TrueID

"โอไมครอน" กระจายเร็วเหมือนไฟไหม้ป่า ยังไม่ชัดจะแทนที่เดลตาเมื่อใด

"โอไมครอน" กระจายเร็วเหมือนไฟไหม้ป่า ยังไม่ชัดจะแทนที่เดลตาเมื่อใด
TNN ช่อง16
4 ธันวาคม 2564 ( 13:05 )
21
"โอไมครอน" กระจายเร็วเหมือนไฟไหม้ป่า ยังไม่ชัดจะแทนที่เดลตาเมื่อใด

วันนี้( 4 ธ.ค.64) ด็อกเตอร์ เจเรมี คามิล ศาสตราจารย์ด้านจุลชีววิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยา แห่งมหาวิทยาลัยรัฐหลุยเซียน่าในสหรัฐฯ กล่าวว่า "โอไมครอน" กำลังกระจายอย่างรวดเร็วราวกับไฟไหม้ป่า แต่ยังไม่มีเหตุผลใดที่ควรตื่นตระหนก พร้อมกับเตือนว่า การที่ทั่วโลกออกมาตรการไม่รับนักเดินทางที่มาจากแอฟริกา ทั้งๆที่แอฟริกาแจ้งการตรวจพบโอไมครอนแต่เนิ่นๆจะทำให้ในอนาคต หากเกิดพบโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่ในประเทศอย่างเช่น เฮติ หรือสาธารณรัฐโดมินิกัน หรือคอสตาริกา พวกเขาจะไม่กล้าเปิดเผยการพบโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่ เพราะกลัวว่าจะถูกแบนการเดินทาง และจะกระทบกับการท่องเที่ยวหรือเศรษฐกิจของประเทศเหล่านั้น 

ด็อกเตอร์คามิลย้ำว่า ขณะนี้ “เดลตา” ยังคงเป็นโควิดสายพันธุ์ที่ยังครองโลกอยู่ และยังไม่มีความชัดเจนว่า เมื่อใดโอไมครอนจึงจะสามารถมาแทนที่เดลตาได้

ด้านนายแพทย์แอนโทนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคติดเชื้อและภูมิแพ้แห่งชาติของสหรัฐฯ และดำรงตำแหน่งหัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของรัฐบาลสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลสหรัฐฯจับมือกับบริษัทผู้ผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 คือ Moderna, Pfizer และ Johnson & Johnson วางแผนเผชิญเหตุรับมือโอไมครอนแล้ว 3 แผน 

1. คือเร่งเพิ่มการผลิตวัคซีนต้านโควิดที่มีอยู่ 

2. ผสมวัคซีนที่ต่อต้านเชื้อโควิดตัวแรกกับเชื้อโควิดกลายพันธุ์เข้าด้วยกัน 

3. พัฒนาวัคซีนเข็มกระตุ้นที่สามารถต่อต้านโควิดกลายพันธุ์โดยเฉพาะ

ข้อมูลจากการศึกษาของสถาบันสาธารณสุขแห่งชาติสหรัฐฯ พบว่า วัคซีนต้านโควิดเข็มกระตุ้น หรือ เข็มที่ 3 สามารถป้องกันโควิดกลายพันธุ์ได้หลายสายพันธุ์รวมทั้งโอไมครอน ซึ่งเป็นกลายพันธุ์ใหม่ล่าสุดด้วย

ด้าน โรเชลล์ วาเลนสกี้ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรค หรือ CDC ของสหรัฐฯ แถลงว่า โอไมครอนพบแล้วใน 40 ประเทศทั่วโลก แต่เดลตายังคงเป็นสายพันธุ์ระบาดหลักในสหรัฐฯ ขณะนี้ CDC กำลังเน้นการป้องกันโอไมครอนแพร่เข้าสู่รัฐที่ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน

ด้าน Reuters รายงานว่า การเกิดขึ้นของโอไมครอน ทำให้ยาเม็ดรักษาโควิด 2 ตัว ที่ยังคงอยู่ในขั้นทดลอง คือยาเม็ดโมลนูพิราเวียร์ของบริษัทเมอร์ค และยาเม็ด“แพ็กซ์โลวิด” (Paxlovid)ของบริษัทไฟเซอร์ ซึ่งมีเป้าหมายที่หนามโปรตีนของโอไมครอนส่วนที่ไม่กลายพันธุ์ กำลังทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะถ้าหากค้นพบว่า โอไมครอนสามารถหลบรอดจากภูมิคุ้มกันในร่างกายได้ ไม่ว่าจะสร้างขึ้นจากการได้รับวัคซีนต้านโควิด หรือที่สร้างขึ้นโดยธรรมชาติในร่างกาย

นักวิทยาศาสตร์หลายคนระบุตรงกันว่า ยังต้องใช้เวลาอีกนานหลายสัปดาห์ จึงจะสามารถสรุปได้ว่า โอไมครอนจะทำให้อาการของโรครุนแรงหรือไม่ และติดต่อได้ง่ายกว่าเดลตาหรือไม่ จึงจะสามารถประเมินระดับความรุนแรงของการระบาดของโอไมครอนได้




ภาพจาก reuters

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง