'สีจิ้นผิง' หารือ 'ไบเดน' หนุน 'จีน-สหรัฐฯ' ร่วมมือเพื่อโลก

'สีจิ้นผิง' หารือ 'ไบเดน' หนุน 'จีน-สหรัฐฯ' ร่วมมือเพื่อโลก
Xinhua Thai
11 กุมภาพันธ์ 2564 ( 17:03 )
42
'สีจิ้นผิง' หารือ 'ไบเดน' หนุน 'จีน-สหรัฐฯ' ร่วมมือเพื่อโลก

ปักกิ่ง, 11 ก.พ. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (11 ก.พ.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน สนทนาทางโทรศัพท์กับโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดยทั้งสองแลกเปลี่ยนคำอวยพรเนื่องในวันตรุษจีนปีฉลู รวมถึงมุมมองเชิงลึกต่อสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และประเด็นระดับภูมิภาค-โลก

 

ไบเดนเอ่ยคำทักทายถึงประชาชนชาวจีน ส่งคำอวยพรขอให้มีความสุขและความโชคดีในปีใหม่นี้ ด้านสีแสดงความยินดีกับไบเดนอีกครั้งกรณีรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมอวยพรให้ประชาชนชาวจีนและชาวอเมริกันมีความสุขและความเจริญรุ่งเรืองในปีฉลูนี้

 

สีกล่าวว่าสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปีที่ผ่านมา แม้เผชิญอุปสรรคความท้าทายนานัปประการ แต่ยังคงเดินหน้าและมอบผลประโยชน์มหาศาลแก่ประชาชนชาวจีนและชาวอเมริกัน ตลอดจนมีส่วนส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความมั่งคั่งของโลก

 

จีนและสหรัฐฯ นั้น "กำไรเมื่อร่วมมือ ขาดทุนเมื่อปะทะ" โดยสีเน้นย้ำว่าทั้งสองประเทศ รวมถึงโลก จะได้ประโยชน์หากทำงานร่วมกันแต่จะเผชิญหายนะหากปะทะคะคาน ดังนั้นความร่วมมือถือเป็นตัวเลือกอันถูกต้องเพียงหนึ่งเดียวของทั้งสองฝ่าย

 

ห้วงยามความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ดำเนินมาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญในปัจจุบัน สีชี้ว่าประชาชนของทั้งสองฝ่ายและประชาคมนานาชาติต่างปรารถนาจะพบเห็นสายสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ที่มีพัฒนาการอันดีงามและมั่นคง

 

"คุณเคยบอกว่าสามารถนิยาม 'อเมริกา' ด้วยหนึ่งคำอย่าง 'ความเป็นไปได้' (Possibilities) เราหวังว่าตอนนี้ความเป็นไปได้นั้นจะมุ่งตรงไปยังการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ด้วย" สีกล่าวกับไบเดน

 

สีแนะนำว่าทั้งสองประเทศควรดำเนินความพยายามร่วมในทิศทางเดียวกัน ยึดมั่นเจตนารมณ์ของการปรองดอง การไม่เผชิญหน้า การเคารพซึ่งกันและกัน และความร่วมมือสมประโยชน์ มุ่งแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง และทำงานเพื่อเดินหน้าความสัมพันธ์

 

ด้วยวิถีทางนี้ สีมองว่าความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ จะส่งผลประโยชน์ที่จับต้องได้แก่ประชาชนทั้งสองฝ่ายเพิ่มขึ้น พร้อมมีส่วนส่งเสริมการต่อสู้กับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) สนับสนุนการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก รักษาสันติภาพและความมั่นคงระดับภูมิภาค

 

นอกจากนั้นสีสำทับว่าทั้งสองฝ่ายอาจมีความแตกต่างในบางประเด็น การเคารพซึ่งกันและกัน การปฏิบัติต่ออีกฝ่ายอย่างเท่าเทียม การจัดการและรับมือความแตกต่างอย่างเหมาะสมภายใต้กระบวนการเชิงสร้างสรรค์ จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด

 

สีกล่าวว่าหน่วยงานกิจการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายอาจสื่อสารเชิงลึกในหัวข้อต่างๆ ที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทวิภาคี ประเด็นระดับภูมิภาคและนานาชาติ รวมถึงหน่วยงานเศรษฐกิจ การเงิน การบังคับใช้กฎหมาย และการทหารของทั้งสองประเทศเพิ่มการสื่อสารระหว่างกัน

 

จีนและสหรัฐฯ ควรกลับมาจัดตั้งกลไกการเสวนาอันหลากหลาย ทำความเข้าใจจุดมุ่งหมายทางนโยบายของแต่ละฝ่ายอย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการเข้าใจและวินิจฉัยที่ผิดพลาด โดยการแสวงหาจุดร่วมมือและการจัดการจุดแตกต่างนับเป็นสิ่งสำคัญ

 

ขณะเดียวกันสีย้ำเตือนว่าปัญหาเกี่ยวกับไต้หวันและประเด็นที่เกี่ยวกับฮ่องกงหรือซินเจียงถือเป็นกิจการภายในของจีน ทั้งยังเกี่ยวพันกับอำนาจอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของจีน ฝ่ายสหรัฐฯ ควรเคารพผลประโยชน์หลักของจีนและแสดงออกอย่างรอบคอบระมัดระวัง

 

เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์ระหว่างประเทศที่มีความไม่แน่นอนสูง สีมองว่าจีนและสหรัฐฯ ในฐานะสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ได้แบกรับความรับผิดชอบและข้อผูกพันระหว่างประเทศที่มีความพิเศษ

 

สีกล่าวทิ้งท้ายว่าจีนและสหรัฐฯ ควรดำเนินการที่สอดประสานกับกระแสโลก ร่วมกันคุ้มครองสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และมีส่วนส่งเสริมความสงบสุขและการพัฒนาของโลกที่จะถูกจารึกในประวัติศาสตร์

 

ด้านไบเดนกล่าวว่าจีนเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน วัฒนธรรมเยี่ยมยอด และชาวจีนถือเป็นประชาชนผู้ยิ่งใหญ่ โดยสหรัฐฯ และจีนต้องหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และอาจทำงานร่วมกันในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเด็นอื่นๆ อีกมากมาย

 

ฝ่ายสหรัฐฯ ตระเตรียมการเสวนาหารือกับฝ่ายจีนด้วยความตรงไปตรงมาไร้อคติ มุ่งสู่ความสร้างสรรค์ และความเคารพซึ่งกันและกัน ตลอดจนยกระดับความเข้าใจ หลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการสื่อสารและการวินิจฉัยตีความประเด็นต่างๆ

 

อนึ่ง ประธานาธิบดีทั้งสองเห็นพ้องว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ในวันนี้ (11 ก.พ.) จะส่งสัญญาณเชิงบวกแก่โลก โดยทั้งสองฝ่ายจะยังคงติดต่อสื่อสารในประเด็นความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และประเด็นที่มีผลประโยชน์ร่วมกันอย่างใกล้ชิดต่อไป

 

(แฟ้มภาพซินหัว : เรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์จอดเทียบท่าเรือลองบีช เทศมณฑลลอสแองเจลิสของสหรัฐฯ วันที่ 27 ก.พ. 2019)[/caption]

 

(แฟ้มภาพซินหัว : โรงงานกิกะแฟกทอรีของเทสลาในนครเซี่ยงไฮ้ทางตะวันออกของจีน วันที่ 20 พ.ย. 2020)

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง