ตักบาตร ให้ถาม (สุขภาพ) พระ ชวนคิดถึงสุขภาพพระ : เปลี่ยน “บุญ” เป็น “พลัง” สู้ภัยเงียบในบาตรพระ ประเพณีการตักบาตรเป็นหัวใจสำคัญของพุทธศาสนิกชนชาวไทยที่เราปฏิบัติสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน ด้วยความเชื่อที่ว่าการถวายภัตตาหารที่ดีที่สุดคือการสร้างกุศลอันยิ่งใหญ่ แต่ในวันนี้สถิติสุขภาพของพระสงฆ์ไทยกำลังบอกความจริงที่น่าตกใจว่า ภัตตาหารที่เราเลือกด้วยความเลื่อมใส กำลังกลายเป็น “ภัยเงียบ” ที่บั่นทอนสุขภาพของพระสงฆ์อย่างวิกฤต โดยพระสงฆ์ทั่วประเทศมีจำนวนกว่า 2.7 แสนรูป พบว่าเสี่ยงป่วย NCDs ถึง 78%* แบ่งเป็น ภาวะไขมันในเลือดสูง 55% ภาวะอ้วน 44% ความดันโลหิตสูง 17% และน้ำตาลในเลือดสูง 15% (*อ้างอิงจากรายงานการตรวจสุขภาพพระสงฆ์-สามเณร ในกรุงเทพฯ ปี 2566 ของกระทรวงสาธารณสุข) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จึงได้ผนึกกำลังกับภาคีองค์กรพระพุทธศาสนาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ริเริ่มแคมเปญ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” เพื่อส่งเสริมให้พระสงฆ์ไทยห่างไกลโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) โดยเล่าเรื่องราวผ่านตัวแทนผู้ล่วงลับที่เป็นที่รัก เป็นที่คิดถึง และเป็นแรงบันดาลใจของคนไทยทั้งประเทศ อย่าง คุณเศรษฐา ศิระฉายา, คุณสรพงศ์ ชาตรี และคุณยอดรัก สลักใจ สามศิลปินผู้ล่วงลับที่ยังคงอยู่ในใจทุกคน ที่มาร่วมบอกบุญใหญ่ เพื่อส่งสารถึงญาติโยมที่ยังมีชีวิตอยู่ “พวกเราซาบซึ้งในความคิดถึงที่ทุกคนส่งผ่านข้าวปลาอาหารในบาตรพระมาให้” คือข้อความที่พวกเขาอยากสื่อสาร “แต่ในความรักนั้น เรากลับเห็นความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์โดยที่เราไม่ตั้งใจ เมื่อการตักบาตรอุทิศส่วนกุศลกลายเป็นการส่งต่อ ‘ของหวาน ของมัน ของเค็ม’ ที่เราเคยชอบตอนมีชีวิตอยู่ โดยลืมไปว่าผู้ที่ฉันภัตตาหารเหล่านั้นคือพระสงฆ์ที่ต้องรับภาระทางสุขภาพแทนเรา” ด้วยเหตุนี้ผู้ล่วงลับ ทั้ง 3 ท่าน จึงอยากย้ำเตือนสติคนไทยให้ “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” เพื่อให้การอุทิศส่วนกุศลนั้นเป็นบุญบริสุทธิ์ที่ส่งผลดีทั้งต่อผู้รับ (พระสงฆ์) ผู้ล่วงลับ และตัวท่านเองอย่างแท้จริง วิกฤตสุขภาพพระสงฆ์ไทย: เมื่อตัวเลขชี้เป้าความเสี่ยง ข้อมูลจากเอกสารโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคพระภิกษุ สามเณร ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2565-68 แสดงให้เห็นแนวโน้มการเจ็บป่วยด้วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากรายงานการตรวจสุขภาพพบว่า พระสงฆ์มีภาวะไขมันในเลือดสูง (Cholesterol > 200 mg/dL) มากถึงร้อยละ 47.84 - 55.42 ซึ่งหมายความว่าพระสงฆ์เกือบครึ่งหนึ่งกำลังเผชิญกับภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือดโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้ โรคความดันโลหิตสูงยังครองอันดับ 1 ของโรคที่พระสงฆ์เข้ารับบริการผู้ป่วยนอก (OPD) โดยมียอดผู้ป่วยสูงถึง 73,077 ราย สิ่งที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือ ภาวะอ้วนและอ้วนลงพุง ที่พบสูงถึงร้อยละ 35.73 - 44.95 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นำไปสู่โรคแทรกซ้อนอันตรายอื่น ๆ หากพิจารณาตามกลุ่มอายุ พบว่าพระสงฆ์ในช่วงอายุ 50-59 ปี เป็นกลุ่มที่เจ็บป่วยมากที่สุด รองลงมาคือช่วง 60-69 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ควรมีสุขภาพแข็งแรงเพื่อปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างเต็มที่ อาหารรสจัดและน้ำปานะ: เพชฌฆาตเงียบในบาตรพระ ต้นเหตุสำคัญของปัญหาเหล่านี้สัมพันธ์โดยตรงกับ “พฤติกรรมการฉัน” ที่มีข้อจำกัดทางพระธรรมวินัยว่า “พระสงฆ์ไม่สามารถเลือกหรือปฏิเสธอาหารที่บิณฑบาตได้ แต่โยมเลือกถวายได้” ภัตตาหารยอดนิยมที่มักพบในบาตรพระ เช่น แกงกะทิ ของทอด และขนมหวานจัด ล้วนเป็นแหล่งสะสมของโซเดียม ไขมัน และน้ำตาล โซเดียมเกินขีดจำกัด: โซเดียมส่วนใหญ่ละลายอยู่ในน้ำแกง แม้จะเป็นแกงน้ำใสอย่างแกงจืด ก็มีโซเดียมสูงถึง 397 มิลลิกรัมต่อหน่วย หรือแกงเขียวหวานที่มีโซเดียมสูงถึง 665 มิลลิกรัม หากซดน้ำจนหมดจะทำให้ไตทำงานหนักและเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคไต น้ำตาลและน้ำปานะอันตราย: ความหวานคือภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพพระสงฆ์ โดยพบว่าพระสงฆ์มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงร้อยละ 15.6 และต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยโรคเบาหวานเป็นอันดับต้น ๆ สาเหตุหลักมาจากน้ำปานะยอดฮิตอย่าง น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง กาแฟ 3-in-1 และชาเขียวรสหวาน ซึ่งมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินกว่าที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน (ไม่เกิน 6 ช้อนชา) จนอาจเกิดอันตรายจากน้ำตาลในเลือดที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อฉันตอนท้องว่าง สุขภาพช่องปากที่ถูกละเลย: น้ำตาลปริมาณมหาศาลยังส่งผลต่อสุขภาพฟัน พบว่าพระสงฆ์สูงถึง ร้อยละ 87.87 มีปัญหาหินปูนและเหงือกอักเสบ และมีปัญหาฟันผุมากถึงร้อยละ 54.09 เมื่อ “บุญ” กลายเป็น “โรค” : สถิติการเจ็บป่วยที่รุนแรง ผลกระทบจากการฉันอาหารที่ไม่เหมาะสม สะสมเป็นเวลานาน ส่งผลให้พระสงฆ์ต้องเข้ารับการรักษาด้วยอาการหนัก จากข้อมูลปี 2566 พบว่ามีพระสงฆ์ต้องนอนโรงพยาบาล (IPD) ด้วยโรค สมองขาดเลือด (Cerebral Infarction) ถึง 1,822 ราย และ หัวใจล้มเหลว (Heart Failure) อีก 1,726 ราย ซึ่งเป็นผลต่อเนื่องมาจากไขมันและความดันโลหิตสูง ที่น่าสลดใจยิ่งกว่าคือ สาเหตุการมรณภาพอันดับ 1 ของพระสงฆ์ไทยคือ โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) ซึ่งสะท้อนว่าร่างกายของท่านอ่อนแอลงจากโรคเรื้อรัง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายและรุนแรงขึ้น ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่เพียงสถิติ แต่คือสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาแล้วที่ญาติโยมจะต้องร่วมพลังกัน ให้พระสงฆ์ไทยไกลโรค ตักบาตรอย่างไร ให้พระสงฆ์สุขภาพดี ได้บุญบริสุทธิ์กว่าที่เคย เราสามารถเริ่มเปลี่ยนสุขภาพพระสงฆ์ไทยได้ทันทีตั้งแต่วันนี้ โดยยึดหลัก “ลดหวาน ลดมัน เลี่ยงเค็ม” เพียงปรับเปลี่ยนวิธีการเลือกซื้อและจัดเตรียมภัตตาหาร โดยจำสูตรง่าย ๆ “4 เสริม 3 ลด” ดังนี้: หลักการ 4 เสริม เพื่อความแข็งแรง: เสริมผัก: เพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร เพื่อช่วยระบบขับถ่าย เสริมปลา: เลือกเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ (พระสงฆ์ควรฉันให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง) เสริมนม: แนะนำนมจืดไขมันต่ำหรือนมจืดพร่องมันเนย เพื่อเสริมแคลเซียม เสริมข้าวไม่ขัดสี: เช่น ข้าวกล้องหรือข้าวซ้อมมือ ซึ่งมีกากใยสูงและดีต่อหลอดเลือดหัวใจ หลักการ 3 ลด เพื่อลดโรค: ลดมัน: เลี่ยงของทอด แกงกะทิข้นจัด ผัดน้ำมันเยิ้ม หรือเนื้อสัตว์ติดมัน ลดเค็ม: ลดการปรุงรสจัด เลี่ยงอาหารหมักดอง เพื่อถนอมไตและควบคุมความดัน ลดหวาน เลี่ยงอาหารรสหวานจัด ทั้งของคาวและของหวานในปริมาณที่มากเกินพอดี รวมถึงควรดูฉลากโภชนาการทุกครั้งเวลาเลือกน้ำปานะ โดยน้ำตาลต้องไม่เกิน 8 กรัม/กล่อง และ เลือกถวายผลไม้น้ำตาลต่ำ เช่น ฝรั่ง แก้วมังกร ชมพู่ แคนตาลูป ทดแทนขนมหวานหรือผลไม้น้ำตาลสูง หรือแบบ ทำบุญสำหรับคนมีเวลาน้อย ชวนใช้สูตร 3 สี (Traffic Light) ในการเลือกเมนู : สีเขียว (แนะนำ!) : เมนูสุขภาพดี เช่น แกงจืดวุ้นเส้น, ปลานึ่งขิง, น้ำพริกปลาทู+ผักลวก, ลาบอกไก่,ไก่ผัดพริกขิง สีเหลือง (ควรทานน้อย) : เมนูที่ต้องระวังปริมาณในการบริโภค เช่นเมนูผัดที่ใช้น้ำมันเยอะ มักมีความมันหรือความเค็มปน หากทานมากอาจเสี่ยงการได้รับโซเดียมเกินและไขมันสูง สีส้ม (ควรเลี่ยง) : เมนูไขมันและน้ำตาลสูง เช่น แกงกะทิเข้มข้น, ขาหมูส่วนติดมัน, ของทอดน้ำมันเยิ้มต่าง ๆ การเลือกน้ำปานะ “โซนสีเขียว”: เปลี่ยนจากน้ำหวานหรือน้ำอัดลม เป็นน้ำเปล่า, นมรสจืด, หรือน้ำสมุนไพรสูตรไม่ใส่น้ำตาล เช่น น้ำขิง, น้ำใบเตย, หรือน้ำอัญชัน เพื่อช่วยขับลม บำรุงหัวใจ และลดระดับน้ำตาลในเลือด หรือการปรับเปลี่ยนเทคนิคการปรุงเพื่อสุขภาพ: หากทำอาหารถวายเอง ลองใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (หญ้าหวาน), ใช้เกลือหรือน้ำปลาสูตรโซเดียมต่ำ และเลือกวิธีการอบหรือนึ่งแทนการทอด การตักบาตรด้วยความใส่ใจในโภชนาการ ไม่เพียงแต่จะช่วยลดสถิติความดัน ไขมัน และเบาหวานในหมู่พระสงฆ์ได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการรักษาลมหายใจของพุทธศาสนาให้ยืนยาวต่อไป เพื่อให้พระสงฆ์มีพละกำลังในการปฏิบัติธรรมและเป็นที่พึ่งทางใจให้กับพวกเราสืบไป “เพราะพระสงฆ์เลือกฉันไม่ได้ แต่เราเลือกสิ่งที่ดีที่สุดถวายท่านได้” “ตักบาตรคิดถึงสุขภาพพระ” มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเสริมสุขภาพพระสงฆ์ไทยให้ไกลโรคตั้งแต่วันนี้ ศึกษาข้อมูลเมนูสุขภาพและแนวทางโภชนาการเพิ่มเติมได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้: 👉 สงฆ์ไทยไกลโรค - www.sonkthaiglairok.com และสามารถรับชมภาพยนตร์โฆษณา พร้อมติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางออนไลน์ของ สสส. ได้ที่เว็บไซต์ https://creativehealthcampaign.thaihealth.or.th/ ติดตามข่าวสารสุขภาพจากทางสสส.ได้ที่ Facebook : Social Marketing Thaihealth by สสส. Line : @thaihealththailand Tiktok: @thaihealth Youtube: SocialMarketingTH ขอบคุณข้อมูลจาก : สสส. เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !