นิยายสั้นแนว ดาม่า / ครอบครัว เรื่องราวของ "เมย์" หญิงสาววัย 29 ปี ที่ยุ่งกับการทำงานจนแทบไม่มีเวลาให้ครอบครัว จนวันหนึ่งเธอเริ่มสังเกตว่ามื้อเย็นที่เคยนั่งกินพร้อมกันทุกวัน กำลังค่อย ๆ หายไปจากชีวิต ตอนที่ 1 : เก้าอี้ตัวเดิม เสียงนาฬิกาบนผนังบอกเวลาเกือบสี่ทุ่ม เมย์ลากกระเป๋าทำงานเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากประชุมต่อเนื่องมาตั้งแต่เช้า บ้านทั้งหลังเงียบสนิทกลิ่นต้มจืดสาหร่ายที่แม่ชอบทำลอยออกมาจากห้องครัว บนโต๊ะอาหารมีจานกับข้าววางไว้พร้อมฝาชีครอบอย่างเรียบร้อย เหมือนทุกคืนที่ผ่านมา "กลับมาแล้วเหรอลูก" แม่เดินออกมาจากครัวพร้อมรอยยิ้มอ่อน ๆ "กินข้าวก่อนนะ แม่อุ่นไว้ให้" เมย์พยักหน้า พลางเปิดโทรศัพท์เช็กข้อความจากที่ทำงานไปด้วย "พ่อล่ะ" "กินเสร็จแล้วจ้ะ" คำตอบสั้น ๆ ทำให้เธอไม่ได้คิดอะไร แต่หลังจากนั้นหลายวัน เมย์เริ่มสังเกตว่าพ่อไม่เคยอยู่ที่โต๊ะอาหารตอนเธอกลับบ้านอีกเลย บางคืนเธอเห็นเก้าอี้ของพ่อถูกเลื่อนออกจากโต๊ะเล็กน้อย ราวกับมีคนเพิ่งลุกออกไป แต่ไม่เคยเห็นเจ้าของเก้าอี้นั่งอยู่ตรงนั้น คืนหนึ่ง… เธอเดินผ่านห้องรับแขก เห็นพ่อนั่งดูโทรทัศน์อยู่คนเดียว พอพ่อเห็นเธอก็รีบยิ้ม "เหนื่อยไหมลูก" "ไม่ค่ะ" "กินข้าวหรือยัง" "กำลังกินค่ะ" บทสนทนาจบลงเพียงเท่านั้น เมย์ไม่รู้ว่าทำไมรอยยิ้มของพ่อในคืนนั้นดูเศร้ากว่าทุกครั้ง และเธอไม่รู้เลยว่าพ่อกำลังรออะไรบางอย่างจากลูกสาวคนนี้มาตลอด ตอนที่ 2 : กล่องข้าวที่ไม่ได้เปิด เช้าวันเสาร์… เมย์ตื่นสายกว่าปกติ ขณะเดินลงมาหาน้ำดื่ม เธอเห็นแม่กำลังจัดอาหารใส่กล่อง มีทั้งไข่เจียว ผัดผัก และน้ำพริกกะปิที่พ่อชอบ "แม่จะเอาไปไหนเหรอ" "เอาไปให้พ่อ" "อ้าว พ่ออยู่ไหน" "สวนหลังบ้าน" เมย์แปลกใจ เพราะพ่อเคยนั่งกินข้าวในบ้านเสมอ ด้วยความสงสัยเธอจึงแอบเดินตามไปใต้ต้นมะม่วงเก่าแก่ที่พ่อปลูกตั้งแต่เธอยังเด็ก พ่อนั่งอยู่บนม้านั่งไม้ตัวเล็ก ข้างตัวมีวิทยุเครื่องเก่าเปิดเพลงเบา ๆ กล่องข้าวที่แม่เพิ่งเอามาวางยังไม่ได้เปิด สายตาของพ่อทอดมองไปไกลราวกับกำลังคิดถึงบางอย่างเมย์ไม่เคยเห็นพ่อเงียบขนาดนี้มาก่อน เมื่อก่อนพ่อเป็นคนชอบเล่าเรื่อง ชอบหัวเราะ และชอบชวนทุกคนกินข้าวพร้อมกัน ทันทีที่พ่อหันมาเห็นลูกสาวรอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นทันที "ตื่นแล้วเหรอ" "ค่ะ" "ทำงานหนักไหม" "ก็เรื่อย ๆ" พ่อยิ้มแล้วพยักหน้า แต่เมย์สังเกตเห็นว่าใบหน้าพ่อซีดลงกว่าเดิมมาก มือที่เคยแข็งแรงเริ่มสั่นเล็กน้อย และที่สำคัญกล่องข้าวยังคงปิดสนิทราวกับเจ้าของไม่มีความอยากอาหารเลยแม้แต่น้อย คืนนั้น… เมย์ได้ยินพ่อไออย่างหนักอยู่ในห้อง แต่เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไป พ่อกลับบอกเพียงว่า "ไม่มีอะไรหรอกลูก" ตอนที่ 3 : สมุดบันทึกเก่า วันหยุดอีกสัปดาห์หนึ่ง… แม่ขอให้เมย์ช่วยจัดห้องเก็บของ ระหว่างย้ายกล่องกระดาษเก่า ๆ เธอพบสมุดปกสีน้ำตาลเล่มหนึ่ง หน้าปกเขียนด้วยลายมือคุ้นตา "บันทึกของพ่อ" ด้วยความสงสัย เมย์จึงเปิดอ่าน หน้าแรกเป็นภาพวาดครอบครัวเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เธอยังเรียนมัธยม ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวด้วยกัน พ่อเขียนไว้ว่า "วันที่มีความสุขที่สุด คือวันที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้า" ยิ่งเปิดอ่าน เมย์ยิ่งรู้สึกจุกในอก ทุกหน้าบันทึกเรื่องเล็ก ๆ เกี่ยวกับลูกสาว "วันนี้เมย์สอบได้ที่หนึ่ง" "วันนี้ลูกเข้ามหาวิทยาลัย" "วันนี้ลูกได้งานแรก" ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็น "วันนี้ลูกกลับบ้านสี่ทุ่ม" "วันนี้กินข้าวคนเดียวอีกแล้ว" "คิดถึงเสียงหัวเราะบนโต๊ะอาหาร" น้ำตาเมย์เริ่มคลอ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคิดว่าพ่อเข้าใจ คิดว่าพ่อคงชินกับการที่เธอไม่ค่อยมีเวลา แต่ความจริงกลับไม่ใช่เลย พ่อคิดถึงช่วงเวลาเหล่านั้นทุกวัน กระทั่งหน้าสุดท้ายเธอเห็นข้อความสั้น ๆ "ถ้าวันหนึ่งพ่อไม่อยู่แล้ว..." เมย์รีบพลิกหน้าต่อไปแต่ไม่มีอะไรเขียนอีก มีเพียงหน้ากระดาษว่างเปล่าที่ทำให้หัวใจของเธอหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก เมย์น้ำเสียงสั่นเครือ "แม่...พ่อเป็นอะไรกันแน่" ตอนที่ 4 : ความจริงที่ไม่มีใครบอก "แม่...พ่อเป็นอะไรกันแน่" คำถามของเมย์ทำให้แม่เงียบไปพักใหญ่ มือที่กำลังพับเสื้อผ้าชะงักลง สายตาของแม่หลุบต่ำราวกับกำลังรวบรวมความกล้า ก่อนจะถอนหายใจออกมายาว ๆ "แม่ไม่อยากให้ลูกรู้ตอนนี้" "ทำไมคะ" "เพราะพ่อขอไว้" หัวใจของเมย์เริ่มเต้นแรง แม่เดินไปหยิบแฟ้มเอกสารสีฟ้าที่เก็บอยู่ในตู้ ข้างในมีผลตรวจจากโรงพยาบาลหลายแผ่น เมย์มองชื่อพ่อบนกระดาษและคำวินิจฉัยที่ทำให้โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน พ่อป่วยเป็นโรคร้ายมานานเกือบปีแล้ว อาการทรุดลงเรื่อย ๆ หมอบอกว่าการรักษาทำได้เพียงประคับประคอง น้ำตาของเมย์ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว "ทำไมไม่มีใครบอกหนู" แม่ยิ้มทั้งน้ำตา "พ่อไม่อยากให้ลูกเสียงาน" "แต่หนูเป็นลูกนะ" "พ่อรู้...เพราะเป็นลูก พ่อถึงไม่อยากให้เป็นห่วง" เมย์ทรุดตัวลงนั่ง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอมัวแต่วิ่งตามความสำเร็จ ทำงานหนักเพื่อให้พ่อแม่สบายแต่กลับไม่เคยสังเกตเลยว่าพ่อกำลังอ่อนแรงลงทุกวัน คืนนั้น… เมย์นอนไม่หลับ เกือบตีหนึ่ง เธอเดินผ่านหน้าห้องพ่อ ไฟในห้องยังเปิดอยู่ เสียงพ่อกับแม่คุยกันเบา ๆ ลอดออกมา "วันนี้เมย์กลับบ้านเร็วกว่าปกตินะ" เสียงพ่อฟังดูมีความสุข "คงเริ่มมีเวลาให้ตัวเองบ้าง" แม่ตอบ พ่อหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้เมย์ต้องยกมือปิดปากตัวเอง เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นดังออกไป "จริง ๆ แล้ว...ฉันไม่ได้กลัวตายหรอก" ห้องทั้งห้องเงียบลง "ฉันแค่เสียดาย" "เสียดายอะไร" "เสียดายเวลาที่ไม่ได้กินข้าวกับลูก" น้ำตาไหลอาบแก้มเมย์ พ่อพูดต่อด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย "เมื่อก่อนเมย์ชอบเล่าเรื่องโรงเรียนให้ฟัง" "พอโตขึ้นก็เล่าเรื่องมหาวิทยาลัย" "แล้วก็เรื่องงาน" "เดี๋ยวนี้เราแทบไม่ได้คุยกันเลย" แม่จับมือพ่อเอาไว้ "ลูกยังรักคุณเหมือนเดิม" พ่อยิ้ม "ฉันรู้… แต่บางที คนแก่ก็แค่อยากเห็นหน้าลูกนาน ๆ" เมย์นั่งร้องไห้อยู่หน้าประตูห้องจนเกือบเช้า เป็นครั้งแรกที่เธอรู้ว่าคนที่เสียใจที่สุดในบ้านหลังนี้ไม่ใช่คนที่กำลังจะจากไป แต่คือคนที่กำลังจะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง รุ่งเช้า… เมย์โทรศัพท์ไปที่บริษัท "ขอใช้วันลาพักร้อนทั้งหมดที่เหลือค่ะ" เพราะเธอรู้แล้วว่า มีบางอย่างสำคัญกว่างานที่รออยู่… ตอนที่ 5 : มื้อเย็นสุดท้าย (ตอนจบ) เช้าวันนั้น… เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เมย์ตื่นก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เธอเดินเข้าครัวพร้อมผ้ากันเปื้อนที่แทบไม่เคยใช้ แม่มองลูกสาวด้วยความแปลกใจ "วันนี้จะทำอะไร" เมย์ยิ้ม "หนูจะช่วยแม่ทำอาหารค่ะ" แม่หัวเราะเบา ๆ "จำได้ไหมว่าพ่อชอบกินอะไร" เมย์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยรอยยิ้มทั้งน้ำตา "ไข่พะโล้ แกงจืดเต้าหู้ แล้วก็น้ำพริกกะปิ" แม่พยักหน้า "ยังจำได้สินะ" ทั้งสองคนใช้เวลาทั้งวันอยู่ในครัวเหมือนย้อนกลับไปในวันที่เมย์ยังเป็นเด็ก วันที่บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ช่วงเย็น… เมย์เป็นคนจัดโต๊ะอาหารเอง เธอเช็ดโต๊ะทุกมุม จัดจานทุกใบอย่างตั้งใจ แม้กระทั่งเก้าอี้ของพ่อ เก้าอี้ตัวเดิมที่เคยว่างเปล่ามานาน เมื่อทุกอย่างพร้อมเมย์เดินไปหาพ่อ "พ่อคะ" "ว่าไงลูก" "มากินข้าวกัน" พ่อมองหน้าเธออย่างประหลาดใจ ราวกับไม่ได้ยินคำนี้มานานเหลือเกิน "พร้อมหน้ากันนะคะ" ดวงตาของพ่อแดงขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า คืนนั้น… ครอบครัวทั้งสามคนนั่งล้อมโต๊ะอาหารเหมือนเมื่อหลายปีก่อน พ่อกินได้น้อยแต่ยิ้มมากกว่าทุกวัน เขาเล่าเรื่องสมัยเมย์ยังเด็ก เรื่องวันที่หัดปั่นจักรยานครั้งแรก เรื่องวันที่ร้องไห้เพราะสอบตกวิชาคณิตศาสตร์ และเรื่องวันที่พ่อแอบร้องไห้ตอนส่งลูกเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วบ้าน เป็นเสียงที่หายไปนานเหลือเกิน ระหว่างมื้ออาหารพ่อมองหน้าลูกสาวอยู่นานก่อนจะพูดเบา ๆ "พ่อภูมิใจในตัวลูกนะ" เมย์ยิ้มทั้งน้ำตา "หนูก็ภูมิใจที่เกิดมาเป็นลูกพ่อ" พ่อเอื้อมมือมาจับมือเธอ มือที่เคยแข็งแรงวันนี้เหลือเพียงความอบอุ่นอ่อน ๆ แต่กลับส่งผ่านความรักได้มากกว่าคำพูดใด หลายเดือนหลังจากนั้น… พ่อจากไปอย่างสงบ ในเช้าวันที่อากาศสดใส บ้านทั้งหลังเงียบลงกว่าเดิม เก้าอี้ตัวเดิมยังอยู่ที่โต๊ะอาหาร ไม่มีใครย้ายมันไปไหน ทุกเย็นหลังเลิกงาน เมย์จะรีบกลับบ้านนั่งกินข้าวกับแม่ พูดคุยเรื่องเล็ก ๆ เหมือนที่พ่อเคยอยากฟัง บางครั้งเธอเผลอมองไปที่เก้าอี้ตัวนั้นและนึกถึงรอยยิ้มของพ่อ นึกถึงมื้อเย็นมื้อสุดท้ายมื้อธรรมดาที่กลายเป็นความทรงจำล้ำค่าที่สุดในชีวิต วันหนึ่ง… เมย์เปิดสมุดบันทึกของพ่ออีกครั้ง หน้าสุดท้ายที่เคยว่างเปล่ามีข้อความที่แม่เป็นคนเขียนเพิ่มไว้หลังจากพ่อจากไป "พ่อได้กินข้าวกับลูกอีกครั้งแล้วนะ" "และวันนั้น พ่อมีความสุขที่สุด" เมย์กอดสมุดเล่มนั้นไว้แน่น น้ำตาไหลลงบนหน้ากระดาษ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจหากเป็นน้ำตาแห่งความรักที่ยังคงอยู่เสมอแม้เจ้าของความรักคนนั้นจะจากไปแล้วก็ตาม บางครั้งสิ่งที่พ่อแม่รอคอย ไม่ใช่บ้านหลังใหญ่ ไม่ใช่เงินจำนวนมาก แต่เป็นเพียงมื้ออาหารธรรมดา ที่มีลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ เพราะวันหนึ่ง เมื่อเก้าอี้ตัวนั้นว่างเปล่า เราอาจยอมแลกทุกอย่าง เพื่อให้ได้กลับไปนั่งกินข้าวพร้อมหน้ากันอีกเพียงครั้งเดียว... ❤️ รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !