รีเซต

ACE เปิดปมกำไรโตแรง ลั่นไตรมาส 2 โดดเด่นต่อ

ACE เปิดปมกำไรโตแรง ลั่นไตรมาส 2 โดดเด่นต่อ
ทันหุ้น
19 พฤษภาคม 2569 ( 02:30 )
19

                นายธนะชัย  บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE เปิดเผยกับ "ทันหุ้น" หลังผลประกอบการไตรมาส 1 สามารถสร้างผลกำไรเติบโตแรงว่า แนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2 และช่วงที่เหลือของปี 2569 ยังคงเป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้าที่เปิดขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) เข้ามาอย่างต่อเนื่อง และจะได้รับผลงานจากโรงไฟฟ้าโซลาร์ 2 แห่งในจังหวัดหนองคาย และกำแพงเพชร จำนวน 13.29 เมกะวัตต์ ที่เพิ่งเปิดดำเนินการไปในช่วงไตรมาส 1 เข้ามาเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกด้วย

                "ไตรมาส 2 แนวโน้มก็น่าจะดีขึ้นตามจำนวนโรงไฟฟ้าที่ COD เพิ่มเติมไป ซึ่งโรงไฟฟ้าเหล่านี้จะเริ่มรับรู้รายได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น" ผู้บริหาร ACE กล่าวเสริม

                ทั้งนี้ ACE แจ้งผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2569 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,591.6 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 314.4 ล้านบาท เติบโตขึ้นถึง 39.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ที่มีกำไรสุทธิ 226.1 ล้านบาท และหากเทียบกับไตรมาส 4/2568 ที่ทำได้ 212.9 ล้านบาท จะพบว่ากำไรสุทธิเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 47.6%

                นายธนะชัย ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้กำไรในไตรมาสนี้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Farm) ที่บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในส่วนของดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดและโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่งของบริษัท

                นายธนะชัย กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังจะมีการจ่ายไฟเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน (MSW) จะเปิด COD เพิ่มอีก 1 โครงการ กำลังการผลิต 9.90 เมกะวัตต์ ซึ่งน่าจะเป็นโครงการในจังหวัดนครราชสีมาที่มีกำหนดการภายในปี 2569  ด้วยซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนผลงานในช่วงครึ่งปีหลังให้เติบโตแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

                สำหรับการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) นั้น ACE ยังคงเปิดรับโอกาสอย่างต่อเนื่อง โดยมีการเจรจากับพันธมิตรและเจ้าของโครงการโรงไฟฟ้าสะอาดอยู่เป็นระยะ

ที่สำคัญ ACE ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดในการเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานหมุนเวียนภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทยฉบับใหม่ หรือ PDP 2026 ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนอย่างมาก โดย ACE มั่นใจในศักยภาพและความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีและเงินทุนในการเข้าแข่งขันเพื่อคว้าโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริมพอร์ต

@ D/E ต่ำ-ดอกเบี้ยลดหนุน

                หนึ่งในจุดแข็งที่สำคัญของ ACE คือโครงสร้างทางการเงินที่มั่นคง โดยระดับหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ยังคงอยู่ในระดับต่ำและค่อนข้างคงที่ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทฯ ยังมีความสามารถในการกู้ยืมเงิน (Gearing Capacity) เพื่อรองรับการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในอนาคตได้อีกมากโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงิน

                นอกจากนี้ การที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวลดลงถือเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อ ACE เนื่องจากจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขในงบการเงินที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิให้อยู่ในระดับสูงได้

                ปัจจุบัน ACE ถือครองพอร์ตโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดรวมทั้งสิ้น 91 โครงการ มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 757.52 เมกะวัตต์ โดยแบ่งเป็น โครงการที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว : จำนวน 47 โครงการ กำลังการผลิตรวม 466.94 เมกะวัตต์ โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา จำนวน 44 โครงการ กำลังการผลิตรวม 290.58 เมกะวัตต์

                ไฮไลต์สำคัญในช่วงที่ผ่านมาคือ พัฒนาการของโครงการโซลาร์ฟาร์มกลุ่ม 18 โครงการ (สัญญา FiT ปี 2565-2573) ซึ่งล่าสุดสามารถเปิด COD เพิ่มได้อีก 2 โครงการ (PPA รวม 13.29 เมกะวัตต์) ทำให้ปัจจุบันมีการ COD ในกลุ่มนี้ไปแล้วรวม 15 โครงการ ส่วนที่เหลืออีก 3 โครงการคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิด COD ได้ทั้งหมดภายในปี 2570

                นอกจากนี้ ACE ยังตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ด้วยการชนะประมูลโครงการโรงไฟฟ้าขยะเทศบาลเมืองสะเดา จ.สงขลา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ (PPA 8.0 เมกะวัตต์) ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทมีพอร์ตโรงไฟฟ้าขยะชุมชนกระจายอยู่ทั่วประเทศรวมถึง 10 แห่ง

                ACE ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การเติบโตทางตัวเลขเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายใหญ่สู่การเป็นองค์กรที่มีการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อก้าวสู่การเป็น "ต้นแบบผู้นำด้านธุรกิจพลังงานสะอาดของโลก" ซึ่งการขยายโรงไฟฟ้าขยะชุมชน โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ ล้วนเป็นจิ๊กซอว์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายดังกล่าว พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง