กระบะไทยดิ่งเหว! คาดปี 2026 ทรุดหนักเหลือ 1.4 แสนคัน

รายงานข่าวจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ระบุว่าตลาดรถกระบะหรือรถปิกอัพในประเทศมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง โดยยอดขายในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่กว่า 1 แสน 3 พันคัน ลดลงร้อยละ 3.7 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งคาดการณ์ว่าปี 2026 ยอดขายรถกระบะจะลดลงจากปีก่อน เหลือจำนวนราว 140,000 คัน และจะทำให้ยอดขายปี 2026 นี้ ทำสถิติต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเป็นรายงานข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ
และระบุอีกว่า ตลาดรถกระบะมีแนวโน้มลดลงชัดเจน มาตั้งแต่ปี 2023 โดยมียอดขายอยู่ที่ 265,000 คัน ลดลงร้อยละ 34 จากปี 2022 ที่มียอดขายจำนวน 388,000 คัน โดยปี 2025 มียอดขายเพียง 144,000 คัน
ด้าน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ประเมินตลาดรถกระบะ ปี 2027 ว่า ยังมีแนวโน้มสูญเสียส่วนแบ่งตลาดต่อเนื่อง ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากกำลังซื้อที่ยังคงเปราะบาง ภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในภาคเกษตรและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน
ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มหันไปเลือกใช้รถยนต์ประเภท SUV (รถอเนกประสงค์) ซึ่งตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย และมีตัวเลือกรุ่นย่อยในหลายระดับราคา
ด้านคุณ สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ยอดขายรถกระบะในประเทศลดลงอย่างมาก จากเดิมที่มียอดขายเดือนละกว่า 30,000 คัน แต่ปัจจุบันกลับเหลือเพียง 10,000 คันต่อเดือน เท่านั้น แม้ปัจจุบันความต้องการซื้อรถกระบะยังมีอยู่ แต่ยอดขายกลับหดตัว เนื่องจากสถาบันการเงินยังคงเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ
ปัญหาดังกล่าว มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงโควิด 19 ระบาด ช่วงนั้นรัฐบาลมีนโยบายผ่อนผันการชำระนี้ แต่เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการผ่อนผัน ทำให้ผิดนัดชำระหนี้ จึงมีการติดตามยึดรถเป็นจำนวนมาก และนำไปขายทอดตลาดแบบขาดทุน ทำให้สถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังปล่อยสินเชื่อรถยนต์ และยิ่งเข้มงวดมากขึ้นอีก เมื่อมีหลักเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อรถยนต์ โดยพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ได้ครบทุกงวด ซึ่งกระทบต่อตลาดรถกระบะทำให้มียอดขายลดลง
ที่ผ่านมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลในการออกมาตรการกระตุ้นตลาด แต่ยังไม่มีมาตรการที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด เนื่องจากผู้ซื้อยังไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ ยอดขายจึงไม่เพิ่มขึ้น และไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตรถกระบะเพิ่มขึ้นได้
ตลาดที่หดตัวมาก ยังส่งผลกระทบต่อซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมฯ ให้ต้องลดกำลังการผลิตและกระทบต่อรายได้ของแรงงานให้ต้องลดลง ซึ่งถือเป็นอีกปัจจัยที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยในภาพรวมให้ซบเซาตามไปด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
