เมื่อหลานชายจบการศึกษาและเริ่มต้นชีวิตการงานปีแรก ฉันทั้งในฐานะอาผู้ดำรงตำแหน่ง Mentor ประจำตัวแบบทูอินวัน ก็ได้รับโทรศัพท์รำพันถึงความ “สุดจะทน” ของที่ทำงานแต่ละที่ฟังดูก็เป็นเรื่องธรรมดา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกที่ทำงาน ฉันจึงพยายามถ่วงเวลาให้หลานชายคนนี้ลองอดทนแก้ปัญหา ให้เวลาตัวเองสร้างความคุ้นชินไปให้ถึงสามเดือน เผื่อว่าอะไร ๆ จะเริ่มเปลี่ยนไปจากที่เราคิดแต่การทักท้วงไม่เคยได้ผล ทุกงานที่หลานชายรู้สึกว่า “สุดจะทน” มักลาออกในเวลาไม่ถึงเดือนเสมอ นี่คือปัญหาคลาสสิคของ First Jobber หลายคนเริ่มทำงานไม่ถึงปี เปลี่ยนงานมาแล้วสามสี่ครั้งPhoto by cottonbro from Pexelsฉันยังจำได้สมัยที่ตัวเองเริ่มทำงานใหม่ ๆ อาการ “ทนไม่ไหวแล้ว” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก ฉันเคยถูกเพื่อนร่วมงานหมั่นไส้ พูดเล่นอะไรก็พาลผิดหูเป็นเรื่องใหญ่แบบไม่รู้ตัวเสมอ แต่อาศัยที่คอยปรามตัวเองให้ “ทนไปก่อนเถอะ” เอาให้ถึงสามเดือนก็ยังดี สุดท้ายฉันก็รอดชีวิตมาได้จากงานที่ไม่ใช่ก็กลายเป็นความสนุก คนที่เกลียดก็กลายเป็นเพื่อนร่วมงานที่รักกันไปในที่สุดเสียอย่างนั้นหากคุณเริ่มงานใหม่ แล้วรู้สึก “ทนไม่ไหวแล้ว” แค่ในไม่กี่สัปดาห์ บอกเลยว่าคุณไม่ใช่คนเดียวที่เป็นอย่างนั้นแน่ ๆ สถิติพบว่าคนทำงานหน้าใหม่ ลาออกจากงานภายในหกเดือนแรกสูงถึง 35%ฉันรู้ดีว่าคนที่เกลียดงานใหม่แต่ฝืนใจต้องลุกไปทำงานทุกเช้า คงอยากเขียนใบลาออกให้มันจบ ๆ ไป แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะทำทุกอย่างตามใจตัวเองได้ขนาดนั้นในเมื่อคุณยังลาออกวันนี้พรุ่งนี้ไม่ได้ มาดูกันไหมว่ามีอะไรที่คุณทำได้บ้าง เผื่อจะค้นเจอความสนุกที่ซ่อนอยู่ในงาน (ที่คุณเกลียด) ได้ ไม่แน่นะคุณอาจพาตัวทะลุกำแพงออกไป แล้วก้าวข้ามไปสู่อีกด้านที่ทำให้คุณรักงานขึ้นมาPhoto by David McEachan from Pexels1) หาให้เจอก่อนว่าคุณเกลียดงานตรงไหน อะไรที่ทำให้คุณผิดหวัง ตัวงานน่าเบื่อน่ารำคาญหรืองานไม่ท้าทาย งานมากไป งานหนักไป หรือเวลางานไม่แน่นอน บางครั้งตัวงานใช้ได้แต่เกลียดนิสัยเจ้านายหรือเพื่อนร่วมงาน ตรวจสอบแบบลงลึกในดีเทลว่าปัญหาจริง ๆ อยู่ที่จุดไหน บ่อยครั้งมันเกิดจากปัจจัยแวดล้อมภายนอก ไม่ใช่ที่ตัวงาน บางคนค้นพบให้ลึกลงไป แล้วเจอว่าที่ตัวเองไม่มีความสุขไม่เกี่ยวกับงานเท่าไหร่ แต่เป็นความคับข้องใจในตัวเองมากกว่า ถ้าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวงาน การเปลี่ยนงานนอกจากจะไม่ช่วยอะไร ยังจะพาคุณไปเจอปัญหาเดิม ณ ที่ทำงานใหม่อยู่ดี2) ตรวจสอบว่าคุณขาดทักษะอะไรไป ฉันว่านี่คือเหตุผลใหญ่ที่ทำให้ทำงานไม่สนุก การขาดทักษะบางอย่างในการทำงาน ทำให้คนทำงานหน้าใหม่รู้สึกไม่มีความมั่นใจในตัวเอง เมื่อขาดความมั่นใจก็รู้สึกอยากวิ่งหนีมันไปให้พ้น ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คุณต้องเปิดใจให้กว้าง แล้วเร่งหาทางแก้ไข ศึกษาเรียนรู้ทักษะที่คุณต้องใช้เพื่อให้คุณปฏิบัติงานได้อย่างมั่นใจมากขึ้นคนทำงานหน้าใหม่มักถอดใจเร็วในช่วงที่ทักษะยังน้อย แนะนำให้ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์และฝีมือจนเริ่มเข้าที่ รับรองปัญหานี้จะจบไปเอง เมื่อคุณทำงานที่คุณมั่นใจว่าทำได้ คุณจะมีความสุขในการทำงานขึ้นมากมายอย่างเห็นได้ชัด Photo by JESHOOTS.com from Pexels3) มองหาโอกาสใหม่ให้ตัวเอง หากตัวงานของคุณไม่น่าสนใจ ให้พยายามสอดส่ายสายตามองว่ามีโอกาสสอดแทรกอยู่ตรงส่วนไหนในที่ทำงานบ้าง ลองหาว่ามีจุดไหนที่คุณเสนอตัวช่วยทำได้ มีโครงการไหนที่ต้องการอาสาสมัครไปทำ ถ้าไม่มีก็ลองนำเสนอโครงการดี ๆ ขึ้นมา แล้วอาสาทำให้โดยไม่เสียงานในหน้าที่ประจำฉันเองเคยนำเสนอให้เจ้านายเปิดแผนกใหม่ โดยตัวฉันยินดีที่จะทำงานควบไปสองแผนก การทำในสิ่งที่นอกเหนืองาน จะทำให้คุณเสริมประสบการณ์สนุก ๆ เข้ามาใหม่ โพรไฟล์ของคุณจะดูดีขึ้นด้วย คุณจะได้เจอผู้คนใหม่ ๆ และยังได้สร้างคุณค่าเพิ่มให้กับแต่ละวัน ซึ่งนั่นจะทำให้คุณหายเบื่องานประจำเป็นปลิดทิ้ง4) เปิดใจคุยกับเจ้านาย ถ้าเจ้านายนำคุณมาไว้ผิดที่ผิดทาง ให้ลองหาโอกาสเปิดใจขอคุยดูสักครั้ง ลองบอกเขาว่าคุณใฝ่ฝันที่จะทำหรือเป็นอะไร หรืออยากพิสูจน์ฝีมือด้านไหนให้เขาได้เห็น เผื่อว่าเขาจะเข้าใจและสนับสนุนคุณไปในทางที่คุณมีความสามารถ หากเป็นปัญหาเรื่องเวลางาน หรือตัวงานที่หนักเกินไป ลองจัดทำตารางงานขึ้นมาใหม่ที่ช่วยให้การทำงานราบรื่นขึ้นได้ไปนำเสนอ5) ให้เวลาตัวเองอีกหน่อย ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าอย่างน้อยที่สุด ช่วงเวลาที่คุณจะเริ่มมั่นใจว่าอะไรใช่หรือไม่ใช่คือ 6 เดือน ฉันมองว่าการอดทนรอให้เวลาพิสูจน์ ไม่เพียงยืนยันว่าปัญหาจริง ๆ อยู่ที่ไหน แต่ยังบ่งบอกคุณสมบัติของคุณได้ว่าคุณไม่ใช่คนที่ใช้อารมณ์ชั่ววูบ คิดภาพคุณไปสมัครงานใหม่ แล้วประวัติคุณฟ้องว่าคุณมักลาออกเมื่อทำงานแค่ไม่กี่สัปดาห์ คงมีผลต่อการพิจารณารับคุณไปร่วมงานไม่มากก็น้อยPhoto by Moose Photos from Pexelsชีวิตในโลกการทำงานนั้นไม่ง่าย ยิ่งต้องลุกจากเตียงไปทำงานที่เกลียดสุดใจนั้นทรมานแน่ แต่เพื่อไม่ให้หวนคิดเสียใจ จงให้เวลากับมันเพียงพอที่จะพิสูจน์ที่ทำงานก็เหมือนมหาวิทยาลัย มีบทเรียนใหม่มากมายที่คุณต้องเรียนรู้ ช่วงเวลาสองสามเดือนแรกของการทำงานก็เหมือนการรับน้องใหม่ มันคือช่วงเวลาแห่งการปรับตัวเพื่อที่จะเข้ากันให้ได้ในที่สุดอดทนผ่านแต่ละเดือนไปให้ได้ จนเมื่อครบ 6 เดือนแล้วหากคุณยังพบว่าทุกอย่าง “ไม่ใช่” แล้วจึงค่อยตัดสินใจใหม่ คราวนี้ด้วยความมั่นใจว่าคุณใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์