ทรัมป์พ่ายครั้งใหญ่ “เดโมแครต” แลนด์สไลด์ ทั่วโลกมองอย่างไร?

น่าจะพอชี้ชะตาได้แล้วว่าอนาคตของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเป็นอย่างไรต่อไป หลังจากที่เริ่มชัดเจนแล้วว่า พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้ในศึกเลือกตั้งกลางเทอมจากทั้ง 2 สภาให้แก้พรรคเดโมแครต ซึ่งจะส่งผลกระทบให้การทำงานของรัฐบาลทรัมป์นับจากนี้ก่อนสิ้นสุดวาระในอีก 2 ปี มีความท้าทายมากยิ่งขึ้น แล้วทั่วโลกมองอย่างไรเมื่อ “คลื่นสีน้ำเงิน” ของพรรคเดโมแครต กำลังปกคลุมสภาคองเกรส
จีนพร้อมร่วมมือกับสหรัฐฯ
กระทรวงต่างประเทศจีน ออกมาเคลื่อนไหวหลังแนวโน้มการนับคะแนนชี้ว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถครองเสียงข้างมากได้จากทั้ง 2 สภา โดย “เหมา หนิง” โฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวว่า จีนพร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อผลักดันการดำเนินการตามฉันทามติที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุร่วมกัน พร้อมระบุว่า การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ถือเป็นกิจการภายในของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ จีนยังพร้อมเดินหน้าเสริมสร้างการสื่อสาร จัดการความเห็นต่างอย่างเหมาะสม ขยายความร่วมมือ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่มีความสร้างสรรค์และมีเสถียรภาพในเชิงยุทธศาสตร์ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน ความเป็นธรรม และความเท่าเทียม
ขณะเดียวกันต้องจับตาต่อไปว่าการพบกันในครั้งหน้าของทรัมป์และประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ระหว่างร่วมการประชุมเอเปค (APEC) ที่เมืองเซินเจิ้น จะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรในวันที่ทรัมป์และพรรครีพับลิกันไม่สามารถครองเสียงข้างมากในสภาได้แล้ว
ยูเครน-รัสเซีย จะเป็นอย่างไรต่อ ?
รอยเตอร์ส ลงพื้นที่สำรวจความเห็นเห็นของชาวยูเครนในกรุงเคียฟ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่มีเดโมแครตเป็นผู้นำท่ามกลางสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะยุติลง โดยชาวยูเครนกมองว่า พวกเขาไม่คาดหวังว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จะทำให้ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อยูเครน ซึ่งยังมีทรัมป์เป็นประธานาธิบดีอยู่ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
ชาวยูเครนบางคนแสดงความหวังว่า สภาคองเกรสในอีก 2 ปีข้างหน้าที่เดโมแครตจะกลายเป็นเสียงข้างมากจะยังคงความช่วยเหลือทางทหารแก่ยูเครนต่อไป ขณะที่ประชาชนบางส่วนเน้นย้ำว่าความพยายามทางการทูตของยูเครนเองก็มีความสำคัญไม่แพ้การสนับสนุนจากชาติพันธมิตร นอกจากนี้ ชาวยูเครนยังคาดว่า หากนโยบายของสหรัฐฯ จะมีการเปลี่ยนแปลง ก็น่าจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากกว่าจะเกิดขึ้นในทันที
ขณะที่ สถานีโทรทัศน์ Channel One ของรัสเซีย ชี้ว่า ความพ่ายแพ้ของทรัมป์จะไม่ทำให้มีอะไรเปลี่ยนไปมากนัก แต่ทางฝั่งช่อง Russia 24 ของรัสเซียกลับมองว่าทรัมป์ก็ยังคงมีอำนาจสูงสุดในการตัดสินใจอยู่ดีเพราะมีแค่สมาชิกสภาคองเกรสที่เปลี่ยนจากพรรครีพับลิกันที่ครองสภาไปเป็นพรรคเดโมแครต
เดโมแครต ครองสภากับกระแสต่อต้านอิสราเอล ?
หนึ่งในความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น เมื่อเดโมแครตเข้าไปครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส ก็จะทำให้มีสมาชิกจากเดโมแครตซึ่งส่วนใหญ่มีจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์อิสราเอลอย่างหนักเข้ามาในสภาคองเกรสมากขึ้นเช่นกัน
สื่ออิสราเอลรายงานว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนตัวสมาชิกที่เข้ามาดำรงตำแหน่งในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางการเมือง และความสามารถในการกำหนดวาระทางการเมืองของประเทศด้วย
พรรคเดโมแครตที่สามารถครองเสียงข้างมากได้ทั้งสองสภามีอำนาจควบคุมตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการและกำหนดวาระการทำงานของคณะกรรมาธิการ รวมถึงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรและผู้นำในวุฒิสภา ซึ่งจะเปิดทางให้พรรคเดโมแครตผลักดันการไต่สวน การสอบสวน และข้อริเริ่มด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายของอิสราเอล สงครามในฉนวนกาซา ความช่วยเหลือทางทหารจากสหรัฐฯ และความสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ในภาพรวมระหว่างสองประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ทุกข้อริเริ่มที่ต่อต้านอิสราเอลจะสามารถผ่านเป็นกฎหมายได้ และแน่นอนว่าสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแครตไม่ได้มีจุดยืนไปในทิศทางเดียวกันทุกคน
พัฒนาการดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงที่กว้างขึ้นภายในพรรคเดโมแครต ซึ่งมีเสียงเรียกร้องเพิ่มมากขึ้นให้สหรัฐฯ ลดความช่วยเหลือทางทหารแก่อิสราเอล กำหนดเงื่อนไขในการให้ความช่วยเหลือ โดยให้อิสราเอลปรับเปลี่ยนนโยบายของตน หรือแม้แต่ทบทวนลักษณะความสัมพันธ์พิเศษระหว่างสองประเทศ
“ยุโรป” ว่าอย่างไร ?
ชาวยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียม ถึงกับเฉลิมฉลองให้กับชัยชนะของพรรคเดโมแครตที่สามารถคว้าที่นั่งในสภาอย่างถล่มทลายในพื้นที่ฐานเสียงเดิมของพรรครีพับลิกันซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายชั่วอายุคน
ชาวยุโรปกล่าวว่า พวกเขาดีใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับทรัมป์และพรรครีพับลิกัน บางคนกล่าวว่าทรัมป์มีอิทธิพลต่อยุโรปมาโดยตลอดราวกับว่าการที่เขาประสบความสำเร็จ ทำให้กลุ่มการเมืองฝ่ายขวาในยุโรปได้รับแรงสนับสนุนจากเขาไปด้วย และตอนนี้มันอาจกำลังจะเปลี่ยนไป
ขณะที่บางคนกล่าวว่า สำหรับยุโรป ผู้คนอาจประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นสูงเกินไป เพราะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เริ่มต้นขึ้นแล้วและจะยังคงดำเนินต่อไป สัญญาณเตือนที่ทรัมป์ส่งถึงยุโรปกลับเป็นผลดีต่อยุโรปและหวังว่ายุโรปจะเดินหน้าบนเส้นทางนี้ต่อไป เพื่อพึ่งพาตนเองให้มากขึ้น และมีจุดยืนที่เป็นอิสระในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะด้านกลาโหมและความมั่นคง แต่ก็หวังด้วยว่าความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จะดีขึ้นในทางบวกมากกว่าเดิม
ส่วนบางคนดีใจมากถึงขั้นที่ตื่นเช้ามาและไม่เคยรู้สึกดีเท่านี้มาก่อนเมื่อ พวกเขาบอกว่า ความรู้สึกนี้คือ “ความหวัง” และทำให้นึกถึงวันหลังจากที่โอบามาได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี เพราะตอนนั้นรู้สึกเหมือนทุกอย่างกำลังจะดีขึ้น เหมือนกับว่าคนที่ใช่กำลังตัดสินใจในสิ่งที่ถูกต้องและไม่ได้รู้สึกแบบนั้นมานานกว่าทศวรรษแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่ชาวอเมริกันที่อาศัยอยู่ในยุโรปยังสะท้อนความรู้สึกว่า นี่อาจเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาใช้ชีวิตในต่างแดน ที่พวกเขาไม่ต้องรู้สึกว่าจำเป็นต้องกล่าวคำขอโทษเพียงเพราะตนเองเป็นชาวอเมริกัน
จากที่เคยภาคภูมิใจในความเป็นอเมริกันมาโดยตลอด ความรู้สึกนั้นกลับสั่นคลอนหลังการก้าวขึ้นสู่อำนาจของโดนัลด์ ทรัมป์ แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้พวกเขากลับมารู้สึกภาคภูมิใจในประเทศของตนเองได้อีกครั้ง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
