รีเซต

PSP กำไรสุทธินิวไฮ 853.5 ล้านบาทเคาะจ่ายปันผล 0.20 บาท/หุ้น

PSP กำไรสุทธินิวไฮ 853.5 ล้านบาทเคาะจ่ายปันผล 0.20 บาท/หุ้น
ทันหุ้น
27 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:40 )
1

#ทันหุ้น-บมจ.พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ หรือ PSP ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 ทำนิวไฮต่อเนื่อง ด้วยกำไรสุทธิ 853.5 ล้านบาท เติบโต 27.1% เมื่อเทียบกับปี 2567 ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจที่ผันผวน และราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวขึ้นลงต่อเนื่อง ผลประกอบการดังกล่าวสะท้อนถึงความสามารถในการเร่งขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ การปรับโครงสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่กลุ่มที่มีมูลค่าสูง ตลอดจนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่เริ่มส่งผลเชิงบวกต่อรายได้และความสามารถทำกำไร บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผล 0.20 บาทต่อหุ้น ปี 2569 PSP คาดตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่นในภูมิภาคเอเชียจะเติบโตประมาณ 2.4% ต่อปี จากขนาดตลาดรวมมากกว่า 3,300 ล้านลิตร ขณะ PSP ตั้งเป้าสร้างกำไรนิวไฮใหม่ต่อเนื่อง พร้อมแผนสู่การประเมิน SET ESG Rating ภายในปี 2569 นี้

นายเสกสรร ครองพาณิชย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พี.เอส.พี. สเปเชียลตี้ส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PSP ผู้นำด้านโซลูชันผลิตภัณฑ์หล่อลื่นแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รายงานผลการดำเนินงานปี 2568 กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในปีที่ผ่านมา PSP มีรายได้ 12,729.8 ล้านบาท ทำกำไรสุทธิ 853.5 ล้านบาท เติบโต 27.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ 671.7 ล้านบาท นับเป็นกำไรสุทธิสูงสุดต่อเนื่อง 2 ปีติดต่อกัน นับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจในปี 2532

“ยอดขายผลิตภัณฑ์หล่อลื่น จาระบี น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า น้ำมันผสมยาง ฯลฯ ในปี 2568 เติบโต 3.5% จากปีที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้นจากทั้งลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่ที่อยู่ในประเทศ รวมทั้งจากตลาดต่างประเทศที่ PSP ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปกว่า 50 ประเทศ ใน 5 ทวีป ณ สิ้นปี 2568 สัดส่วนยอดขายในประเทศกับต่างประเทศอยู่ที่ 75.5% : 24.5% โดยสัดส่วนยอดขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบกับปี 2567 ทั้งนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 30% ภายในปี 2571” นายเสกสรร กล่าว

ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา PSP ได้ขยายการลงทุนเชิงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายธุรกิจใหม่ต่อยอดจากความเชี่ยวชาญเดิม ที่สำคัญคือ การเลือกลงทุนในธุรกิจที่สร้างรายได้ใหม่และมีโอกาสขยายตัวในอนาคต รวมทั้งสามารถต่อยอดธุรกิจหลักของ PSP ซึ่งดีลสำคัญคือการเข้าถือหุ้น 100% ใน บริษัท รีไซเคิล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด หรือ RE ผู้เชี่ยวชาญด้านการรีไซเคิลสารเคมี ในเดือนมิถุนายนปี 2568 ซึ่ง PSP สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในปีที่ผ่านมาทันที

ในปี 2569 นี้ ข้อมูลจาก Kline ASEAN Market Research คาดการณ์ว่าตลาดผลิตภัณฑ์หล่อลื่น น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า และน้ำมันผสมยาง ทั้งในประเทศและต่างประเทศมีมูลค่ารวมกว่า 3,300 ล้านลิตร และจะขยายตัวประมาณ 2.4% ต่อปี ขณะที่ PSP มองเห็นโอกาสในการเติบโตจากผลิตภัณฑ์หลัก จึงกำหนดเป้าหมายที่จะทำกำไรสุทธิในปี 2569 ให้เติบโตสูงสุดต่อเนื่อง โดยจะเน้นการขยายตลาดส่งออก ควบคู่ไปกับการพัฒนานวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวทางความยั่งยืนหรือใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติมากขึ้น นอกจากด้านการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งที่ PSP ให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไรของบริษัท

PSP มีแผนในการใช้นวัตกรรมและพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่อนาคตที่ยั่งยืน เช่น การพัฒนาน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ ‘EnPAT’ โดยร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เป็นโครงการนำร่องทดสอบการใช้งาน เพื่อเตรียมผลักดันมาตรฐานน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่ในประเทศ การวิจัยและพัฒนาสารหล่อเย็นแบบจุ่ม (Immersion Coolants) สำหรับเทคโนโลยีระบายความร้อนใน Data Center รวมทั้งระบบ Charging และระบบระบายความร้อนของรถยนต์ EV การศึกษาและพัฒนาการนำน้ำมันหล่อลื่นใช้แล้วกลับมา Recycle และใช้ใหม่ หรือ Re-Refined Base Oil และ การเป็นเจ้าของโรงงานผลิต AdBlue® น้ำยาบำบัดไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล เจ้าแรกของประเทศไทยที่มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 15 ล้านลิตรต่อปี และได้รับรองมาตรฐาน VDA จากประเทศเยอรมัน AdBlue®  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการลดมลพิษที่ปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการควบคุมไอเสียของประเทศไทย และสอดคล้องกับมาตรฐานไอเสียระดับสากล เป็นต้น

“การพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับหนึ่งในกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนแผนงานของ PSP ด้านการสร้างความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม หรือ Specialized Creation โดยต่อยอดองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของทีมนักวิจัยและพัฒนา รวมทั้งใช้ห้องแล็บที่มีมาตรฐานระดับสากล พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้า โดยเน้นไปยังตลาดที่มีโอกาสเติบโตและมีอัตราทำกำไรสูง เพื่อเตรียมรับกระแสเมกะเทรนด์ เสริมความแข็งแกร่ง และสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์รักษ์โลก หรือ Greenovative Creation ที่เป็นการต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามพันธกิจของ PSP ในการดำเนินธุรกิจด้วยแนวทางปฏิบัติที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” นายเสกสรร อธิบาย

อนึ่ง จากผลการดำเนินงานที่สร้างสถิติสูงสุดตั้งแต่เริ่มดำเนินการมา คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจ่ายปันผลเงินสดงวดปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 12 มีนาคม 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 13 มีนาคม 2569 เพื่อจ่ายปันผลในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569

นายเสกสรร กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเป้าหมายด้านรายได้และกำไรแล้ว PSP ยังมีเป้าหมายการดำเนินธุรกิจในกรอบของความยั่งยืนหรือ ESG ในทุกมิติ บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยได้กำหนดเป้าหมายปีนี้ คือ ได้รับการประเมิน FTSE Russell ESG Scores หรือผลคะแนนจากการประเมินการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) อยู่ในเกณฑ์ที่ดี พร้อมทั้งปรับปรุงกระบวนการดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามเป้าหมายการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 เพื่อให้ PSP เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยการเติบโตและรักษาความเป็นผู้นำได้ต่อเนื่องในระยะยาว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง