ผมจำได้ว่าก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ครั้งแรก ผมได้พบกับประสบการณ์หลอนตอนที่ไปหาเพื่อนที่จังหวัดเชียงราย เป็นเหตุการณ์ที่ทำให้ผมจำได้ไม่ลืมจนอยากนำมาเล่า ผมเดินทางจากเชียงใหม่ไปเชียงรายด้วยรถทัวร์ตั้งแต่เช้า เพื่อรอเพื่อนมารับเข้าที่พักในช่วงเย็น เมื่อลงจากรถและมองเข้าไปที่ตัวบ้าน ผมเห็นเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวเก่า ๆ หน่อย และ สามารถจอดรถยนต์ได้ 1 คัน เมื่อเปิดประตูเข้าไป ผมมองดูรอบ ๆ เพื่อตรวจสอบความเรียบร้อยว่ามีอะไรเสียหายก่อนเข้าอยู่หรือไม่ ตอนนั้นผมไม่ได้ใส่ใจเรื่องผีเลย ภายในบ้านมีห้องรับแขก 1 ห้อง ห้องน้ำ 1 ห้อง และห้องครัว 1 ห้อง ส่วนที่นอนดูค่อนข้างเก่าและมีแอร์รุ่นเก่าแบบตั้งพื้นที่น่าจะผ่านการใช้งานมานานพอสมควร หลังจากผมเก็บของเสร็จ ผมก็ออกไปหาข้าว แล้วกลับมาพักผ่อน ซึ่งในช่วง 2 คืนแรกก็ยังไม่มีอะไรผิดปกติครับ เหตุการณ์แปลกๆ เริ่มเกิดขึ้นในวันที่ 3 ในเช้าวันที่ 3 หลังจากกลับจากกินข้าว ก็กลับเข้าที่พัก พอเปิดประตูบ้าน ผมได้กลิ่น "บุหรี่" คละคลุ้งไปหมด กลิ่นมีอยู่ทุกห้อง ทั้งๆ ที่ผมปิดหน้าต่างไว้ หลังจากนั้นผมเปิดหน้าต่างและเปิดพัดลม เพื่อระบายกลิ่นออกไป แต่กลิ่นนั้นก็ยังคงมีอยู่ทั่วทั้งห้องทั้งวันจนถึงหัวค่ำ กลิ่นจึงเริ่มจางลงไป ผมสวดมนต์ก่อนเข้านอน พอกลางดึกคืนนั้น ผมรู้สึกเหมือนมีเท้ามาเหยียบที่หน้าอก ผมสะดุ้งและลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว และสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าคือ "ผู้หญิง" ที่แขนหักงอไปด้านหลัง ใส่เสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาสั้นสีดำ ยืนเอาเท้าเหยียบหน้าอกผมอยู่ ผมพยายามเอื้อมมือไปหยิบสร้อยพระที่หัวนอน ด้วยความยากลำบาก พอหยิบได้ก็รีบยื่นสร้อยพระไปข้างหน้าทันที ร่างนั้นก็หายวับไป ผมรีบลุกขึ้นนั่งสวดมนต์และกำสร้อยพระไว้แน่นจนถึงเช้า ด้วยความหวาดระแวง ในวันที่ 4 ผมสวดมนต์และเข้านอนตามปกติ ไม่แน่ใจว่านอนไปนานเท่าไหร่ ในขณะที่ผมนอนอยู่ มีความรู้สึกว่า ผ้าปูที่นอนบริเวณตรงกลางหลัง เหมือนถูกแรงดึงให้เคลื่อนไปทางขวาทีละนิดๆ ผมคิดอยู่สักพักก่อนตัดสินใจว่าจะหันไปมองหรือทำเป็นไม่สนใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ผ้าปูที่นอนก็ยังคงมีแรงดึงไปช้าๆ ผมลืมตาขึ้นช้าๆ แล้วค่อยหันไปอย่างช้าๆ พอหันไปผมเห็น "เงาผู้ชาย" คนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่ข้างเตียง มือของเขาจับผ้าปูที่นอน บริเวณขอบเตียงไว้ แล้วค่อยๆ ดึงผ้าปูที่นอนไปหา ผมเห็นว่าดวงตาเขาเป็นสีขาวโพลนไม่มีตาดำ ส่วนอื่นเป็นเพียงเงาดำมืด มองแล้วเป็นเงาของผู้ชาย ผมรีบลุกขึ้นหยิบสร้อยพระและยื่นสร้อยพระไปทางเงาที่เห็นทันที หลังจากนั้น เงานั้นหายวับไปโผล่ที่ปลายเท้า และไปอยู่มุมห้องสลับกันไปมาตามจังหวะที่ผมยื่นสร้อยพระไปหา พอผมเริ่มตั้งสติได้ ผมรวบรวมความกล้าตะโกนถามว่า "มาทำไม? ทำไมต้องมาทำร้ายผม?" แต่เงานั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ทำเพียงแค่เหลียวมองผมเล็กน้อย ผมพยายามถามซ้ำว่ามาทำอะไร อยากให้ช่วยอะไร ผมจะทำบุญไปให้ อย่ามารบกวนผม แต่ทุกอย่างก็เงียบสนิท ผมได้แต่นั่งกำสร้อยพระไว้แน่น ตาก็จ้องมองเงานั้นไม่ละสายตา ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกตอนนี้มันยาวนานมาก อยู่ดีๆ เงานั้นก็หายไป ผมนั่งนิ่งอยู่ยันเข้า พอผมได้ยินเสียงไก่ขัน ผมก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาทันที เพราะคิดว่าพอเช้าแล้วก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอแสงของพระอาทิตย์ส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างห้อง ผมรีบวิ่งไปหาเพื่อนที่อยู่บ้านพักอีกหลัง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านที่ผมอยู่ไปอีก 2 หลัง พอไปถึงผมรีบถามเพื่อนทันทีว่าบ้านหลังนี้เคยมีคนตายหรือเปล่า หรือมีผีหรือเปล่า แต่คำตอบที่ได้คือ "ไม่รู้" เพราะเพื่อนก็มาอยู่บ้านอีกหลังได้ปีกว่าๆ และไม่เคยเจออะไรเลย ผมจึงตัดสินใจเดินไปถามบ้านอีกหลังที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่คำตอบที่ได้ก็ยังเหมือนเดิมคือ "ไม่แน่ใจ" ครับ เพราะเขาก็เพิ่งย้ายมาอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่ ผมเลยถามต่อว่า "เคยเจอผีบ้างหรือเปล่า?" เขาตอบกลับมาทันทีว่า ไม่เคยเจอเลย กลายเป็นว่ามีผมเพียงคนเดียวที่เจอผีในบ้านหลังนั้น วันที่ 5 ในคืนวันที่ 5 เหตุการณ์แปลกๆ ยังคงดำเนินต่อ ผมเข้านอนตามปกติ ก่อนนอนก็สวดมนต์และนอนหลับไป ไม่แน่ใจว่าเวลาตอนนั้นเป็นเวลาประมาณเท่าไหร่ แอร์ที่เย็นกลับเริ่มส่งลมร้อนออกมาจนอากาศอบอ้าวและเหงื่อออกเปียกชุ่มไปถึงคอเสื้อเหมือนกับคืนก่อนหน้านี้ เหงื่อไหลเต็มหน้า ผมสะดุ้งตื่นลุกขึ้นนั่งและมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นอะไร ด้วยความที่เหนื่อยล้าจากการนอนน้อยผมเลยนอนหลับไปอีกครั้ง หลังจากที่หลับไป ผมฝันเห็นเด็กผู้หญิงต่างชาติผมสีทอง ใส่ชุดกระโปรงลายลูกไม้สีเหลือง ในฝันผมเห็นเธอยืนอยู่ตรงหน้าประตู และยืนมองหน้าผม เธอยืนนิ่งๆ จ้องหน้าผมอยู่ครู่หนึ่ง เธอก็เอามือทั้งสองข้างมาจับที่หน้าอกตัวเอง ก่อนจะเริ่ม "แหวกอก" ให้ผมดู ในฝันผมเห็นเลือดไหลออกมาจากหน้าอกของเธอ ไหลจนนองเต็มพื้น ในฝันผมยืนนิ่งด้วยความตกใจ จนเวลาผ่านไปสักพัก เด็กคนนั้นก็กรีดร้องออกมาเสียงดังมาก ดังจนแสบแก้วหูไปหมด สักพักภาพก็ตัดไป คืนวันที่ 6 หลังจากที่ผมเข้านอน อากาศในห้องก็เริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นมาเหมือนทุกคืน พอผมเริ่มรู้สึกตัวผมตั้งสติและรีบเอามือกำสร้อยพระที่ห้อยคอจนแน่น หลังจากนั้นผมค่อยลืมตาขึ้น ผมก็เห็น "เงาดำ" ยืนอยู่ตรงปลายเท้า เป็นเงาดำของผู้ชายคนเดิมและเริ่มได้กลิ่นบุหรี่ในห้อง ผมตัดสินใจลุกขึ้นนั่งทันที แล้วยื่นสร้อยพระไปทางนั้น ร่างเงาดำนั้นก็หายวับไปอยู่ที่มุมห้องเหมือนเดิม เหมือนกับคืนก่อนหน้า ผมก็ถามออกไปว่า "มาทำไม? อยากให้ทำบุญให้หรือเปล่า?" แต่เขาก็จังคงเงียบ ไม่ยอมตอบอะไร ได้แต่ยืนนิ่งๆ อยู่อย่างนั้น อากาศในห้องตอนนี้รู้สึกร้อนมากทั้งๆ ที่เปิดแอร์ ผมพยายามถามซ้ำอีกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ยังคงเงียบสนิท ผมเลยทำได้แค่นั่งมองดูร่างเงาดำอยู่อย่างนั้น ไม่กล้าทำอะไรต่อ ผมนั่งดูร่างเงาดำนั้นสักพักแล้วร่างนั้นก็หายไป พอพระอาทิตย์ขึ้น ผมรีบลุกวิ่งไปหาเพื่อนที่บ้านอีกหลัง และเล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้เพื่อนฟัง ก่อนจะให้เพื่อนพาผมไปหาพระ เพื่อนผมก็พาผมไปหาพระอาจารย์ท่านหนึ่ง ผมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ท่านฟัง หลังจากนั้นท่านนั่งหลับตาสักพักแล้วลืมตา ท่านบอกว่า "ในบ้านไม่มีอะไร เขาอยากสื่อสารด้วยเพราะเห็นแสงสีขาวออกจากตัวผม" เขามาขอส่วนบุญเพราะไม่เคยเห็นคนที่มีแสงสีขาวรอบตัวแบบผมมาก่อน พระท่านแนะนำให้ผมทำบุญด้วยอาหารคาวหวาน โดยเฉพาะ "ลูกชิ้นทอดและน้ำหวาน" ตามที่เขาสื่อสารมา หลังจากผมทำบุญตามที่พระแนะนำ ในช่วงระยะเวลาที่พักต่ออีก 15 วัน มีเพียงได้กลิ่นบุหรี่และกลิ่นเหม็นเป็นพักๆ เท่านั้น หลังจากนอนหลับไปก็ไม่มีอะไรมารบกวนตอนนอนอีกเลย ผมอยู่จนครบกำหนด 20 วันและกลับเชียงใหม่ เครดิตภาพ ภาพหน้าปก /ภาพโดยผู้เขียน เจนภาพจาก Gemini AI และปรับแต่งด้วย Photoshop ภาพที่ 1 / ภาพที่ 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 ภาพโดยผู้เขียน เจนภาพจาก Gemini AI และปรับแต่งด้วย Photoshop เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !