'หมอหนู' วอนสภาพัฒน์เห็นใจอสม.ให้ค่าตอบแทน 19 เดือน

'หมอหนู' วอนสภาพัฒน์เห็นใจอสม.ให้ค่าตอบแทน 19 เดือน
มติชน
27 กรกฎาคม 2563 ( 20:43 )
132
2
'หมอหนู' วอนสภาพัฒน์เห็นใจอสม.ให้ค่าตอบแทน 19 เดือน

‘หมอหนู’ วอนสภาพัฒน์เห็นใจ อสม.ให้ค่าตอบแทน 19 เดือน ลั่นยอมให้ตัดงบโครงการอื่น

เมื่อวันที่ 27 กรกฏาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยถึงกรณีเสนอให้รัฐบาลจ่ายค่าตอบแทนแก่ อสม.เดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 19 เดือน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 – กันยายน 2564 เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานแก่ อสม.ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวัง ส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรคโควิด-19 ว่า เรื่องนี้รัฐบาลควรจะสนับสนุน และให้กำลังใจแก่ อสม.ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ในไทย ได้ผลดีเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ยอมรับจากประชาชนทั่วไป ได้รับคำชื่นชมจากนานาชาติ และองค์การอนามัยโลก

“บุคลากรทางการแพทย์ และสาธารณสุข ทุกคนคือด่านหน้าที่ทุ่มเท ต่อสู้ ป้องกันโรคโควิด-19 ผมจะสนับสนุนในทุกส่วนที่ทำได้ หากต้องตัด หรือปรับลดงบประมาณของ สธ.ในด้านอื่นที่อยู่ในลำดับท้ายๆ ก็จะทำ ผมยืนยันว่าข้อเสนอการเพิ่มค่าตอบแทนพี่น้อง อสม.จนถึงเดือนกันยายน 2564 คือความสำคัญอันดับต้นๆ เป็นสิ่งที่ต้องทำ ชาวสาธารณสุข และ อสม.ยังต้องทำงานเชิงรุก เพื่อไม่ให้โควิด-19 กลับมาได้อีก ซึ่งค่าตอบแทนคือขวัญกำลังใจ ที่เทียบไม่ได้กับความเสียสละของพวกเขา และเป็นโครงการที่อยู่ในกรอบของกฎหมาย อีกทั้ง เป็นข้อเสนอของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่ในการพิจารณารับรอง พ.ร.ก.เงินกู้ ด้วย” นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่เลขาธิการสภาพัฒน์ชี้แจงเหตุที่ต้องตัดงบตอบแทน อสม.จาก 19 เดือน เหลือ 7 เดือน เพราะ สธ.เสนอโครงการต่างๆ ที่จะใช้เงินกู้ รวมแล้วเป็นเงิน 51,000 ล้านบาท เกินวงเงิน 45,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่า สธ.เสนอโครงการขอใช้เงินกู้ 43,900 ล้านบาท ส่วนที่เกินมานั้น เป็นโครงการที่หน่วยงานอื่นๆ เช่น กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมหาวิทยาลัยต่างๆ เสนอ อีกประมาณ 8,000 ล้านบาท ซึ่งสภาพัฒน์ให้นำมารวมกับ สธ.และให้ สธ.เสนอเป็นก้อนเดียวกัน

นายอนุทินกล่าวอีกว่า ในชั้นคณะกรรมการกลั่นกรองของสภาพัฒน์ ได้แจ้งให้ สธ.ยืนยัน และเรียงลำดับความสำคัญของโครงการที่เสนอขอใช้เงินกู้ ให้สภาพัฒน์พิจารณา ซึ่ง สธ.ยืนยันว่าโครงการจัดสรรค่าตอบแทนแก่ อสม.มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 1 และให้จัดสรรงบเต็มจำนวนตามที่เสนอขอใช้เงินกู้ 10,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการทำงานของ อสม. 1,050,000 คน ให้ควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ดังนั้น หากสภาพัฒน์เห็นว่าจำเป็นต้องตัด หรือลดงบการใช้เงินกู้ในโครงการอื่นๆ ก็ทำได้ สธ.พร้อมปรับปรุงโครงการอื่นๆ และเสนอให้สภาพัฒน์พิจารณาอีกครั้ง แต่ให้คงงบค่าตอบแทน อสม.

“ส่วนที่ให้เหตุผลว่า ต้องปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ทั้ง อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองท้องถิ่นอื่นๆ ซึ่งได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ถึงเดือนกันยายน 2563 เช่นเดียวกันนั้น อสม.มีสถานะจากบุคลากร และเจ้าหน้าที่ทุกกลุ่มที่นำมาอ้างถึง และเทียบเคียงกัน อีกทั้ง การทำงานของ อสม.แตกต่างจากบุคลากรทางการแพทย์ อสม.ไม่มีเงินเดือน ไม่มีเบี้ยเลี้ยง ไม่มีสวัสดิการ ได้รับเพียงค่าป่วยการในการทำงาน เมื่อมีการระบาดของโรคโควิด-19 อสม.ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เพิ่มขึ้น เสี่ยงภัยมากขึ้น และมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น จากการเฝ้าระวังทุกบ้าน ทุกครัวเรือน

หากรัฐบาลเข้าใจการทำงานของ อสม.เชื่อว่าจะไม่ปฏิเสธ และต้องสนับสนุน จึงควรแยกพิจารณา อสม.เป็นกรณีพิเศษ และหาก อสม.ทำงานได้เต็มที่ ก็มีโอกาสลดความเสี่ยงที่จะระบาดรอบ 2 ได้มาก” นายอนุทิน กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง