รีเซต

จิตตะเวลธ์โฟกัสหุ้นโลก ปั้นพอร์ตรับตลาดผันผวน

จิตตะเวลธ์โฟกัสหุ้นโลก ปั้นพอร์ตรับตลาดผันผวน
ทันหุ้น
6 มกราคม 2569 ( 17:17 )
8

#จิตตะเวลธ์ #ทันหุ้น บลจ.จิตตะเวลธ์ ฉายภาพลงทุนหุ้นโลก สหรัฐ จีน ญี่ปุน เวียดนาม ต่างมีจุดแข็งแตกต่างกันไป และตลาดยังคงความผันผวนสูง แนะนำจัดพอร์ตกระจายลงทุน วางพอร์ตหลัก พอร์ตรองเพื่อรับความผันผวน

นายตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน จิตตะเวลธ์ จำกัด (บลจ.จิตตะ เวลธ์) ให้มุมมองการลงทุนปี2569ว่า ในปีนี้โลกเข้าสู่ยุคเติบโตไม่พร้อมกัน และโตไม่เท่ากัน ปี 2569 เป็นปีที่เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ ภาวะสมดุลใหม่ ไม่ใช่ภาวะถดถอย แต่ก็ไม่ใช่การเติบโตแบบเร่งตัวเหมือนในอดีต กล่าวคือ บางประเทศยังเติบโตได้ดี ขณะที่บางประเทศชะลอตัว และแม้ในประเทศเดียวกัน กลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มรายได้ก็ฟื้นตัวไม่เท่ากัน 

โดยในส่วนของ ถือเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและตลาดทุนโลก ปี2569 คาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐเติบโตประมาณ 1.8– 2.3% โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยีปัญยาประดิษฐ์ (AI) และการใช้จ่ายภาครัฐและนโยบายอุตสาหกรรม

ด้านนโยบายการเงินธนาคารกลาง (Fed) มีแนวโน้มเข้าสู่ช่วง ผ่อนคลายแบบระมัดระวัง  โดยจะต้องให้ความสำคัญกับ ทิศทางนโยบายระยะยาว มากกว่าจำนวนครั้งในการลดดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามตลาดยังจับตา การเปลี่ยนตัวประธาน Fed ในปี 2569 ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในความเป็นอิสระของนโยบายการเงินสหรัฐ ทั้งนี้โดยภาพรวมแล้ว สหรัฐยังคงรับบทเป็นตัวกำหนดทิศทางของสภาพคล่องและ Sentiment การลงทุนโลก

*ผู้เล่นรายใหญ่ด้านAI

ขณะที่จีน บลจ.จิตตะเวลธ์เห็นภาพของการเติบโตช้าลง แต่เปลี่ยนโครงสร้างจริงจัง ในปี 2569 จีนไม่ได้ใช้การขับเคลื่อนมางเศรษบกิขแบบเดิมๆ โดยจีนกำลังเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยอสังหาริมทรัพย์ ไปสู่เศรษฐกิจที่เน้นเทคโนโลยีและการผลิตขั้นสูง เช่น AI, เซมิคอนดักสืเตอร์ (Semiconductor),ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด และแม้การบริโภคภายในยังฟื้นตัวช้า แต่คาดว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจน่าจะอยู่ได้ระดับ 4.4% – 4.8% ได้  อย่างไรก็ตามการที่จีนเริ่มรุกตลาดโลกด้วยสินค้าเทคโนโลยีมูลค่าสูงทำให้จีนยังเป็นผู้เล่นหลักฝั่ง ซัพพลาย (Supply) ของโลก  ขณะเดียวกันนักลงทุนต้องระวังผลกระทบเชิงการแข่งขันต่อประเทศอื่นด้วย

สำหรับ ญี่ปุ่น บลจ.จิตตะเวลธ์ มองว่า ญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านเชิงประวัติศาสตร์  เปลี่ยนจากเรื่องค่าเงิน เป็นเรื่องคุณภาพกำไร ด้วยการยุติดอกเบี้ยติดลบและปรับนโยบายการเงินกลับสู่ภาวะปกติ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2569 อัตราดอกเบี้ยนโยบายของญี่ปุ่น มีโอกาสแตะ 0.75% – 1.0% ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นคาดว่าจะอยู่ที่ราว 0.7%  ในส่วนของตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังคงได้แรงหนุนจากการปฏิรูปบรรษัทภิบาล รวมถึงการลงทุนใน Automation, Robotics และ AI และเงินทุนในประเทศที่เริ่มกลับเข้าตลาดหุ้น

*เวียดนามยังฉายแวว

ทางด้านเวียดนามเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจาก China+1, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าเวียดนามกำลังก้าวจากฐานผลิต สู่การเป็น ศูนย์กลางในการผลิตเทคโนโลยี (Tech Manufacturing Hub) อาเซียน การเติบโตเศรษฐกิจดิจิทัลและ ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) ขยายตัวเร็ว  เงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศหรือ FDI ไหลเข้า ในกลุ่มเทคโนโลยีขั้นสูง (High-tech) และ Semiconductor เพิ่มต่อเนื่อง  ล่าสุดตลาดหุ้นเวียดนามมี EPS Growth สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกไปแล้ว

นายตราวุทธิ์ กล่าวต่อไปว่า การลงทุนปี 2569 ตลาดไหนที่น่าสนใจนั้น จากข้อมูล AI Market Prediction  ของ Jitta Wealth ที่สามารถบ่งบอกตลาดถูกแพงของแต่ละประเทศในแต่ละปีจะพบว่า AI ยังชี้เป้าไปที่ประเทศจีนที่มีจำนวนหุ้นดีราคาถูกมากกว่าหุ้นดีแต่ราคาแพงถึง 4.56 เท่า ตามมาด้วย ฮ่องกง ที่ 2.57 เท่า  ญี่ปุ่น 1.63 เท่า ขณะที่หุ้นไทยเอง อาจจะมีจำนวนหุ้นดีราคาถูกอยู่ถึง 9 เท่า แต่ก็มีความกดดันเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจอยู่

แนะสินทรัพย์น่าสน

ในปี 2569 Jitta Wealth จะยังเน้นเรื่องพอร์ตหลัก พอร์ตรอง (Core & Satellite) เพื่อรองรับความผันผวน โดยการแบ่งสัดส่วนการลงทุนออกเป็น Core Portfolio (พอร์ตหลัก) ในสัดส่วน 80% ของเงินลงทุนทั้งหมด และ Satellite Portfolio (พอร์ตรอง) ในสัดส่วน 20% โดยสัดส่วนสามารถปรับได้ตามระดับความเสี่ยงที่รับไหว แต่พอร์ตหลักไม่ควรน้อยกว่า 50%

Core Portfolio ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีการกระจายความเสี่ยงครอบคลุมทั่วโลก เช่น Global ETF หรือ Omni Fund เพื่อให้พอร์ตมีการเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว ส่วน Satellite Portfolio ลงทุนในสัดส่วนที่น้อยกว่า โดยเลือกตลาดหรือธีมที่กำลังได้รับความสนใจ เช่น หุ้นเทคโนโลยี หรือประเทศที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว หรือนโยบาย Jitta Ranking Alpha และ Thematic Optimize เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน บนความเสี่ยงที่มากขึ้น แต่ยังคงคุมความเสี่ยงโดยรวมได้ เพราะมีพอร์ตหลักรองรับอยู่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง