"เอกนิติ" มั่นใจเศรษฐกิจไทยแกร่ง รับความผันผวนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ตามที่พรรคเดโมแครต สามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2569 ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ตลาดเงินและตลาดทุนต่างประเทศผันผวน และเริ่มปรับตัวลดลงจากความไม่แน่นอนต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะความผันผวนในระยะสั้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี อย่าง AI และ Data Center ซึ่งไทยในฐานะประเทศที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก จำเป็นต้องเตรียมแผนรับมือ ทั้งปัจจัยบวก และปัจจัยลบ
ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยในมิติของนโยบายการค้านั้น ยังคงเดินหน้าตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุว่า การเจรจาระหว่างไทย-สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพราะถือเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่ได้รับผลกระทบ และยังสามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่านายอนุทิน อาจจะมีโอกาสได้พบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการประชุม ASEAN Summit และ APEC Summit ในอีก 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า
เรื่องการเมืองระหว่างประเทศ มีผลเชื่อมโยงกับตลาดโลก ตลาดการเงิน และตลาดทุนทั่วโลก ประเด็นที่เกิดขึ้นตอนนี้ เชื่อว่าทุกประเทศอาจได้รับผลกระทบ แต่ส่วนตัวมองว่า ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน ประธานาธิบดีทรัมป์ก็ยังคงดำเนินการอยู่ แต่ในเรื่องกฎหมายต่าง ๆ ทั้งสภาล่าง สภาสูง อาจจะต้องมีการเปลี่ยนผ่าน แต่สิ่งที่เห็นวันนี้ คือทิศทางตลาดเงิน และตลาดทุนทั่วโลก ที่มองเรื่องความผันผวน ดังนั้นไทยในฐานะที่เป็นประเทศที่มีการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก จำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อมรับมือ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าว
พร้อมระบุว่า แม้ภาพรวมตลาดทุนทั่วโลกจะผันผวน โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ กับหุ้นในกลุ่ม AI และ Data Center เนื่องจากทุกฝ่ายต่างรอความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายหลังจากนี้ นายเอกนิติ ให้ความเห็นส่วนตัวว่า เรื่องนี้จะเป็นความผันผวนในระยะสั้นช่วงหนึ่งเท่านั้น โดยสำหรับประเทศไทย ที่ผ่านมาได้รับปัจจัยบวกอย่างมากจากการเติบโตของอุตสาหกรรม AI Supply Chain และ Data Center สะท้อนได้จากยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ จากข้อมูลในการประชุม IMF World Bank ที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับการยอมรับให้เป็น 1 ใน 4 ประเทศหลักของโลกที่ได้รับแรงสนับสนุนร่วมกับมาเลเซีย เวียดนาม และเกาหลีใต้ ในฐานะกระดูกสันหลังสำคัญในอุตสาหกรรม AI Supply Chain และ Data Center ซึ่งจุดนี้จะเป็นปัจจัยบวก และเป็นแรงดึงดูดสำคัญให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าไทยอย่างต่อเนื่อง
นายเอกนิติ ยังกล่าวถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะเรื่องวินัยการคลัง ที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งเพียงพอที่จะเป็นเกราะป้องกันความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทยได้ สะท้อนจากสัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยในระดับ 60% กว่าของ GDP ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับตัวเลขหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่สูงจนเกือบจะชนเพดาน โดยอยู่ในระดับที่เกินกว่า 100% ของ GDP จนกลายเป็นความกังวลเรื่องเพดานหนี้สาธารณะ ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasury Yield) รุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่เกือบ 5% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทย อยู่ที่ราว 2%
ทั้งหมด คือสิ่งที่สะท้อนความพยายามของรัฐบาล ในการสร้างความแข็งแรง และความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทย เพื่อรองรับความผันผวนจากปัจจัยต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี นายเอกนิติ กล่าว
อย่างไรก็ดี ในส่วนของความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลกขณะนี้นั้น รัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยไม่ประมาท และได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกรณีราคาน้ำมันในตลาดโลกมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น หรือลดลง แต่เชื่อว่าความผัวผวนของราคาน้ำมันที่เกิดขึ้นในขณะนี้ จะเป็นเพียงสถานการณ์ในระยะสั้นเท่านั้น
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
