พลังงานจับมือ ‘สาธารณสุข-มูลนิธิแพทย์ชนบท’ นำร่อง 8 โรงพยาบาลติดตั้งโซลาร์เซลล์ ช่วยลดค่าไฟ

พลังงานจับมือ ‘สาธารณสุข-มูลนิธิแพทย์ชนบท’ นำร่อง 8 โรงพยาบาลติดตั้งโซลาร์เซลล์ ช่วยลดค่าไฟ
ข่าวสด
8 มีนาคม 2564 ( 17:55 )
17
พลังงานจับมือ ‘สาธารณสุข-มูลนิธิแพทย์ชนบท’ นำร่อง 8 โรงพยาบาลติดตั้งโซลาร์เซลล์ ช่วยลดค่าไฟ

นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า กกพ.ร่วมกับกระทรวงพลังงาน กระทรวงสาธารณสุข มูลนิธิแพทย์ชนบท และภาคีเครือข่าย นำร่องส่งมอบการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์กำลังการผลิตโรงพยาบาลละ 100 กิโลวัตต์ ให้กับ 8 โรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่ 8 จังหวัด ภายใต้กิจกรรม “101 วัน จากแสงแรกสู่โรงพยาบาลไฟจากฟ้า” ในแคมเปญ “Clean Energy for Life : ใช้พลังงานสะอาด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”

 

โดยระบบผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ที่มีกำลังผลิต 100 กิโลวัตต์ จะสามารถช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของโรงพยาบาลได้ถึงเดือนละประมาณ 60,000 บาท ดังนั้นในระยะเวลา 1 ปี โรงพยาบาลจะสามารถลดภาระค่าไฟฟ้าได้ราว 720,000 บาท ซึ่งแผงโซลาร์เซลล์จะมีอายุการใช้งานประมาณ 25 ปี สามารถช่วยโรงพยาบาลลดภาระค่าไฟฟ้าได้ถึงประมาณ 18 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายจะดำเนินการทั้งหมด 77 โรงพยาบาล 77 จังหวัดทั่วประเทศ และในอนาคตอาจขยายไปพื้นที่อื่นๆ เช่น ชุมชน และโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ทุกคนได้เข้าถึงการใช้พลังงานสะอาดและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

สำหรับ 8 โรงพยาบาลชุมชน ในพื้นที่ 8 จังหวัด ประกอบด้วย โรงพยาบาลไทรน้อย จ.นนทบุรี โรงพยาบาลบางบ่อ จ.สมุทรปราการ โรงพยาบาลอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี โรงพยาบาลขุนหาญ จ.ศรีสะเกษ โรงพยาบาลย่านตาขาว จ.ตรัง โรงพยาบาลหลังสวน จ.ชุมพร โรงพยาบาลบ้านบึง จ.ชลบุรี และโรงพยาบาลปลวกแดง จ.ระยอง

 

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศต่างๆ ทั่วโลกมีเป้าหมายร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตามความตกลงปารีส หรือ COP 21 ซึ่งมีเป้าหมายจะรักษาระดับอุณหภูมิเฉลี่ยโลกให้สูงขึ้นไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับอุณหภูมิโลกในยุคก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรม

 

สำหรับประเทศไทย ตาม NDC (Nationally Determined Contribution) ที่เสนอกำหนดเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20-25% หรือจำนวน 111-139 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2573 ซึ่งปัจจุบันไทยได้ขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจและด้านพลังงานให้ตอบโจทย์ทิศทางของโลกและข้อตกลงดังกล่าวอย่างชัดเจน ทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่านโมเดลเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) ที่เน้นการพัฒนาเศรษฐกิจใน 3 ด้าน คือ

 

“ด้านเศรษฐกิจชีวภาพ-เศรษฐกิจหมุนเวียน-เศรษฐกิจสีเขียว” และตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ก็ได้กำหนดเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนให้ได้ 37% ภายในปี 2580 โดยจะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงพลังงานสะอาด ช่วยลดมลพิษทางอากาศ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อนำไปสู่ความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ

 

นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในแต่ละปีโรงพยาบาลมีภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานโดยเฉพาะค่าไฟฟ้าจำนวนมาก ซึ่งโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ นับเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์มากในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าให้กับโรงพยาบาล และสามารถนำงบประมาณรายจ่ายค่าไฟฟ้าที่เหลือจ่ายจากการจ่ายค่าไฟฟ้าน้อยลงไปใช้ประโยชน์ในการซื้ออุปกรณ์การแพทย์ จัดหาเวชภัณฑ์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคลากรทางการแพทย์ และสนับสนุนระบบสาธารณสุขของประเทศให้มีความพร้อมให้บริการกับประชาชนอย่างมีศักยภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง