รีเซต

บางปะกงยังวิกฤต! น้ำมหาศาลรอระบาย คาด 30 วันกว่าจะระบายหมด ส่วนกทม. รอดน้ำเหนือแล้ว!

บางปะกงยังวิกฤต!  น้ำมหาศาลรอระบาย  คาด 30 วันกว่าจะระบายหมด  ส่วนกทม. รอดน้ำเหนือแล้ว!
TNN ช่อง16
7 ตุลาคม 2569 ( 10:57 )
13

รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ระบุว่า น้ำท่วมลุ่มบางปะกงยังน่าห่วง ระบายลงทะเลได้ยาก ขณะที่ กทม.และปริมณฑลยังไม่พบสัญญาณน้ำเหนือเข้าท่วม

พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกงยังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก โดยเฉพาะบริเวณ อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เนื่องจากปริมาณน้ำจำนวนมากระบายลงทะเลได้ค่อนข้างยาก ขณะที่ศูนย์ภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ประเมินสถานการณ์น้ำและเตือนให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ในช่วง 2–3 วันนี้ หลายพื้นที่ทั่วประเทศจะมีอากาศร้อน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีความชื้นสัมพัทธ์สูง ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลักษณะอากาศร้อนก่อนฝน และตั้งแต่วันที่ 10–14 ตุลาคม มีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งต้องเฝ้าระวังปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น หลังมีรายงานว่า เขื่อนแก่งกระจานมีน้ำล้นทางระบายน้ำฉุกเฉิน (สปิลเวย์)

หากมีฝนตกเพิ่มขึ้น อาจทำให้ปริมาณน้ำระบายจากเขื่อนเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อชุมชนท้ายเขื่อน โดยเฉพาะพื้นที่ อำเภอท่ายาง บ้านลาด เมืองเพชรบุรี และบ้านแหลม จึงควรเตรียมพร้อมรับสถานการณ์

ส่วนพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่บ่งชี้ว่าจะเกิดน้ำท่วมจากน้ำเหนือ จึงสามารถคลายความกังวลในประเด็นนี้ได้ แต่ยังควรติดตามสถานการณ์ฝน เพราะหากมีฝนตกหนักในช่วงเวลาสั้น ๆ อาจทำให้เกิดน้ำรอการระบายในบางพื้นที่ได้

สำหรับพื้นที่ภาคกลางด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ปริมาณน้ำเหนือมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง โดยระดับน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์อยู่ที่ประมาณ 1,915 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงจากระดับสูงสุดแล้วกว่า 1.5 เมตร ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16.38 เมตร รทก. และมีแนวโน้มดีขึ้นจากการลดการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยาเหลือประมาณ 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมมีแผนทยอยลดการระบายลงเป็นขั้นบันได

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในพื้นที่ภาคตะวันออก โดยเฉพาะ พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำบางปะกง ยังคงต้องใช้เวลาในการระบายน้ำอีกระยะหนึ่ง โดยแบบจำลองของศูนย์ฯ ประเมินปริมาณน้ำท่วมขังไว้มากกว่า 1,300 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ สทนช. ประเมินปริมาณน้ำในพื้นที่จนถึงปัจจุบันไว้ประมาณ 2,100 ล้านลูกบาศก์เมตร หากใช้ค่าเฉลี่ยของทั้งสองตัวเลข จะอยู่ที่ประมาณ 1,700 ล้านลูกบาศก์เมตร

ด้วยปริมาณน้ำดังกล่าว ศูนย์ฯ ประเมินว่า หากระบายออกตามธรรมชาติ อาจต้องใช้เวลาประมาณ 30 วัน และยังมีปัจจัยที่เป็นอุปสรรคสำคัญ คือ น้ำทะเลหนุนสูงในบางช่วงเวลา ซึ่งจะทำให้การระบายน้ำจากพื้นที่ลุ่มลงสู่ทะเลทำได้ช้าลง

ดังนั้น แม้สถานการณ์น้ำเหนือในพื้นที่เจ้าพระยาจะเริ่มคลี่คลายและกรุงเทพฯ ยังไม่มีสัญญาณน่ากังวลจากน้ำเหนือ แต่ พื้นที่ลุ่มบางปะกงยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะมีน้ำสะสมในปริมาณมากและต้องใช้เวลาในการระบาย โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนเพิ่มขึ้นและเกิดน้ำทะเลหนุน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง