เมื่อพูดถึงการเดินทางโดยรถไฟไทยเรา หลายคนอาจจะมีภาพจำว่าเป็นทางเลือกการเดินทางราคาประหยัด ที่ไม่ค่อยจะสะดวกสบายนัก ไม่ว่าจะเรื่องของอากาศที่ค่อนข้างร้อน เพราะภายในขบวนรถไม่มีเครื่องปรับอากาศให้บริการ ระยะเวลาการเดินทางที่ใช้เวลาค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับทางเลือกการเดินทางอื่น ๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าถูกต้องส่วนหนึ่ง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดซะทีเดียว เพราะภาพจำที่หลายคนคุ้ยเคยนั้นเป็นเพียงการเดินทางด้วยขบวนรถไฟชั้น 3 ซึ่งเป็นชั้นประหยัดนั่นเอง ที่จริงแล้วรถไฟไทยเรายังมีขบวนรถชั้นอื่น ๆ ให้บริการอีก ในวันนี้เราจึงจะมาสรุปให้ได้ทราบกันว่า การเดินทางโดยรถไฟไทยเรามีกี่ชั้น และแต่ชั้นนั้นมีข้อดี ข้อเสียอย่างไร ? รถไฟไทยมีขบวนแบ่งให้บริการเป็น 3 ชั้นหลักด้วยกัน ประกอบด้วย - รถไฟชั้น 3 (ชั้นประหยัด) - รถไฟชั้น 2 (Second Class) - รถไฟชั้น 1 (First Class) รถไฟชั้น 3 อย่างที่ทราบกันว่ารถไฟชั้นสามนีี้เป็นภาพจำของการเดินทางโดยรถไฟในสายตาของคนไทยเราส่วนใหญ่ ซึ่งข้อดีที่เห็นชัดเจนมาก ๆ ก็คือ เรื่องของราคาค่าตั๋วที่ถูกมากนั่นเอง โดยการเดินทางด้วยรถไฟไทยชั้น 3 สามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ในราคาหลักสิบเท่านั้นเอง ตัวอย่างเช่นการเดินทางจาก กรุงเทพฯ-ลพบุรี จะมีค่าตั๋วอยู่ที่ 28 บาท เท่านั้น นอกจากนี้การเดินทางด้วยรถไฟชั้น 3 ยังจะทำให้เราได้สัมผัสวัฒนธรรมการเดินทางด้วยรถไฟแบบดั้งเดิมด้วย เพราะตลอดการเดินทางจะมีอาหารแบบหาบเร่หลากหลายเมนูเดินขายวนเวียนไปมาทั้งขบวนรถ ซึ่งบรรดาพ่อค้าแม่ค้าก็จะสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนขึ้นลงตามสถานีต่าง ๆ ดังนั้นเมนูอาหารที่มีมาให้เราเลือกซื้อก็จะเปลี่ยนไปตามพื้นที่สถานที อำเภอ หรือจังหวัดนั้น ๆ ด้วย ข้อเสีย ถึงแม้ว่าขบวนรถไฟชั้นประหยัดจะมีข้อดีที่เด่นชัดดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันก็ต้องบอกว่ามีข้อเสียเยอะเหมือนกัน - ข้อเสียแรกเลยก็คือ อากาศที่ค่อนข้างร้อนนั่นเอง เพราะภายในขบวนรถจะไม่มีเครื่องปรับอากาศให้บริการ จะมีเพียงพัดลมเพดานที่ติดตั้งกระจายไปตามจุดต่าง ๆ ของขบวน ซึ่งก็ไม่ได้ทั่วถึงสักเท่าไหร่ - บางช่วงคนอาจจะใช้บริการเยอะมาก อาจทำให้ไม่มีที่นั่ง และต้องยืนเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่น ๆ เนื่องด้วยราคาค่าตั๋วที่ถูก และขบวนรถไฟชั้นสามก็ไม่ได้มีการจัดสรรที่นั่งตายตัวเหมือนชั้นอื่น ๆ ทำให้บางช่วงเวลาผู้โดยสารอาจจะขึ้นขบวนรถมาเกินความจุ เกินที่นั่ง ดังนั้นหากใครจะใช้บริการรถไฟชั้น 3 ก็อาจจะต้องเตรียมใจที่จะเจอความแออัดในบางช่วง บางเส้นทางไว้บ้าง - เบาะนั่งที่ไม่สบายสักเท่าไหร่ ใครที่คาดหวังว่าขึ้นรถไฟแล้วจะได้นั่งเบาะนุ่ม ๆ เหยียดตัว เอนหลังดูวิวทิวทัศน์สบาย ๆ ต้องบอกว่าให้หลีกหนีรถไฟชั้น 3 ไปก่อนนะ เพราะเบาะนั่งในขบวนรถชั้น 3 นี่ไม่ได้สบายสักเท่าไหร่ พนักพิงตั้งฉาก ปรับเอนไม่ได้ ระยะห่างระหว่างเบาะก็ค่อนข้างน้อย เรียกว่าเข่าเรากับผู้โดยสารถเบาะตรงข้ามแทบจะชนกันเลย รถไฟชั้น 2 ขบวนรถไฟชั้น 2 หรือ Second Class ถือได้ว่าเป็นขบวนรถไฟที่ค่อนข้างมีความคุ้มค่า สะดวกสบายในระดับนึง และมีคนใช้บริการต่อวันค่อนข้างมากทีเดียว โดยเฉพาะการเดินทางระยะไกล การเดินทางข้ามจังหวัดหลาย ๆ จังหวััด ข้อดี - มีเครื่องปรับอากาศ เรื่องปัญหาความร้อนที่เจอกับขบวนรถไฟชั้น 3 ถ้ามาใช้บริการชั้นสองก็ต้องบอกว่าปัญหาหมดไปทันทีเลย - มีทั้งเบาะนั่งสบาย ๆ และตู้นอน ขบวนรถไฟชั้น 2 นั้น ถือได้ว่าค่อนข้างเหมาะกับการเดินทางไกล เดินทางข้ามจังหวัดหลาย ๆ จังหวัด เพราะภายในขบวนรถจะมีตู้นอนให้บริการด้วย ซึ่งหากใครเบื่อที่จะนั่งดูวิวทิวทัศน์ข้างทาง ก็สามารถนอนหลับยาว ๆ หลายชั่วโมงขณะเดินทางได้เลย โดยอาจจะใช้วิธีตั้งนาฬิกาปลุกตามเวลาที่คาดว่าจะเดินทางถึงจุดหมายปลายทางก็ได้ ข้อเสีย - ราคาค่อนข้างสูง ถึงแม้ว่าค่าบริการรถไฟชั้น 2 จะไม่ใช่เรทราคาที่สูงที่สุด แต่เมื่อเทียบกับชบวนชั้น 3 ก็ต้องถือว่าราคากระโดดมาเยอะพอสมควรเลยทีเดียว - ไม่มีความเป็นส่วนตัวเท่าไหร่ แม้ว่าเบาะนั่งจะนุ่มสบาย มีตู้นอนให้บริการ แต่ในแง่ของความเป็นส่วนตัวแล้วก็อาจจะยังไม่ตอบโจทย์นักเดินทางบางคน เพราะตู้นอนที่ให้บริการจะเป็นลักษณะของเตียงนอนที่เรียงยาวต่อกันไปตามขบวน มีเพียงผ้าม่านที่สามารถเลื่อนปิดบดบังสายตาผู้โดยสารคนอื่น ๆ เท่านั้น ไม่ได้มีบานประตูปิดล็อคเป็นสัดส่วนแต่อย่างใด รถไฟชั้น 1 ขบวนรถไฟที่ดีที่สุดของการรถไฟไทย ข้อดี - ภายในขบวนตกแต่งดี สะอาด เบาะนุ่มนั่งสบาย - ตู้นอนให้บริการเป็นสัดส่วน มีประตูปิดล็อคเฉพาะตู้ (ใน 1 ห้อง ให้บริการสองเตียง แบ่งเป็นเตียงบน เตียงล่าง) - มีเครื่องปรับอากาศ - มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้บริการ เช่น ปลั๊กไฟ ช่องเสียบ USB ที่วางแก้วน้ำ เป็นต้น - รถไฟทำความเร็วได้สูง ใช้ระยะเวลาเดินทางน้อย ข้อเสีย - ราคาค่าตั๋วสูงมาก - ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางคนเดียว เนื่องด้วยในแต่ละตู้นอนจะประกอบด้วยสองเตียง หากเดินทางคนเดียวแต่ต้องการความเป็นส่วนตัวก็จะต้องเสียค่าตั๋วเพิ่มอีกหนึ่งใบ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วอีกหนึ่งเตียงที่อยู่ในห้องเดียวกันก็จะเป็นผู้โดยสารแปลกหน้าคนอื่นนั่นเอง ถาม-ตอบท้ายบทความ Q: รถไฟชั้น 3 เหมาะกับการเดินทางแบบไหน ? A: เหมาะกับการเดินทางที่ระยะทางไม่ไกลนัก เช่น กรุงเทพฯ-อยุธยา, กรุงเทพฯ-ลพบุรี เป็นต้น เพราะถึงจะไม่สะดวกสบายนัก แต่เทียบกับราคาค่าตั๋วแล้วก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ Q: รถไฟชั้น 2 เหมาะกับการเดินทางแบบไหน ? A: เหมาะกับการเดินทางไกล ข้ามจังหวัดหลาย ๆ จังหวัด เช่น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ เป็นต้น เพราะเทียบกับเรทราคาและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศในขบวนรถแล้ว ถือว่าคุ้มค่าทีเดียว Q: รถไฟชั้น 1 (First Class) เหมาะกับใคร ? A: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไกล ต้องการความเป็นตัวส่วนตัวและต้องการพักผ่อนขณะเดินทาง ณัฐนันท์ ภาพปก/ภาพประกอบ โดยผู้เขียน เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !