ร้านตัดผมในลัตเวีย ยังเปิดไม่ได้ ช่างยอมทำผมท่ามกลางน้ำแข็ง ดีกว่าอดตาย

ร้านตัดผมในลัตเวีย ยังเปิดไม่ได้ ช่างยอมทำผมท่ามกลางน้ำแข็ง ดีกว่าอดตาย
มติชน
18 กุมภาพันธ์ 2564 ( 16:49 )
20
ร้านตัดผมในลัตเวีย ยังเปิดไม่ได้ ช่างยอมทำผมท่ามกลางน้ำแข็ง ดีกว่าอดตาย

หลังจากร้านตัดผม ร้านสปา ในสาธารณรัฐลัตเวีย ถูกสั่งปิดกิจการ เพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มาตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคมเป็นต้นมา และยังไม่มีวี่แววว่าจะกลับมาเปิดได้อีกเมื่อไร ระหว่างนี้บรรดาช่างตัดผมจึงต้องดิ้นรนหาทางรอดเพื่อหารายได้ แม้แต่การตัดผมให้ลูกค้าตามป่าที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ หรือทะเลสาบที่จับตัวเป็นน้ำแข็ง

 

จากรายงานข่าวของเอเอฟพี กล่าวว่า นอกจากร้านตัดผม ร้านสปา ยังเปิดไม่ได้ การพบปะของผู้คนกลางแจ้งในลัตเวียก็จำกัดห้ามเกิน 2 คน ดังนั้นช่างตัดผมจึงรับลูกค้าได้ครั้งละ 1 คนเท่านั้น

 

“เราไม่สามารถทำมากินได้เลย และเราก็ไม่รู้ด้วยว่า วิธีที่ทำอยู่นี้ถูกกฎหมายหรือเปล่า แต่เราต้องลอง ไม่งั้นเราก็ไม่มีทางหาเงินได้เลย ” ไดอานา ซิลินา ช่างตัดผมให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเอเอฟพี ขณะกำลังเตรียมอุปกรณ์ทำผมอยู่ที่ทะเลสาบที่จับตัวเป็นน้ำแข็งนอกกรุงริกา

 

ไดอานาเล่าว่า ระหว่างนี้แฟนเธอก็ช่วยเหลือเธอเรื่องเงิน แต่แฟนของเธอก็ไม่อยากให้เธอเสี่ยงถูกปรับเงิน 500 ยูโร หรือราว 36 บาท หากละเมิดมาตรการป้องกันโควิด

 

ลีวา บรันเต สมาชิกสภาเมืองริกา เป็นหนึ่งในผู้ให้ความสนับสนุนช่างตัดผมเหล่านี้ และช่วยโพสต์คลิปวิดดีโอที่เธอนั่งทำผมอยู่กลางป่ากับช่างตัดผมลงเฟซบุ๊กว่า “ในฐานะทนาย ฉันสนับสนุนผู้คนที่กำลังหาวิธีที่ถูกกฎหมายภายใต้มาตรการเหล่านี้ หากนั่นจะเป็นหนทางให้พวกเขาสามารถทำงานและหาเงินเลี้ยงชีพได้ ”

 

ซาเน่ เมลเนซ ช่างตัดผมที่ทำผมให้ ลีวา บรันเต เปิดใจว่า “ฉันอยากทำงานได้อย่างเป็นทางการเดี๋ยวนี้เลย ไม่ใช่อีก 3 สัปดาห์ อีก 2 เดือน หรืออีกครึ่งปี ฉันไม่สามารถรอได้นานขนาดนั้น เพราะว่าต้องจ่ายค่าเช่าห้องพักทุกเดือน และต้องกู้ยืมเงินแล้วตอนนี้ ”

 

ระหว่างเข้าประชุม ดาเนียล ปาฟลุตส์ รัฐมนตรีสาธารณสุขลัตเวีย ก็ส่งสัญญาณว่าเขาสนับสนุนวิธีนี้โดยว่า “ไปทำผมกลางป่าเป็นวิธีที่โอเคแน่นอน ” แต่สมาคมซึ่งเป็นตัวแทนของช่างตัดผม ช่างเสริมสวย 2 แห่งก็ออกมาบอกว่าจะฟ้องรัฐบาลต่อศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าหากยังไม่อนุญาตให้พวกเขากลับมาประกอบอาชีพในรูปแบบอื่นๆได้ โดยมีแถลงการณ์ว่า ” การตัดสินใจปิดการให้บริการของพวกเรา โดยไม่มีการหารือกับพวกเราเลย และไม่มีข้อมูลสถิติที่แสดงว่า การทำผมเป็นตัวแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ”

 

ทั้งนี้การเคลื่อนไหวดังกล่าว มีขึ้นตามมาคล้ายกับคดีความที่สมาคมผู้พิมพ์หนังสือฟ้องร้อง ซึ่งนำไปสู่การอนุญาตให้ร้านหนังสือในลัตเวียกลับมาเปิดได้ใหม่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ หลังจากไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า มีความข้องเกี่ยวระหว่างคนที่เข้ามาใช้บริการในร้านหนังสือกับการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

 

ทั้งนี้รัฐสภาจะเรียกประชุมวาระพิเศษต่อกรณีนี้ หลังจากมีลายเซ็นครบ 10,000 ลายเซ็นเพื่อเรียกร้องให้ ช่างทำผม ผู้มีอาชีพเกี่ยวกับความงามสาขาต่างๆสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง