รีเซต

เปิดสถิติต่างชาติร่วมลงทุนเมืองท่องเที่ยว เร่งตรวจสอบนอมินีทั่วประเทศ

เปิดสถิติต่างชาติร่วมลงทุนเมืองท่องเที่ยว เร่งตรวจสอบนอมินีทั่วประเทศ
TNN ช่อง16
13 พฤษภาคม 2569 ( 18:13 )
13

การตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายใช้ “นอมินี” ถือหุ้นแทนต่างชาติ ยังคงเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญของภาครัฐในปี 2569 หลังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบนิติบุคคลในจังหวัดเศรษฐกิจและเมืองท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ประเทศไทยมีนิติบุคคลที่ยังดำเนินกิจการอยู่ประมาณ 778,457 ราย โดยในจำนวนนี้มีบริษัทที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 121,096 ราย

จากตัวเลขดังกล่าว พบว่า 117,496 บริษัท เป็นการถือหุ้นของต่างชาติในสัดส่วนไม่เกิน 50% หรือคิดเป็นประมาณ 97% ของบริษัทที่มีต่างชาติร่วมลงทุนทั้งหมด ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่ภาครัฐใช้ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

พื้นที่ที่พบการกระจุกตัวของบริษัทกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญ 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ชลบุรี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต สมุทรปราการ เชียงใหม่ ปทุมธานี ประจวบคีรีขันธ์ นนทบุรี สมุทรสาคร ระยอง และกระบี่ รวมกันกว่า 109,046 บริษัท

เปิดสถิติ “เกาะพะงัน-เกาะสมุย” ต่างชาติร่วมลงทุนเกือบ 68%

ปฏิบัติการสแกนนิติบุคคลในพื้นที่เกาะพะงันและเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 พบข้อมูลการร่วมลงทุนของต่างชาติในสัดส่วนสูง

เกาะพะงัน

  • บริษัทจำกัดทั้งหมด 4,761 ราย
  • บริษัทที่ต่างชาติร่วมลงทุน 3,213 ราย
  • คิดเป็น 67.48%

สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1. อิสราเอล 720 ราย

2. ฝรั่งเศส 426 ราย

3. อังกฤษ 359 ราย

4. รัสเซีย 306 ราย

5. เยอรมัน 194 ราย

เกาะสมุย

  • บริษัทจำกัดทั้งหมด 12,050 ราย
  • บริษัทที่ต่างชาติร่วมลงทุน 8,213 ราย
  • คิดเป็น 68.16%

สัญชาติที่ร่วมลงทุนสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่

1. ฝรั่งเศส 1,937 ราย

2. อังกฤษ 1,077 ราย

3. รัสเซีย 885 ราย

4. จีน 478 ราย

5. อิสราเอล 419 ราย

เมื่อรวมทั้งสองเกาะ พบว่ามีบริษัทที่ต่างชาติร่วมลงทุนรวม 11,426 ราย จากบริษัททั้งหมด 16,811 ราย หรือคิดเป็น 67.97%

ขณะที่ทั้งจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีบริษัทจำกัดทั้งหมด 21,717 ราย และมีบริษัทที่ต่างชาติร่วมลงทุน 11,649 ราย คิดเป็น 53.6% ของทั้งหมด

สัญชาติที่ร่วมลงทุนมากที่สุดในจังหวัด ได้แก่

  • ฝรั่งเศส 2,365 ราย
  • อังกฤษ 1,446 ราย
  • รัสเซีย 1,205 ราย
  • อิสราเอล 1,147 ราย
  • เยอรมัน 608 ราย

ภูเก็ต-ชลบุรี อยู่ในกลุ่มพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า จังหวัดภูเก็ตมีบริษัทจดทะเบียนเกือบ 30,000 ราย และมีต่างชาติร่วมลงทุนประมาณ 40% โดยธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และบริการ เป็นกลุ่มที่มีการลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง

ส่วนจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะพื้นที่พัทยา การตรวจสอบเมื่อเดือนมีนาคม 2569 พบพฤติกรรมหลายลักษณะ เช่น

  • ใช้สถานที่เดียวกันจดทะเบียนหลายบริษัท
  • คนไทยรายเดียวถือหุ้นมากกว่า 100 บริษัท
  • มูลค่าการลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบธุรกิจต่างด้าวประกอบกิจการตามบัญชีท้าย พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว โดยไม่ได้รับอนุญาต จำนวน 146 ราย และมีบริษัทนำเที่ยวถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว 4 ราย

รัฐตั้งเป้าตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงกว่า 4.6 หมื่นราย

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ตั้งเป้าตรวจสอบนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงในปี 2569 จำนวน 46,918 ราย ครอบคลุม 6 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่

1. ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง

2. ค้าที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

3. e-Commerce ขนส่ง และคลังสินค้า

4. โรงแรมและรีสอร์ต

5. ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร

6. ก่อสร้างทั่วไป

ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 กรมพัฒน์ฯ เริ่มใช้มาตรการให้ผู้ร่วมลงทุนสัญชาติไทยยื่นเอกสารทางการเงินจากธนาคาร เพื่อยืนยันศักยภาพการลงทุนจริง

ข้อมูลของกรมฯ ระบุว่า หลังใช้มาตรการดังกล่าว การจดทะเบียนที่เข้าข่ายนอมินีลดลง 66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ช่วง 9 เดือนแรกของปี 2568 ยังพบบริษัทที่ถูกนำไปใช้เป็น “บัญชีม้านิติบุคคล” จำนวน 478 แห่ง ก่อนลดลงเหลือ 71 แห่ง หลังมีการเพิ่มมาตรการตรวจสอบ

ปฏิบัติการ 8–11 พฤษภาคม 2569 พบจุดเสี่ยงหลายแห่ง

การลงพื้นที่ร่วมกันของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน ระหว่างวันที่ 8–11 พฤษภาคม 2569 พบข้อมูลเพิ่มเติมหลายกรณี

เจ้าหน้าที่พบสำนักงานบัญชีแห่งหนึ่งที่เจ้าของมีชื่อเกี่ยวข้องกับบริษัทจำนวน 66 แห่ง รวมถึงอาคารพาณิชย์ 2 แห่ง ที่มีนิติบุคคลจดทะเบียนรวมกันถึง 89 บริษัท

บางจุดพบว่ามีการจดทะเบียนบริษัท แต่ไม่มีการประกอบกิจการจริงในสถานที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ ยังพบวิลล่าหรู 8 หลัง เปิดให้เช่าคืนละประมาณ 13,000 บาท โดยไม่มีใบอนุญาตโรงแรม มูลค่าที่ดินของโครงการกว่า 152 ล้านบาท และถือครองผ่านบริษัทไทยที่มีผู้ถือหุ้นสัญชาติอิสราเอล 49%

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ยังพบบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบเพิ่มเติมจำนวน 34 ราย ซึ่งมีสินทรัพย์รวมเกิน 100 ล้านบาทต่อราย และได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินต่อไป

คดีสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ

หนึ่งในคดีสำคัญ คือ คดี China Railway No.10 (ประเทศไทย) ซึ่ง DSI ส่งสำนวนให้อัยการคดีพิเศษแล้ว โดยมีผู้ต้องหารวม 5 ราย ประกอบด้วยผู้ถือหุ้นไทย 3 ราย และชาวจีน 2 ราย ในข้อหาประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542

อีกคดี คือ เครือข่ายบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มทุนเกาหลีใต้ ซึ่ง DSI และพนักงานอัยการแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหา 12 ราย และส่งสำนวนให้อัยการตั้งแต่ปี 2567

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง