เปิดโผหุ้นเด่น รับอานิสงส์ส่งออกเดือน พ.ค. พุ่ง 41.59% เกินตลาดคาด บวกกับเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี

เปิดโผหุ้นเด่น รับอานิสงส์ส่งออกเดือน พ.ค. พุ่ง 41.59%  เกินตลาดคาด บวกกับเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี
TNN Wealth
24 มิถุนายน 2564 ( 17:28 )
14
เปิดโผหุ้นเด่น รับอานิสงส์ส่งออกเดือน พ.ค. พุ่ง 41.59%  เกินตลาดคาด บวกกับเงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 ปี

ข่าววันนี้ ภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือน พ.ค.2564  ยังสดใสต่อเนื่อง โดยการส่งออกมีมูลค่า 23,057 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 41.59% ซึ่งถือเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี อย่างไรก็ตาม เมื่อหักสินค้าเกี่ยวเนื่องน้ำมัน ทองคำ และอาวุธยุทธปัจจัยแล้ว การส่งออกขยายตัว 45.87% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตที่ฟื้นตัวจากภาคเศรษฐกิจจริง


ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 22,261 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 63.54% ส่งผลให้เดือน พ.ค. เกินดุลการค้า 795 ล้านดอลลาร์


สำหรับภาพรวมในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค. – พ.ค.) การส่งออกมีมูลค่า 108,635 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 10.78% การนำเข้า มีมูลค่า 107,141 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 21.52% ส่งผลให้ช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ไทยเกินดุลการค้า 1,494 ล้านดอลลาร์


ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส (ASPS)  วิเคราะห์ว่า การที่ส่งออกเดือน พ.ค. 2564 โตแรง 41.6% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ซึ่งจะเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นส่งออก บวกกับค่าเงินบาทอ่อนค่าสูงสุดในรอบ 1 ปี นับตั้งแต่ช่วงกลางเดือน มิ.ย. 2564 เป็นต้นมา ค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง จนแตะระดับสูงสุดในรอบ 1 ปีที่ระดับ 31.84 บาท/ดอลลาร์ โดยหากนับตั้งแต่ต้นสัปดาห์อ่อนค่ากว่า 5.6%wtd แลละถ้านับตั้งแต่ต้นปีอ่อนค่า 6.3% นับเป็นสกุลเงินที่อ่อนค่ามากสุดในเอเชีย


ASPS ประเมินว่าค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจะส่งผลบวกต่อการส่งออกของไทย เพราะช่วยให้ราคาสินค้าของไทยในหน่วยเงินดอลลาร์มีราคาลดลง สอดคล้องกับมุมมองของการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน  (กนง.) ปรับประมาณการการส่งออกของไทยปี 2564 เพิ่มจาก 10% เป็น 17.1% นับว่าสูงกว่า Consensus ที่คาดการส่งออกจะขยายตัวราว 7-10% เท่านั้น 


แนวโน้มการส่งออกที่ดีขึ้น คาดเป็นSentiment เชิงบวกต่อหุ้นกลุ่มส่งออก ช่วยให้กลุ่มหุ้นดังกล่าวสามารถเก็งกำไร อาทิ  กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์  (KCE ,DELTA, HANA, SVI), ทุกๆ 1 บาท/ดอลลาร์ฯ ที่อ่อนค่าจากสมมติฐานค่าเงินบาทปี 2564 ถือเป็น Upside ต่อประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มชิ้นส่วนฯ ในปี 2564 ราว 5.8% จากเดิม (HANA +6.2%, DELTA +5.7%, KCE +5.5% และ SVI +5.2%)  


อย่างไรก็ตามด้วย Valuation ที่แพงเกินมูลค่าพื้นฐานไปแล้ว จนมี PER กลุ่ม 64 เท่า จึงแนะนำเพียงเก็งกำไรในระยะสั้นเท่านั้น   ถัดไปคือ กลุ่มยานยนต์ แนะนำ (AH, SAT), กลุ่มเกษตรอาหาร (STA, STGT, NER, TFG, CPF, TU) กลุ่มส่งออกเหล็ก (MCS)

--------------------

เกาะติดสถานการณ์โควิด-19  ทันความเคลื่อนไหว ได้ความรู้ที่ถูกต้อง ส่งตรงถึงมือคุณ
คลิกเลย!! >>> รู้ทันกันโควิด <<< หรือ กด *301*35# โทรออก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง