จะทำควบคู่ไปกับการตรวจหาไข้หวัดใหญ่สายพันธ์เอและบี ทำให้เกิดสถิติใหม่ขึ้นมาว่าคนไทยมีอัตราการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่น้อยลงจากตัวเลข 50,000 กว่ารายในช่วงต้อนปี ลงมาเป็น 10,000 กว่ารายในปัจจุบัน นพ.ทวีศิลป์ ตั้งข้อสังเกตว่าเกิดมาจากที่ตอนนี้คนไทยใส่หน้ากากกันมากขึ้น และล้างมือบ่อยขึ้น ทำให้โอกาสการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่มีน้อยลงตามไปด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง