รีเซต

แมงกะพรุนกล่อง พิษร้ายถึงชีวิต หากถูกพิษห้ามล้างแผลด้วยน้ำเปล่า

แมงกะพรุนกล่อง พิษร้ายถึงชีวิต หากถูกพิษห้ามล้างแผลด้วยน้ำเปล่า
TNN ช่อง16
3 สิงหาคม 2569 ( 16:13 )
12

แมงกะพรุนกล่อง (Box jellyfish) หรือที่เรียกอีกชื่อว่า "ต่อทะเล" (Sea wasp) เป็นแมงกะพรุนที่มีพิษร้ายแรง และมีรายงานว่าทำให้ผู้เสียชีวิตได้บ่อยกว่าแมงกะพรุนชนิดอื่น ๆ สำหรับประเทศไทย สามารถพบแมงกะพรุนกล่องที่มีพิษร้ายแรงได้เกือบทุกจังหวัดชายทะเล ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน

แมงกะพรุนกล่องเป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง มีลำตัวโปร่งใส หรืออาจมีสีฟ้าอ่อน สีน้ำตาลอ่อน สีชมพู หรือไม่มีสีเลย จึงสังเกตเห็นได้ยากเมื่ออยู่ในน้ำ ลักษณะลำตัวมีรูปร่างคล้ายลูกบาศก์ คล้ายร่ม หรือระฆังคว่ำ มีขนาดแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิด

บริเวณมุมทั้ง 4 ของลำตัวจะมีขายื่นออกมา ก่อนแตกแขนงเป็นหนวด ซึ่งอาจมีได้มากถึง 15 เส้น โดยแต่ละเส้นมีความยาวได้ถึง 3 เมตร หนวดสามารถยืดออกไปได้ไกลเพื่อปล่อยกะเปาะที่มีเข็มพิษ (nematocyst) ใช้จับปลาและสัตว์น้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร ยิ่งแมงกะพรุนมีขนาดใหญ่ ก็ยิ่งมีพิษมาก เนื่องจากมีกะเปาะพิษที่บรรจุสารพิษอยู่เป็นจำนวนมากกว่า นอกจากนี้ยังมีดวงตารวมกันเป็น 4 กลุ่ม ว่ายน้ำได้รวดเร็ว และสามารถพุ่งตัวขึ้นสู่ผิวน้ำด้วยความเร็วถึง 5 ฟุตต่อวินาที

การวินิจฉัยการบาดเจ็บจากแมงกะพรุนพิษ

เนื่องจากการจับแมงกะพรุนที่เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บทำได้ค่อนข้างยาก จึงมักไม่สามารถระบุชนิดของแมงกะพรุนที่ก่อเหตุได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การวินิจฉัยจึงต้องอาศัยข้อมูลจากประวัติการสัมผัส พื้นที่ที่เกิดเหตุ อาการของผู้บาดเจ็บ และลักษณะอาการแสดงเป็นสำคัญ

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อสัมผัสแมงกะพรุนกล่อง

  1. นำผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำทันที โดยผู้ให้ความช่วยเหลือต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแมงกะพรุน
  2. ตัดเสื้อผ้าที่สัมผัสบริเวณบาดเจ็บออก เพื่อลดการสัมผัสพิษเพิ่มเติม
  3. รีบขอความช่วยเหลือจากผู้ที่อยู่ใกล้เคียง และโทรเรียกรถพยาบาล
  4. หากผู้บาดเจ็บหมดสติ ไม่หายใจ หรือไม่มีชีพจร ให้เริ่มทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) ทันที
  5. แนะนำให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่ง ๆ และระวังไม่ให้มีการสัมผัสหรือขัดถูบริเวณที่ถูกสายหนวดของแมงกะพรุน
  6. บริเวณที่ถูกแมงกะพรุนให้ราดด้วยน้ำส้มสายชูที่ใช้ในครัวเรือน ความเข้มข้นร้อยละ 4-6 อย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 30 วินาที น้ำส้มสายชูจะช่วยหยุดการทำงานของกะเปาะพิษ ไม่ให้ยิงเข็มพิษเพิ่มเติม แม้จะไม่ช่วยลดอาการปวด แต่ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้บาดเจ็บได้รับพิษเพิ่มขึ้น หากไม่มีน้ำส้มสายชู สามารถใช้น้ำทะเลแทนได้ แต่ประสิทธิภาพจะด้อยกว่าน้ำส้มสายชู
  7. ไม่ควรใช้น้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำรสเปรี้ยว หรือน้ำปัสสาวะราดแผล เพราะอาจกระตุ้นให้กะเปาะพิษปล่อยพิษออกมามากขึ้น
  8. หลังจากราดน้ำส้มสายชูแล้ว ให้ใช้อุปกรณ์คีบเอาหนวดแมงกะพรุนและเยื่อเมือกที่ติดอยู่บนผิวหนังออก โดยหลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสโดยตรง
  9. ใช้น้ำแข็งประคบบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดในเบื้องต้น
  10. หากพิษเข้าตา ให้ล้างตาด้วยน้ำเกลืออย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 15-30 นาที และหากมีอาการปวดตา สู้แสงไม่ได้ หรือมองเห็นภาพไม่ชัด ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง