ครม.เคาะภาษีบุหรี่ใหม่ เลิกขาย 60 บาท ราคาขยับขึ้น 6-8 บาท มีผล 1 ต.ค.นี้

ครม.เคาะภาษีบุหรี่ใหม่ เลิกขาย 60 บาท ราคาขยับขึ้น 6-8 บาท มีผล 1 ต.ค.นี้
ข่าวสด
28 กันยายน 2564 ( 16:53 )
30
ครม.เคาะภาษีบุหรี่ใหม่ เลิกขาย 60 บาท ราคาขยับขึ้น 6-8 บาท มีผล 1 ต.ค.นี้

 

ครม.เคาะภาษีบุหรี่ใหม่ เลิกขาย 60 บาท ราคาขยับขึ้น 6-8 บาท มีผล 1 ต.ค.นี้ ด้านยสท.จ่อขยับราคาตามทันที ห่วงบุหรี่เถื่อนพุ่งกระฉูด

 

 

วันที่ 28 ก.ย.64 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2564 นี้ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ โดยกรมสรรพสามิต จะชี้แจงรายละเอียดการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ทั้งหมด ในวันที่ 30 ก.ย.64 เวลา 16.00 น. หลังอัตราภาษีใหม่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเรียบร้อยแล้ว

 

 

รายงานข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การปรับปรุงโครงสร้างภาษี จะปรับทั้งหมด ในส่วนการจัดเก็บตามมูลค่า และตามปริมาณ จากปัจจุบัน ที่จัดเก็บ 20% ของราคาขายปลีกซองละไม่เกิน 60 บาท และ 40% สำหรับราคาขายปลีกที่เกิน 60 บาท รวมทั้งจัดเก็บตามปริมาณที่มวนละ 1.20 บาท

 

 

"ครม.เห็นชอบภาษีบุหรี่ใหม่แล้วในภาพรวมภาระภาษีจะปรับเพิ่มขึ้น มีการปรับอัตราจากเดิมที่ 20% เป็น 25% ส่วนอัตราเดิมที่ 40% ก็จะขยับขึ้นด้วย รวมทั้งราคาขายปลีกขั้นต่ำ 60 บาท ก็มีการปรับใหม่ ส่วนการจัดเก็บตามปริมาณต่อมวน จะเพิ่มขึ้น 1.20 บาท เป็น 1.25 บาทต่อมวน ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่ ขยับขึ้นอีกซองละ 6-8 บาท โดยรายละเอียดทั้งหมด กรมสรรพสามิตจะเป็นผู้ชี้แจง"

 

 

รายงานข่าวแจ้งว่า การพิจารณาการปรับโครงสร้างภาษีบุหรี่ใหม่อย่างรอบคอบแล้ว ซึ่งจะตอบโจทย์ใน 4 เรื่องหลัก คือ 1. ด้านสาธารณสุข 2. ด้านเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบ จะต้องได้รับผลกระทบน้อยที่สุด 3. ด้านรายได้ของรัฐบาลจะต้องไม่ลดลง และ 4. ด้านการดูแล บริหารจัดการบุหรี่เถื่อน และบุหรี่ปลอม

 

 

นายภาณุพล รัตนกาญจนภัทร ผู้ว่าการ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) เปิดเผยว่า ถ้ามีการปรับขึ้นภาษี ยสท.ก็ต้องปรับราคาขายขึ้นตาม เพื่อให้อยู่ได้ ส่วนจะปรับเท่าไหร่ และจะมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ด้วยหรือไม่ ต้องรอติดตามกรมสรรพสามิต และต้องนำผลเข้าหารือกับคณะกรรมการด้านราคา ของ ยสท. อีกครั้ง

 

 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา การปรับโครงสร้างภาษีเป็น 2 อัตรา คือ 20% และ 40% กระทบยอดผลิตของ ยสท. เดิม 28,000 ล้านมวน เหลือ 18,000 ล้านมวนต่อปี ซึ่งยอมรับว่า หากมีการขึ้นภาษีอีกก็จะกระทบรายได้อีกแน่นอน แต่องค์กรจะยังสามารถอยู่ได้ ยังมั่นคง ไม่มีปัญหา

 

 

อย่างไรก็ดี ยสท.ไม่ได้ห่วงว่า ผลจากการขึ้นภาษีจะทำให้แข่งขันกับบุหรี่นอกลำบาก แต่ห่วงเรื่อง บุหรี่เถื่อน ซึ่งจะเพิ่มขึ้นกระฉูด โดยที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่า 20% แล้ว รวมทั้งการสูบยาเส้นที่ มีผลต่อสุขภาพมากกว่า เพิ่มขึ้นจาก 1 หมื่นล้านมวน เป็น 3.7 หมื่นล้านมวนต่อปี

 

 

ทั้งนี้ ยสท.อยู่ระหว่างศึกษา ผลิตภัณฑ์ใหม่ หรือ Fighting Brand ที่มีราคาต่ำ เพื่อสร้างรายได้ แต่ก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเฉพาะผลกระทบทางสังคม และ สาธารณสุข

ข่าวที่เกี่ยวข้อง