อนุทินขึ้นเวที Forbes สิงคโปร์ ชู 8 นโยบายดึงลงทุนไทย

สรุป 8 ประเด็นสำคัญ “อนุทิน” ขึ้นเวที Forbes สิงคโปร์ ชูเศรษฐกิจไทยดึงลงทุนโลก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุม Forbes Global CEO Conference 2026 ครั้งที่ 24 ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ พร้อมร่วมเสวนาแบบตัวต่อตัว (One-on-One) กับนายสตีฟ ฟอร์บส์ (Steve Forbes) ประธานกรรมการและบรรณาธิการบริหาร Forbes Media
การเสวนาครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางการบริหารประเทศ ครอบคลุมสถานการณ์เศรษฐกิจโลก การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ ความมั่นคงทางพลังงาน การดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ตลอดจนบทบาทของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ
โดยมีประเด็นสำคัญดังต่อไปนี้
1. ไทยพร้อมรับมือการแข่งขันระหว่างมหาอำนาจ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์ระหว่างประเทศที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงในหลายด้าน
ประเทศไทยจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดยรัฐบาลจะดำเนินนโยบายที่คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และความมั่นคง
แนวทางที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอให้ความสำคัญกับการรักษาความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอน
2. ผลักดันไทยกลับมามีบทบาทในเวทีระหว่างประเทศ
นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำถึงเป้าหมายในการส่งเสริมบทบาทของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับนานาประเทศ
โดยเฉพาะบทบาทของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ซึ่งมีความสำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพและความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
รัฐบาลไทยพร้อมมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียน และสนับสนุนการเชื่อมโยงความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ท่ามกลางการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น
3. ชูศักยภาพไทยเป็นฐานการผลิต ดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติ
ประเด็นเศรษฐกิจและการลงทุนเป็นหนึ่งในหัวข้อสำคัญที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอต่อกลุ่มผู้บริหารและนักลงทุนระดับโลก
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงจุดแข็งของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่สามารถรองรับการลงทุนจากต่างประเทศในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท
รัฐบาลมีเป้าหมายสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตและระบบเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก พร้อมส่งเสริมการลงทุนจากประเทศต่าง ๆ
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการอำนวยความสะดวกด้านการลงทุน เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติ
4. เดินหน้าความมั่นคงทางพลังงาน เพิ่มทางเลือกพลังงานสะอาด
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความสำคัญของความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเพิ่มทางเลือกด้านพลังงานสะอาด ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบพลังงานภายในประเทศ
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายรองรับความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการเสวนาที่เผยแพร่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการพลังงานใหม่ วงเงินลงทุน หรือกรอบเวลาดำเนินการที่ชัดเจน
5. ยืนยันไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพประชุม IMF–World Bank 2026
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ประจำปี 2569
การประชุมมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งจะมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกและองค์กรเศรษฐกิจระหว่างประเทศเข้าร่วม
นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสในการเสวนากับ Forbes ยืนยันความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพ ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์ถัดไป
6. เดินหน้าเป้าหมายไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD
อีกหนึ่งประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึง คือเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยในการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD
องค์กรดังกล่าวเป็นเวทีความร่วมมือระหว่างประเทศด้านนโยบายเศรษฐกิจ การพัฒนา และมาตรฐานการบริหารจัดการภาครัฐ
การเข้าเป็นสมาชิก OECD เป็นหนึ่งในเป้าหมายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ควบคู่กับการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเสวนาครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกอย่างสมบูรณ์ หรือรายละเอียดขั้นตอนดำเนินการเพิ่มเติม
7. เปิดนโยบายเศรษฐกิจไทยต่อผู้บริหารและมหาเศรษฐีระดับโลก
การประชุม Forbes Global CEO Conference 2026 มีผู้เข้าร่วมประมาณ 400–450 คน ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูง นักลงทุนรายใหญ่ และผู้นำจากภาครัฐและภาคเอกชนชั้นนำของโลก
ข้อมูลการจัดงานระบุว่า ผู้เข้าร่วมประชุมมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกันมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยประมาณร้อยละ 40 เป็นบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในทำเนียบมหาเศรษฐี Forbes Rich Lists
การขึ้นเวทีครั้งนี้เปิดโอกาสให้นายกรัฐมนตรีนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจและทิศทางการลงทุนของประเทศไทยต่อผู้บริหารและนักลงทุนจากหลายประเทศโดยตรง
เนื้อหาการเสวนาครอบคลุมทั้งความพร้อมของประเทศไทยในการรองรับการลงทุน นโยบายสนับสนุนภาคธุรกิจ และเป้าหมายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ข้อมูลต้นฉบับไม่ได้ระบุว่ามีการลงนามข้อตกลงการลงทุน หรือประกาศเม็ดเงินลงทุนใหม่จากการเข้าร่วมประชุมครั้งนี้
8. เวที Forbes 2026 เน้น AI เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์
การประชุม Forbes Global CEO Conference ครั้งที่ 24 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลัก “Speed of Change” ซึ่งให้ความสำคัญกับการปรับตัวของภาคธุรกิจต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจโลก
หัวข้อการประชุมครอบคลุมการพัฒนาทางเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ และนโยบายการค้าระหว่างประเทศ
การประชุมครั้งนี้มีคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจสิงคโปร์ (Singapore Economic Development Board: EDB) เป็นเจ้าภาพร่วม และธนาคารกรุงเทพเป็นผู้สนับสนุนหลัก (Principal Sponsor)
บุคคลสำคัญที่เข้าร่วมประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ รวมถึงผู้บริหารบริษัทชั้นนำจากประเทศไทย ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ (BBL) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) (SCC) กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) และบริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) (BGRIM)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
