กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศฝนตกหนักต่อเนื่องจนถึงปลายเดือน — หลังฝนผ่านไปแต่ละครั้ง ความชื้นที่ซึมอยู่ในผนัง ร่องยาแนว และเนื้อผ้าในบ้านคือเงื่อนไขที่เชื้อราต้องการ มันขึ้นได้ภายใน 48 ชั่วโมงถ้าอากาศไม่ถ่ายเท และเมื่อฝังลึกแล้ว กลิ่นอับจะติดอยู่หลายสัปดาห์ สีผนังลอก ซีลยางเสื่อม ของวางในตู้พังก่อนใช้งาน — มาเปิดดู 5 จุดนี้ก่อนเลย 5 จุดที่ต้องเปิดดูหลังบ้านเปียก 1. ขอบหน้าต่างและกรอบประตู ซีลยางรอบกรอบหน้าต่างเป็นจุดแรกที่เชื้อราเกาะ เพราะดักรับน้ำที่ซึมผ่านรอยต่อตลอดคืน สังเกตได้จากรอยดำหรือเขียวตามขอบยาง หรือซีลที่เริ่มเหนียวผิดปกติ ถ้าปล่อยทิ้งไว้ ซีลจะเสื่อมเร็วขึ้น น้ำจะซึมซ้ำทุกครั้งที่ฝนตก และค่าซ่อมซีลใหม่รอบหน้าแพงกว่าเช็ดทำความสะอาดตอนนี้มาก 2. มุมผนังและเพดานที่อากาศไม่ถ่ายเท มุมห้องนอน มุมหลังตู้ และบริเวณใกล้เครื่องปรับอากาศเป็นจุดสะสมความชื้นโดยธรรมชาติ เชื้อราที่ขึ้นบนสีผนังจะดันให้สีพองตัวและลอกออก เมื่อถึงขั้นนั้น ต้องโป๊วและทาสีใหม่ทั้งแผง — งานที่ใช้เงินและเวลา ยิ่งถ้าเป็นเพดานฝ้า น้ำซึมเข้าโครงสร้างและทำให้โครงฝ้าผุก่อนที่จะเห็นรอยใดๆ จากข้างล่าง 3. ใต้อ่างซิงค์และพื้นใต้ตู้ครัว ท่อน้ำใต้อ่างมักมีไอน้ำรั่วซึมอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว เมื่อความชื้นจากฝนมาซ้ำ พื้นที่นี้จะชื้นตลอด 24 ชั่วโมง ไม้อัดพื้นตู้ดูดซับน้ำและพองตัว ของวางไว้ในตู้ไม่ว่าจะเป็นกล่อง ถุง หรืออุปกรณ์ครัว เสียหายก่อนที่จะสังเกตเห็นเชื้อราจากภายนอก ลองเปิดประตูตู้และใช้มือแตะพื้นใต้ท่อ ถ้าชื้น ต้องจัดการเลย 4. พรม เบาะโซฟา และผ้าม่าน เส้นใยผ้าและโฟมเบาะอุ้มน้ำได้มากโดยไม่แสดงอาการชัดจากภายนอก คุณอาจยังนั่งโซฟาได้ปกติในวันแรก แต่ถ้าความชื้นอยู่ในเนื้อโฟมนานเกิน 48 ชั่วโมง เชื้อราจะฝังในชั้นที่เข้าไม่ถึง กลิ่นอับจะออกแม้ตากแดดแล้ว ผ้าม่านที่ปิดหน้าต่างในช่วงฝนตกเป็นกรณีเดียวกัน — แค่สัมผัสว่าชื้นหรือไม่ก็รู้ว่าต้องซัก 5. พื้นและร่องยาแนวกระเบื้อง ร่องยาแนวกระเบื้องดูดซับน้ำและเป็นที่สะสมของเชื้อราดำได้ดีที่สุดในบ้าน เพราะเป็นวัสดุพรุน ถ้าเห็นรอยดำในร่องยาแนว นั่นคือเชื้อราที่เกาะอยู่แล้ว ถ้าปล่อยไว้จนยาแนวแตกร้าว น้ำจะซึมผ่านไปยังโครงสร้างด้านล่าง และงานซ่อมยาแนวใหม่ทั้งห้องน้ำคือค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงได้ถ้าเช็ดทำความสะอาดตั้งแต่ตอนนี้ วิธีทำความสะอาดแต่ละจุดด้วยของในบ้าน ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์พิเศษ — มีสองสูตรที่ใช้ได้กับพื้นผิวส่วนใหญ่: สูตร A (น้ำส้มสายชูขาว): ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำสะอาดอัตราส่วน 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ เหมาะกับพื้นผิวที่ไม่ต้องการฟอกสี เช่น ผนัง ซีลยาง และพื้นไม้ สูตร B (น้ำยาฟอกขาวเจือจาง): น้ำยาฟอกขาว 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 1 ลิตร เหมาะกับร่องยาแนวกระเบื้องและพื้นผิวสีขาวที่ต้องการล้างคราบดำออก ผนังและซีลยางรอบกรอบ: ใช้สูตร A ฉีดพ่นลงบนผ้านุ่มหรือสำลี เช็ดตามแนวยางและมุมกรอบ ทิ้งไว้ 10 นาทีให้น้ำส้มสายชูออกฤทธิ์ แล้วเช็ดซ้ำด้วยผ้าแห้ง เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทจนแห้งสนิท อย่าปิดกรอบทันทีเพราะความชื้นที่เหลือจะสะสมต่อ ร่องยาแนวกระเบื้อง: ใช้สูตร B ราดลงในร่องและแปรงสีฟันเก่าขัดตามแนว ปล่อยไว้ 15 นาที ล้างด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้งด้วยผ้า — ห้ามทิ้งให้แห้งเองเพราะน้ำที่ขังในร่องคือปัญหาตั้งต้น ผ้า เบาะ และผ้าม่าน: ถ้าผ้าม่านและปลอกหมอนชื้น ซักทันทีและตากให้แห้งในที่แดดส่งหรือลมพัดผ่าน สำหรับเบาะโซฟาที่ถอดปลอกไม่ได้ ใช้สูตร A ฉีดเบาๆ บนผิวผ้า แล้วเอาพัดลมเป่าตรงๆ อย่างน้อย 2–3 ชั่วโมง อย่าวางกลับที่จนกว่าจะแน่ใจว่าแห้งลึก พื้นใต้อ่างและตู้ครัว: เช็ดพื้นให้แห้งก่อน แล้วใช้สูตร A เช็ดพื้นไม้อัดและผิวด้านใน เปิดประตูตู้ค้างไว้อย่างน้อยครึ่งวันให้อากาศเข้า ของที่วางอยู่ในตู้ให้นำออกมาเช็ดก้นและตากก่อนวางคืน วิธีลดความชื้นในบ้านเพื่อไม่ให้เชื้อรากลับมา เชื้อราไม่กลับมาถ้าบ้านแห้ง — วิธีที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม: เปิดหน้าต่างสองด้านของห้องพร้อมกันเพื่อให้ลมพัดผ่าน อย่าเปิดแค่ด้านเดียวเพราะอากาศจะไม่หมุนเวียน ถ้าฝนยังตกและเปิดหน้าต่างไม่ได้ ให้ใช้พัดลมตั้งพื้นเป่าตรงไปยังจุดที่ชื้นที่สุด เช่น ใต้ซิงค์หรือมุมห้อง เป็นเวลาอย่างน้อย 1–2 ชั่วโมง ถ้าต้องการดูดความชื้นในพื้นที่ปิด เช่น ตู้เสื้อผ้าหรือห้องน้ำที่ไม่มีหน้าต่าง ใช้ถ่านอัดแท่ง (ขายตามตลาดสด) หรือข้าวสารใส่ถ้วยตั้งไว้ในตู้ — ดูดความชื้นได้จริงและไม่ทิ้งกลิ่น เปลี่ยนทุก 2–3 สัปดาห์หรือเมื่อเริ่มจับตัวเป็นก้อน ก่อนฤดูฝนปีถัดไป ตรวจซีลยางรอบหน้าต่างทุกบาน ซีลที่แข็ง ร้าว หรือหลุดออกจากร่องต้องเปลี่ยน — ค่าซีลยางใหม่ราคาหลักร้อย ถูกกว่าค่าทาสีผนังใหม่มาก ยิ่งรีบเช็กและทำความสะอาดได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่ต้องเสียเงินซ่อมทีหลัง ฝนยังมีอีกหลายสัปดาห์ จุดที่ชื้นอยู่ตอนนี้จะกลายเป็นปัญหาที่แก้ยากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าปล่อยผ่านฤดูกาลไป ทำวันนี้ดีกว่ารอให้เห็นรากำลังขึ้นก่อน ลองเริ่มจากจุดไหนก่อน? คอมเมนต์ได้เลย รูปภาพทั้งหมดโดย A.I. แท็ก: #เชื้อรา #บ้านเปียก #ฤดูฝน #ดูแลบ้าน #ทำความสะอาดบ้าน #ความชื้น #น้ำท่วม เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !